Completency for Cancer nurse
วันที่ 1 กันยายน 2550 นักศึกษาพยาบาล ระดับปริญญาเอกมาสัมภาษณ์ดิฉันเรื่องสมรรถนะหลักที่ควรมีในพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งควรมีอะไรบ้าง
ในโครงการวิจัยเรื่อง“การพัฒนาเครื่องมือประเมินสมรรถนะในการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งสำหรับพยาบาลทั่วไประดับวิชาชีพ” Development of an Oncology Nursing Competency Scale for General Professional Nurses
นางสาวหรรษา เทียนทอง นักศึกษาปริญญาเอก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คุณหรรษา เทียนทอง ที่มาสัมภาษณ์
ฉันตอบพอสรุปได้ว่า จากการที่พยาบาลในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ที่เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ซึ่งมี Excellence Cancer Center
พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งควรมีสมรรถนะ ดังนี้
สมรรถนะที่จำเป็นของพยาบาลในศูนย์ตติยภูมิเฉพาะทางมะเร็ง
สมรรถนะพื้นฐานทั่วไป
-
มีความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาเป็นอย่างดี
-
สามารถบูรณาการความรู้เกี่ยวกับโรค การรักษาพยาบาล เพื่อการประเมินผู้ป่วยแบบองค์รวมได้
-
สามารถบริหารโครงการการดูแลผู้ป่วยกลุ่มต่าง ๆ โดยการบูรณาการการบำบัดทางการพยาบาลและการรักษาของแพทย์ เพื่อประสิทธิภาพของการดูแลและความคุ้มค่าใช้จ่าย
-
มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษและการวิจัย สามารถนำมาใช้งานได้อย่างจริงจัง
-
มีการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและตัดสินใจ โดยใช้หลักทางวิทยาศาสตร์
-
กำหนดเป็นผู้นำทีมในการพัฒนาระบบการดูแลที่มีประสิทธิภาพ กล้าแสดงความคิดเห็นและกล้าร่วมตัดสินใจ
-
มีทักษะในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาชีพ คิดอย่างเป็นระบบ และมีเหตุผลเชิงจริยธรรม
-
พยาบาลต้องผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ป่วยมะเร็ง
สมรรถนะเฉพาะสาขา
-
มีการพัฒนาความรู้ทักษะความสามารถในการพยาบาลเฉพาะด้านโรคมะเร็ง อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ
-
เรียนรู้และพัฒนาทักษะความสามารถในการใช้เทคโนโลยี อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นเครื่องมือพิเศษเฉพาะโรคมะเร็งตลอดเวลา
-
มีความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและหลักการในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง เน้นที่คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งในทุกระยะของการดูแล
ถ้าท่านใดมีความเห็นเพิ่มเติม กรุณาเพิ่มเติมด้วยนะคะ
สมรรถนะพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง ในบทบาท APN จะกล่าวต่อไปค่ะ
สวัสดีค่ะพี่อุบล <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> ดีใจมากค่ะที่การสัมภาษณ์ในวันนั้นได้มีโอกาส post ขึ้นบน blog ของพี่ หลังการสัมภาษณ์น้องพึ่งมีเวลาเปิดดู mail เพราะต้องทำ focus group ในวันจันทร์และอังคารต่อ หลังจากที่ได้สัมภาษณ์พี่ในวันนั้น มีความรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก สิ่งแรกก็คงเป็นอัธยาสัยที่ง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองมาก ซึ่งทราบว่ามีงานยุ่งมากก็ยินดีให้สัมภาษณ์ในวันหยุดและเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี ต่อมาก็รู้สึกทึ่งมากเมื่อทราบประวัติการทำงาน และสุดท้ายไม่แปลกใจเลยที่ตัวเองประทับใจมากในความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างแท้จริง การได้มีโอกาสรู้จักและสัมภาษณ์ในครั้งนั้นจึงเกิดประโยชน์กับตนเองและงานวิจัยที่กำลังทำอยู่เป็นอย่างยิ่ง </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">หรรษา</p>
