ธรรมะรับอรุณ : อย่าอยู่อย่างขาดธรรมะ


อย่าอยู่อย่างขาดธรรมะ

 

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาทุกวันนี้

เพราะธรรมะไม่มีในใจของคน

คนเราถ้าไม่มีธรรมะ  ก็เหมือนกันกับสัตว์

สัตว์มันไม่มีธรรมะ  เคยเห็นสุนัขไหม

เอาข้าวโยนให้ตัวนั้นกิน  ตัวนี้ไม่ได้กิน

เห็นเข้าก็วิ่งไปเลย  กระโดดกัด ชิงเอาก้อนข้าวไปกินเปล่าๆ

ไอ้ตัวนั้นก็ได้แต่ร้อง เอ๋ง เอ๋ง เอ๋ง ไปเรื่อยๆ 

มนุษย์เราก็ฉันนั้น  ถ้าไม่มีธรรมะ

มีความอิจฉา  ความพยาบาท  มันก็อยู่อย่างสัตว์นั่นเอง


หลวงปู่ชา  สุภัทโท

หมายเลขบันทึก: 124772เขียนเมื่อ 4 กันยายน 2007 00:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 28 เมษายน 2012 22:18 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (8)

สวัสดีค่ะ  วันนี้มี new look นะคะ ^ ^

เห็นตรงตามที่หลวงปู่ชาท่านกล่าวไว้เลยค่ะ

เพราะธรรมะในใจคนลดลง ถึงได้แก่งแย่งกันขนาดนี้ แต่คิดว่าจำนวนคนในโลกนั้นเยอะเกินไปด้วยค่ะ เทคโนโลยี (กิเลส) ก็เยอะตาม เพราะต้องเอาทรัพยากรที่มีอยู่น้อยนิดมาแบ่งกันระหว่างคนที่เยอะขึ้น..ก็เลยแ่ก่งแย่งกันมากขึ้น...

ตอนนี้คงเป็นขาลง...อีกหน่อยคงลงกว่านี้อีก คนที่รู้ตัวก็พยายามหาธรรมะมาประจำใจ..คนที่ยังไม่มีธรรมะก็คงยังไม่มีต่อไป...บัว ๔ เหล่าค่ะ

P
วันนี้รูปใหม่!!!!
ธรรมชาติของคน มีกเลสติดตัวมาแล้ว แม้แต่เด็กอายุไม่ถึง 2 ขวบ ถ้ารู้ว่า แม่จะมีน้อง ยังแสดงอาการไม่พอใจเลย อ้อนแม่มากกว่าเดิม เรียกร้องความสนใจ เรียกว่าอิจฉา
ดังนั้น การกล่อมเกลานิสัยใจคอด้วยการสอนธรรมะทีละเล็กละน้อยจึงเป็นของจำเป็นมาก
คนเราต้องการๆอบรมสั่งสอนค่ะ
แม้แต่คนที่มีธรรมชาติติดตัวมาดี ก็ยังต้องมีการชี้แนะ อบรมสั่งสอนเสมอๆ
ต้องเริ่มสอนธรรมะกันตั้งแต่เด็กๆ ไม่ใช่มาเริ่มตอนเป็นไม้แก่แล้ว

 

เป็นคนที่เรียนรู้จากธรรมชาติคะ

  • บางทีชอบนั่งในป่าเงียบเงียบสังเกตสรรพสิ่ง
  • ธรรมชาติดูแลตัวเองคะ
  • มีทั้งผู้ล่า..และผู้ถูกล่า
  • แต่มนุษย์แทรกแทรงธรรมชาติคะ
  • ทำให้หลายสิ่งผิดเผี้ยน
  • ................................
  • หากเราทุกคนมาเริ่มต้นที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น...โลกจะน่าอยู่กว่านี้นะคะ
  • พระธรรมคุ้มครองนะคะ
P

สวัสดีครับ อ.กมลวัลย์

พอดีผมเห็นอาจารย์ลูกหว้าเปลี่ยนรูปบ่อย  ผมเลยแหย่ว่าผมจะเปลี่ยนรูปบ้างน่ะครับ  เลยเปลี่ยนเสียเลยจะได้เห็นหน้าชัดขึ้นอีกนิด อิอิ

