แวบ 


 
 

          (1)  น้องสาวร่วมโลกที่ดิฉันรักมากคนหนึ่ง บอกดิฉันในวันหนึ่งว่า .....เธอ"รักทุกคน"......
            ดิฉันนึกเข้าใจในแวบนั้น  แต่ตอนนั้นไม่ทราบว่าจะพูดอะไรดี   ได้แต่รู้สึกว่ารักเธออย่างลึกซึ้งมากขึ้น


       (2) ดิฉันเคยฟังกวีบางท่านเล่าว่าท่านเดินเข้าไปในทุ่งนา ขณะที่เก็บผักบุ้ง  ก็รู้สึกขอบคุณต้นไม้และสายลม  
            แล้วก็ไม่ได้โกรธหอยที่มากัดกินต้นข้าว....
            ดิฉันนึกเข้าใจความรู้สึกท่านในแวบนั้น .....


       (3) ดิฉันอ่านหนังสือปรัชญาบางเล่มเขียนว่า  เรามีเพราะเราเชื่อว่า "มีเราอยู่"   
            ครั้นดิฉันอ่านที่พระท่านเขียน  ท่านว่าทุกสิ่ง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
            ดิฉันรู้สึกว่าแวบหนึ่งก็คล้ายๆจะเข้าใจ  คือมันเข้าใจวาบขึ้นมาเป็นขั้นบันไดเฉยๆอย่างเร็ว
            แล้วก็หายไปในแวบเดียว แล้วที่เหลือก็ออกจะขุ่นๆไป 
            ไม่ใสกระจ่างแบบที่แวบขึ้นมา  ...คือมันเร็วมากจนจดออกมาเป็นภาษาไม่ทัน 

            หรืออีกทีก็อาจเป็นได้ว่า   ดิฉันหาภาษามาแทนที่ไม่ได้...... 

            และทราบว่าคนจำนวนมากก็แวบนึกออกเอาเองอย่างง่ายได้เช่นนี้  โดยที่มิได้มีขั้นตอนเตรียมการอะไรซับซ้อน 
            ....จู่ๆก็นึกออกเอง....

                                      

                      .....และเป็นธรรมดาอีกว่าพอนึกไม่ออกก็จะนึกไม่ออก  ....นึกยังไงก็นึกไม่ออก..
 
 

                                              .................................
 
 


 
 
 


 
 
 
หมายเหตุ

1. “น้องสาว” ที่ดิฉันกล่าวถึง คือน้องลูกอาจารย์ด้วยกัน  ที่อยู่ในวิทยาลัยครูหมู่บ้านเดียวกันสมัยเด็กๆ  ตอนนี้น้องไปเป็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยแถวหน้าที่กรุงเทพฯ  เมื่อเราพบกันและคุยกันหลายเรื่องหลังจากไม่ได้พบกันนานหลายปี   ดิฉันได้เรียนรู้การมองโลกด้วยหัวใจที่ดีจากน้องอีกครั้ง  เมื่อน้องพูดคำ “ที่ตรง (เหลือเกิน)กับคำ” ที่อยู่ในใจดิฉัน
....คำที่ดิฉันไม่เคยพูดกับใคร.......   แม้จนวันนี้ 
 
 
2. เมื่อวันหนึ่งที่คุณกานติ ณ ศรัทธา มาพูดให้นักศึกษาเอกไทยฟังที่มหาวิทยาลัย  ดิฉันได้ค่อยๆสัมผัสกับความเย็นที่ส่งมาอย่างง่ายๆจากถ้อยคำธรรมดา แต่ไปจับนิ่งๆเย็นๆที่หัวใจดิฉัน    และจับนิ่งๆเย็นๆอยู่อย่างนั้นมาจนทุกวันนี้

นานมาแล้ว  ตั้งแต่ได้กลับมาทำงานที่บ้าน  ทุกวันที่ขับรถไปโรงเรียน (คือมหาวิทยาลัย)  ปลายทางที่เห็นไกลๆเมื่อถนนทอดตรงไปข้างหน้า  คือภูเขาเขียวชอุ่มเรียงซ้อนลดหลั่นกัน ในบางวันที่ฟ้าสดใส  ทิวเขาเบื้องหน้าก็แลเห็นเด่นงาม     อดคิดไม่ได้ว่าทางไป “ที่ทำงาน” ในวันฟ้าใสนั้น “โรแมนติก” นัก 

ทุกครั้งที่รถติดไฟแดงตรงทางแยกใกล้ถึงที่หมาย  ดิฉันมองไปที่แนวหญ้าตรงเกาะกลางถนน  เห็นดอกหญ้าน้อยๆขึ้นพราว มีใบหญ้าเสี้ยวแหลมแซมเป็นใบประดับสวนหย่อมแบบไม่เจตนา  หลายครั้งที่ทันได้เห็นผีเสื้อปีกบางหลากสีบินโฉบเหนือใบหญ้า
     
ดิฉันชอบคิดเล่นสนุกๆว่าผีเสื้อเป็นสัตว์นำโชคของเรา  เห็นผีเสื้อบินมาใกล้ๆจะโชคดี  คิดอย่างนี้แล้วจะขำทุกครั้งที่เห็นผีเสื้อ  เพราะจะลุ้นให้บินมาใกล้ๆ...
แล้วก็แปลกนัก...   เพราะผีเสื้อมักจะบินมาใกล้จริงๆอย่างที่ลุ้น...

ดิฉันรู้สึกขอบคุณดอกหญ้าน้อยๆสีน้ำตาลหวาน  ใบหญ้าเสี้ยวสีเขียวอ่อนๆ  และผีเสื้อทุกตัว  ทุกครั้งที่ได้เห็น... 
และรู้สึกอยู่เสมอว่า  “ความสุขอย่างง่าย”  เกิดขึ้นได้ทุกๆวัน
...ขอเพียงเรามองเห็น  “ความงามอย่างง่าย” ที่ผ่านเข้ามาเท่านั้น...


3.  สมัยเรียน ดิฉันร่ำร้องต้องการอิสรภาพ  อิสรภาพจากอะไรก็ไม่รู้  รู้แต่ว่าต้องการเหลือเกิน  ...นั่งในห้องเรียนเหมือนอยู่ในกรงขัง 
และทันทีที่เปิดหนังสือเรียน  และต้องตอบตามโจทย์และตัวเลือก 5 ตัว

                                    ข้อ ก.   ตอบข้อ ข  
                                    ข้อ ข.   ตอบข้อ  ค และ ง   
                                    ข้อ ค.   ผิดทุกข้อ  
                                    ข้อ ง.   ถูกทุกข้อ    
                                    ข้อ จ.   ไม่มีข้อใดถูก 
 
...ดิฉันตอบข้อ ค. ทุกที  เพราะไม่อยากคิดอีกแล้ว  ถ้าชีวิตต้องเหลือแค่ห้าข้อนี้  ก็จงเอาข้อ ค.ไปเถิด  ดิฉันคิดแบบดื้อดึงเงียบๆอย่างนั้น...

เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย  วิชาที่ดิฉันชอบมากคือการอ่านตีความ  ปรัชญา   และพุทธศาสนา   ไม่ได้แปลว่าเรียนรู้เรื่อง  และแปลว่าเรียนไม่เก่ง     แต่อยากรู้เรื่องนี้  จึงตั้งใจเรียน 
ดิฉันอยากรู้ว่าที่เขาพูดหรือเขียนเช่นนี้เช่นนั้น  แท้ๆแล้วเขาหมายความว่าอย่างไร

ดิฉันอยากรู้ว่าทำไมคนฝรั่งกลุ่มหนึ่งต้องอธิบายอะไรด้วยวิธีคิดที่แสนซับซ้อน   ดิฉันเคยอ่านหนังสือปรัชญาตอนอยู่ชั้นประถม  และรู้สึกงุนงงสงสัยมากว่า  เรื่องนี้คืออะไร  “I think,therefore I am”

เมื่อนำเรื่องที่ได้อ่านไปคุยกับเพื่อน  เพื่อนบอกว่า “ เราไม่เล่นตุ๊กตากับเธอแล้ว  เธอพูดอะไรก็ไม่รู้  ไม่เห็นรู้เรื่อง”   
แล้วนับแต่วันนั้น  เพื่อนๆก็จะบอกแก่กันว่าดิฉันเป็นคน “พูดอะไรก็ไม่รู้...ไม่เห็นรู้เรื่อง”