- ต่อ -
ความคิดเห็นของพี่อุบลที่ได้แตกต่างจากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิท่านอื่นๆ คือ ความชัดเจนระหว่างสมรรถนะของพยาบาลทั่วไปกับของAPN ตอนนี้แนวคิดเกี่ยวสมรรถนะของพยาบาลทั่วไปก็ได้ post ขึ้นแล้ว ต่อไปพี่คงมีความเห็นเรื่องสมรรถนะของพยาบาล APN คงมีผู้รอติดตามอ่านอยู่นะค่ะรวมทั้งน้องด้วย
หรรษา
ขอเล่าสู่กันฟังเรื่องงานวิจัยหน่อยนะค่ะ
เป็นที่ยอมรับว่าบทบาทของ APN มีความสำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง โดยเป็น leader ในด้านต่างๆทั้งการดูแลผู้ป่วย การประสานงาน การคิดวิเคราะห์ การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและการทำวิจัยเกี่ยวกับการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง แต่อย่างไรก็ตามปัญหาหนึ่งที่เราพบในหน่วยงานต่างๆที่ให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งคือ เรามีจำนวน APN สาขานี้น้อยมากและบางคนไม่มีโอกาสได้ทำงานตรงกับความเชี่ยวชาญของตนเอง ดังนั้นงานส่วนใหญ่จึงอยู่ในมือของพยาบาลระดับทั่วไปซึ่งมีประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยแตกต่างกันออกไปทั้งลักษณะหน่วยงาน การให้บริการและระยะเวลาการทำงาน จากข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้พบว่าพยาบาลที่ให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศ มีเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ได้อบรมหลักสูตรเฉพาะทางมาโดยตรง ส่วนใหญ่การดูแลผู้ป่วยที่พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆในปัจจุบันมาจากประสบการณ์ขณะทำงาน in-service education หรือการประชุมวิชาการในระยะสั้นๆ ข้อจำกัดตรงนี้ทำให้ผู้ทำหน้าที่ APN ต้องรับภาระเหนื่อยมากๆ ดังนั้นเราคงต้องเร่งพัฒนาพยาบาลของเราเหมือนอย่างที่พี่อุบลกำลังกระตุ้น ส่งเสริม วางแผนและดำเนินการพัฒนาน้องๆที่ทำงานร่วมกับพี่ให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง แต่หากการพัฒนานั้นขาดทิศทางที่ชัดเจน ก็จะทำให้เป็นการลงทุนที่ต้องใช้เวลาและใช้พลังอย่างมาก ดังนั้นสมรรถนะในการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งทั้งของระดับพยาบาลทั่วไปและของพยาบาล APN จึงควรจะถูกกำหนดขึ้นให้สอดคล้องกับมาตรฐานการดูแล บริบทของการดูแลผู้ป่วยในเมืองไทยของเรา ด้วยขั้นตอนหรือวิธีการที่เชื่อถือได้ก็คือการทำวิจัย เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางที่ชัดเจนในการพัฒนาพยาบาลที่ให้การพยาบาลกับผู้ป่วยมะเร็ง และปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่หลายๆหน่วยงานประสบอยู่ก็คือ ไม่รู้ว่าจะประเมินสมรรถนะอย่างไร ขาดเครื่องมือที่เชื่อถือได้ในการประเมิน แบบวัดความรู้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสมรรถนะของคนคนนั้นได้ทั้งหมด หรือมีการสร้างแบบประเมินขึ้นมาใช้เฉพาะหน่วยงานซึ่งให้บริการผู้ป่วยที่แตกต่างกันออกไป ก็จะพบว่าอาจจะยังไม่ครอบคลุมประเด็นสำคัญๆของการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ผลจากวิจัยในครั้งนี้จะทำให้ได้คำตอบว่า สมรรถนะในการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งสำหรับพยาบาลระดับทั่วไปประกอบด้วยสมรรถนะหลักๆด้านใดบ้างและได้เครื่องมือประเมินสมรรถนะที่มีความเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ โดยจะต้องผ่านการทดสอบกับพยาบาลที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งในหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศ (ตามจำนวนที่สุ่มได้) <p> </p>
หรรษา (น้อย)
สวัสดีค่ะน้องหรรษา
พี่เขียน เรื่อง สมรรถนะของของพยาบาลผู้ปฏิบัติการขั้นสูง.. ที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง
ลองดูที่นี่ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/ubolapn/125772?page=1
การประเมินสมรรถนะของพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง <ul>
</ul><p>ผลจากวิจัยในครั้งนี้</p><ul><li>จะทำให้ได้คำตอบว่า สมรรถนะในการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งสำหรับพยาบาลระดับทั่วไป ประกอบด้วยสมรรถนะหลักๆด้านใดบ้าง และได้เครื่องมือประเมินสมรรถนะที่มีความเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ โดยจะต้องผ่านการทดสอบกับพยาบาลที่ให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งในหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศ </li></ul><p> เป็นงานวิจัยที่น่าสนใจมาก พี่จะรอผลวิจัยนะคะ</p><p>จะได้มีเครื่องมือที่สามารถประเมินสมรรถนะพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งได้เหมาะสมค่ะ</p>
สวัสดีค่ะพี่อุบล
จากการที่ได้ทำ focus group กับพยาบาลระดับทั่วไปที่มีประสบการณ์ได้ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง โดยทำ 2 ครั้งครั้งละ 7-8 คน โดยเป็นพยาบาลที่มาจากแผนกต่างๆกันที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง เช่น อายุรกรรม ศัลย์ นรีเวช ortho เป็นต้น
นอกจากจะได้มีการแสดงความคิดเห็นถึงสมรรถนะหลักด้านต่างๆในการให้การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมีประเด็นย่อยๆหลากหลายแนวคิด เป็นข้อมูลที่มาจากผู้ปฎิบัติทั้งที่ปฎิบัติดีแล้วและควรปฎิบัติเพื่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง
ทำให้เกิดการเรียนรู้ว่า
ข้อมูลที่ได้จากการสนทนากลุ่มก็จะนำไปประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆอีกประมาณ 10 ท่าน ก่อนนำมาสรุป หามีอะไรก้าวหน้าก็จะเขียนมาเล่าสู่กันนะคะ
หรรษา
สวัสดีค่ะ
การtrain พยาบาลที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์จะต้องมีการสอนทฤษฎี ประมาณ 5-10 วัน
สอนปฏิบัติ โดยมีพี่เลี้ยงสอน
การให้ IV การเลือกเส้นเลือด การให้ยาเคมีบำบัด การประคบเย็น ประคบร้อน การป้องกันการเกิด Extravasation ฯลฯ
จะประคบคู่เวรเช้า ประมาณ 1 เดือน ถ้ายังประเมินไม่ผ่านจะต้องประกบคู่ต่อ และประกบคู่กับพี่ ในเวรบ่ายดึกอีก 1 เดือน แล้วประเมิน
เมื่อเริ่มทำงานได้แล้ว การขึ้นปฏิบัติงานทุกเวร จะต้องมีพี่ขึ้นเวรกับน้อง ประมาณ 1 ปี
สอนการให้ข้อมูล การทำกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ดนตรีบำบัด
โรงพยาบาลผมกำลังจะส่งพยาบาล train palliative care ผมจะส่งพยาบาลไปอบรมได้ที่ไหนครับได้ที่ไหนบ้างครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอโรจน์
เห็นน้องพยาบาลที่ไปอบรม จะไปที่ มอ ค่ะ
แล้วจะถามน้องพยาบาลที่ train มาแล้วให้นะคะ
เป็นความจริงค่ะ คุณฉัฐม์สุดา ธีระกุล ที่เราเห็นญาติเป็นคนที่คอยบอกเราว่า ห้ามบอก ห้ามอธิบายว่าผู้ป่วยเป็นอะไร แม้กระทั่งระยะสุดท้ายแล้ว ยังไม่ให้รู้
พี่เคยถามญาติว่า ถ้าท่านป่วย เราจะอยากทราบไหมว่า เราเป็นอะไร
แต่ด้วยความหวังดีของญาติ เราเป็นพยาบาลจะต้องให้ญาติยอมรับได้ก่อน
ทีมแพทย์ค่อยบอกผู้ป่วย ถ้าทุกคนพร้อม