อยากชวนให้ไปเพราะไปช่วงนี้จะคึกคักเพราะร้านค้า และกิจกรรมสาธิตต่างๆของไทยที่ผู้จัด คัดไปอวดแขกบ้านแขกเมือง เช่น การทำขันลงหิน ของบ้านบุ กรุงเทพมหานคร เหลืออยู่แค่รายเดียวแล้วในเมืองไทย การสาธิตการทำเครื่องมุก จากอยุธยา ซึ่งใช้วิธีการดั้งเดิมคือการเซาะลวดลายและตัดชิ้นมุกเล็กๆตามลายฝังลงไป แค่สองอย่างนี้ก็คุ้มค่า น่าพาลูกหลานไปชม
ช่วงวันที่ ๑-๖ กันยายนนี้ มีงานที่อยากชวนท่านที่อยู่ในกรุงเทพพากันไปดู แบบไม่เสียเงิน บรรยากาศยามเย็น-หัวค่ำก็ร่มรื่นสบายที่ สยามนิรมิต
ช่วงนี้มีการประชุมประจำปีของWorld Craft Council (Asia Pacific and South Asia)เขาร่วมมือกับ กระทรวงอุตสาหกรรมของไทย และ AHPADA ด้วย เรื่องการประชุมก็ปล่อยให้เขาว่ากันไป ซึ่งเสียเงินแพงมากในการเข้าร่วมประชุม (ผู้เขียนจึงไม่เข้า)
เขาจัดการประชุมที่สยามนิรมิต คนทั่วๆไปน่าใช้โอกาสที่เขาจัดประชุมและมีนิทรรศการวิถีชีวิต ไปเข้าชมส่วนที่เป็นนิทรรศการด้านนอก (ไม่ใช่การแสดงในโรงละคร ที่ยังคงเสียเงินตามปกติ) และบริเวณบ้านไทยสี่ภาค
สมาคมส่งเสริมการค้าหัตถกรรมไทย เขาคัดผู้ประกอบการหัตถกรรมจำนวนหนึ่งไปออกร้านจำหน่าย เช่น ผ้าไหมทอจากสุรินทร์เจ้าที่คัดมานี้ฝีมือยอดเยี่ยมมาก ผู้เขียนซื้อไปสองชิ้น(ลายโบราณสีดำ เอาไว้ตัดชุดไปงานศพ อายุระดับนี้ต้องไปงานแบบนี้เรื่อยๆ) แล้วยังไปยืนลูบๆคลำๆ อีกหลายชิ้นเพราะสวยเหลือเกิน เขาทอลวดลายโบราณที่สง่างาม ใช้"ไหมน้อย" แสนละเอียด ที่ทำให้ผ้านุ่ม น้ำหนักทิ้งตัว ยังมีผ้ามัดหมี่ย้อมครามแต้มสี ของคุณ"นิศาชล" ซึ่งเขาเป็นรายแรกของเมืองไทยที่คิดนวัตกรรมนี้ ซึ่งถูกเลียนแบบเสียจนเขาต้องคิดลวดลายและการนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าสุดเก๋อยู่ตลอดเวลา จนคนเลียนแบบตามไม่ทัน ผ้าย้อมคราม"แม่ฑีตา" ก็มาด้วย สองร้านนี้ต่างชาติรุมกันซื้อ ยังมีสินค้าไทยอื่นๆอีกที่ไม่ได้เขียนถึง
และทางผู้แทนที่มาจากต่างประเทศเขาก็นำสินค้าบางชนิดมาออกร้านจำหน่ายด้วย เช่น อิหร่าน อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา มาเลเซีย ฯลฯ ไม่ได้มากันทุกประเทศ ผู้เขียนได้ซื้อผ้าพันคอของอินเดีย ซึ่งมีชื่อเสียงก้องโลกในการทอฝ้ายและไหมได้บางเบา ที่ซื้อเป็นฝ้ายปนไหมย้อมคราม(เขาเป็นต้นกำเนิดการย้อมคราม) และ บางผืนย้อมด้วยชา, กากน้ำตาล และพืชพื้นเมืองหลากชนิด (ได้ทั้งหมดมาสี่ผืน)
แต่ทีอยากชวนให้ไปเพราะไปช่วงนี้จะคึกคักเพราะร้านค้า และกิจกรรมสาธิตต่างๆของไทยที่ผู้จัด คัดไปอวดแขกบ้านแขกเมือง เช่น การทำขันลงหิน ของบ้านบุ กรุงเทพมหานคร เหลืออยู่แค่รายเดียวแล้วในเมืองไทย การสาธิตการทำเครื่องมุก จากอยุธยา ซึ่งใช้วิธีการดั้งเดิมคือการเซาะลวดลายและตัดชิ้นมุกเล็กๆตามลายฝังลงไป แค่สองอย่างนี้ก็คุ้มค่า น่าพาลูกหลานไปชม
ปกติทางสยามนิรมิตเขาไม่เปิดให้คนที่ไม่ได้ซื้อบัตรชมการแสดง เข้าไปเดินชมแม้บริเวณนอกโรงละคร ตรงบ้านไทยสี่ภาค เฉพาะช่วงนี้เข้าได้ ฟรี ไปกันตอนบ่ายๆซักสี่โมงไปแล้ว จะร่มดี เขามีซุ้มอาหาร บางอย่างทานฟรี เช่นขนมครก ข้าวเม่าซึ่ง คั่ว ตำ ราง กันสดๆ หอมกรอบมัน เขาหยอดหน้าด้วยมะพร้าวเคล้าเกลือ-น้ำตาล ใส่กระทงเล็กๆแบบยกคำเดียวเป็นที่สนุกสนาน ยังมีข้าวโพดข้าวเหนียวย่างด้วยบางอย่างเสียเงิน เช่นก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก จากอยุธยา ทอดมันร้อนๆ น้ำแข็งใสแบบโบราณ ได้บรรยากาศเหมือนตลาดน้ำชนบท
หากทำทุกอย่างหมดแล้ว รอชมการแสดง สามารถฆ่าเวลาด้วยการนวดไทย มีโรงนวดไทย มีหมอนวด ๗ คน นวดแบบฝึกมาดีเรื่องเส้น หากไม่ชอบแรง ต้องบอกกันก่อน หากอยากนวด ควรจองตอนไปถึง เพราะมักจะเต็ม
พอเริ่มจะมืด จะมีการแสดงที่ลานน้ำพุ มีหลายชุด สวยงาม สนุกสนาน มีช้างจริงๆ มาเดินไปเดินมาให้ร่วมถ่ายรูปด้วย ขอบอกว่าบรรยากาศช่วงค่ำนี้ดีมากๆ
ชมการแสดงเสร็จก็สบายๆ ราวทุ่มครึ่ง ผู้ที่มีบัตรเข้าชมการแสดงก็จะถูกเชิญให้เข้าโรงละคร เริ่มแสดงตอนสองทุ่ม ท่านที่เคยชมการแสดงแล้วก็ค่อยออกไปหาอาหารเย็นทานกัน ท่านที่ยังไม่เคยชมน่าจะชมกันสักครั้ง การแสดงระดับโลกจริงๆ ก็เขาลงทุนตั้ง ๑๕๐๐ ล้านบาท
หากคิดจะไปกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถ มีลานกว้างด้านหน้าจอดสบาย ไม่ต้องดินไกล
ขอให้ได้รับความสุขความเบิกบานจากสิ่งสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศแบบไทยๆ เหมือนหลุดจากโลกแสงสีแต่อยู่ใจกลางเมืองค่ะ
อยากไปงานค่ะ เพราะดิฉันชอบงานลักษณะนี้
เสียดายค่ะ
อยากเห็นผ้าพันคอที่คุณนายด๊อกเตอร์ซื้อมา คงสวยนะคะ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วอยากไปค่ะ
คงต้องหาโอกาศไปแล้วค่ะ
ขอบคุณนะคะ
งานนี้ หนูอด TT_TT
สวัสดีค่ะคุณอุบล
คุณพี่ศศินันท์
คุณต้อม(ภาพดื้อ)ไม่ยอมมา และอาจารย์ขจิต
ขอบคุณที่สนใจอ่านข่าวนี้ค่ะ ก็ทราบอยู่ค่ะว่าคนที่อ่านG2K ส่วนมากมีภารกิจมาก แม้นอยู่ในกรุงเทพก็ใช่ว่าทราบแล้วจะมีโอกาสไป คนอยู่ต่างจังหวัดก็มาไม่ได้อยู่แล้ว เลยตั้งใจเล่าสิ่งดีๆที่เกิดขึ้น ให้จินตนาการ ที่จริงน่าจะมีภาพมาให้ชม นี่ถ้าเป็นคุณพี่ศศินันท์ไปเห็น ไปชม รับรองต้องมีภาพสวยๆ ครั้งต่อไป ไปไหนจะพกกล้องติดตัวค่ะ จะได้เก็บภาพมาฝากได้
สวัสดีค่ะคุณnaree suwan
แฮ่ะ แฮ่ะ ไม่ได้ถ่ายภาพไว้เลยค่ะ ไม่ได้นำกล้องไป ยังคิดเสียดายอยู่ที่ไม่มีภาพมาฝากผู้อ่าน แต่มีคนรู้จักเก็บภาพไว้ จะไปขอเขามา รอนิดนะคะ
ไม่เป็นไรค่ะคุณLittle Jazz เมื่อไหร่มีงานทำนองนี้อีกจะไปบอกที่บล็อกคุณเลย (ไม่ทราบว่าชอบงานทำนองนี้นี่ค่ะ)
มาเยี่ยม
สวัสดีค่ะอาจารย์ยูมิ
และอาจารย์ขจิต
ต้องขออภัยคนอยู่ไกลจริงๆค่ะว่าน่าจะได้ชมภาพนี่หาชมได้ยาก แต่เขาคงจะมีจัดคล้ายๆอย่างนี้อีกตอนปลายปี หมดฝนอากาศดีๆ รับรองทีนี้ไม่พลาดค่ะ
อยุธยาก็ฝนตกเกือบทุกวัน ทำให้คาดว่าบ้านเราปีนี้คงโดนน้ำท่วมมิดศีรษะที่ชั้นล่างอีกครั้ง นี่ตามลุงๆที่มีฝีมือซ่อมเรือ มาดูซ่อมเรือสองสามลำเตรียมพร้อมใช้งานค่ะ