ดิฉันเสียใจมาก  และตั้งใจว่าจะต้องรู้เรื่องยากๆนี่ให้ได้  เพราะรู้สึกว่าคนฝรั่งเขายังรู้เรื่องเลย  แล้วทำไมเราจะรู้มั่งไม่ได้  
ตอนเรียนถึงได้รู้ว่าหลายๆเรื่องก็แสนจะเข้าใจยาก  เพราะการอธิบายเรื่องๆเดียวกันด้วยการนิยามและการใช้ถ้อยคำภาษาต่างชุดกัน
หรือเพราะเห็นสิ่งเดียวกันจาก”ต่าง”มุมมองและเลือกอธิบายโครงสร้างตามมุมมองนั้น  สุดแท้แต่จะเลือก”เริ่ม”มองที่ใด  และจบลง”ที่”ใด 
..ซึ่งจะไม่ผิดเลย..  เพราะกลไกที่อธิบายโครงสร้างเดียวกันอย่างฉลาดนั้น ถูกต้องหมดทุกชุด  แต่จะพูดถึงจากคนละมุมเสมอ  
....ทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกันแท้ๆ....
    
ดิฉันยังรู้สึกเงียบๆอยู่เสมอว่าที่ตะลุยอ่านไปตอบข้อสอบ   และตะลุยเรียนอย่างตั้งใจนั้น   ยัง”ไม่ใช่”

ดิฉันยังคงร่ำร้องต้องการอิสรภาพ  อิสรภาพจากอะไรก็ไม่รู้  รู้แต่ว่าต้องการเหลือเกินต่อไป 
เพราะ ก.  หนังสือปรัชญาที่เลือกอ่าน  ตอบคำถามในใจดิฉันไม่ได้ 
หรืออีกทีก็  ข.  เป็นเพราะดิฉันอ่านไม่เข้าใจ  (ตอบข้อ ข.)

จนกระทั่งถึงวันหนึ่ง  วันไหนก็จำไม่ได้      ดิฉันอ่านที่พระท่านเขียน  ท่านว่าทุกสิ่ง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป 
แล้วจู่ๆรู้สึกเข้าใจวาบขึ้นมา  แล้วก็แวบหายไปอย่างรวดเร็ว  เร็วจนไม่รู้ว่าจะบอกตัวเองหลังจากนั้นว่าอย่างไร 
รู้แต่ว่าได้รู้สึก  “เข้าใจ” ....อยู่ในแวบนั้น....

และที่วาบขึ้นมา ก็มิได้เป็นเรื่องมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติใดๆ.... 

ถึงแม้จะอธิบายไม่ถูก  แต่ก็ยังรู้สึกว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมดาในสมอง  ที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้เมื่อรู้สึกสบายดี 
เมื่อ(รู้สึกเอาเองว่า)เข้าใจเสียได้แล้วนี้    ก็(รู้สึก) สบายอารมณ์ดี  ไม่ร่ำร้องเรียกหาอีกต่อไป 
แค่อยู่ไปอย่างไม่กังวล   ว่าจะได้แวบอีกสักทีเมื่อไหร่  เพราะได้เห็นแล้วว่าบทจะมามันก็มาเอง  ไม่ต้องไปร่ำร้องหาแต่อย่างใด      
 
 
                                   ....ถึงเวลา...เดี๋ยวมันก็มาของมันเอง..... 

 

 

 

หมายเหตุอีกทีค่ะ 

ดิฉันเขียนความเห็นข้างต้นอย่าง (ที่คิดว่า)สั้น ไว้ที่บล็อกของคุณแว้บ (อาจารย์วสะ)เมื่อนานมาแล้ว  ขณะที่เขียนก็นึกอยู่ว่าอยากเขียนต่ออีกยาว แต่เกรงใจอาจารย์เจ้าของบล็อก  เลยตัดใจเขียนไปสั้นๆ 

แล้วมีอยู่วันก็ขอนำมาเขียนต่อยอด  เพราะคิดว่าถ้าเขียนสั้นมันยังสื่อความไม่ครบความ  จึงขออนุญาตอาจารย์วสะhttp://gotoknow.org/profile/vasabrp  นำมาลงที่นี่เสียเลยนะคะ    ขอบคุณมากค่ะ