ผมเชื่อเหมือนกับอาจารย์ครับว่ามันเป็นขาลง  ของการมีศีลธรรมประจำใจ  น่ากลัวนะครับ  เพราะไม่รู้ว่าจะลงต่ำสุดเมื่อไหร่

มีลงก็ต้องมีขึ้น  แต่กว่าจะขึ้นนี้ก็ไม่รู้ต้องแลกด้วยอะไรบ้าง

เราทั้งหลายต่างลอยคออยู่ในกระแสแห่งกิเลสตัณหา  คนที่รู้ตัวก็ยังพอมีเวลาว่ายเข้าฝั่ง  แต่ปัญหาก็อยู่ที่ว่าจะมีแรงและกำลังว่ายกันหรือเปล่า  และที่สำคัญฝั่งอยู่ทิศไหนก็ไม่รู้

ธรรมะสวัสดีครับ

P

สวัสดีครับคุณพี่ศศินันท์

ชื่อว่าเป็นมนุษย์  ต่างกับสัตว์ก็ที่สามารถฝึกได้  ถ้าฝึกไม่ได้  ก็คงไม่ดีไปกว่าสัตว์เดรัจฉานครับ

และยิ่งฝึกไปในทางที่เลวร้าย  ทำร้ายทำลายระบบศีลธรรม ทำลายโลก  ก็ยิ่งแย่ไปใหญ่

ตอนบั้นปลายชีวิตของท่านอาจารย์พุทธทาส  ท่านตั้งใจจะสอนเรื่องสำคัญคือ "ศีลธรรมของยุวชนคือสันติภาพของโลก"  แต่น่าเสียดายที่ท่านละสังขารไปเสียก่อน

ถ้าเราสามารถสอนให้เยาวชนมีศีลธรรมตั้งแต่เนิ่นๆ เราก็ยังมีหวังที่จะเรียกศีลธรรมและสันติกลับคืนมา  ผมไม่หวังว่าเด็กทุกคนจะมีศีลธรรมหมด  แต่ถ้าได้ส่วนหนึ่งที่มีคุณภาพจริงๆ  ก็อาจพลิกโลกได้ครับ

อ้อ ที่เปลี่ยนรูปน่ะ ผมล้อ อ.ลูกหว้า ไว้ว่าเปลี่ยนรูปบ่อย ผมจะเปลี่ยนบ้าง  เลยเปลี่ยนให้เห็นหน้าชัดๆ อิอิ

ธรรมะสวัสดีครับ

P

สวัสดีครับคุณ naree

เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ  เมื่อเราอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติเมื่อไหร่  ความสงบเย็นก็มีเมื่อนั้น

มนุษย์เราเป็นผู้ทำลายห่วงโซ่ที่ผูกพันธ์กันของธรรมชาติ  โดยทำลายทุกอย่าง  คว้าทุกอย่างมาเป็นของตน  โดยอหังการ์ว่าตนอยู่เหนือธรรมชาติ

ก็เลยต้องถูกธรรมชาติลงโทษอย่างหนักอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

ปัญหาโลกร้อนก็เริ่มต้นมาจากความร้อนแห่งกิเลสตัณหาของคนเรานี่เองครับ  ดับกิเลสตัณหาได้  โลกก็เย็นลง

แต่ปัญหาก็คือ ไม่รู้จะทันหรือเปล่าน่ะซิครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

คมจริง ๆ โลกร้อนเพราะกิเลส...ดับกิเลสได้โลกจะเย็น...55555
P

สวัสดีครับทั่นเลขาฯ

ก็ความอยากของคนเรานี่แหละครับ  อยากไม่มีที่สิ้นสุด  มีโอกาสเมื่อไรก็คว้าไว้ก่อน โดยไม่สนใจศีลธรรมใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากฝึกจิตแล้ว  ตอนนี้ผมพยายามว่ายน้ำให้แข็งด้วย  เผื่อน้ำท่วมโลกจะได้มีโอกาสรอดสูงครับ อิอิ

ธรรมะสวัสดีครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี