นาย ศิริพร  หนึ่งในจำนวนของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ได้เล่าถึงชีวิตของตนเองก่อนที่จะเข้ามาอยู่ที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ แห่งนี้ว่า

     เดิมผมเป็นคนจังหวัดพิจิตร ตอนเรียนอยู่ ป.5 ต้องย้ายครอบครัวมาเรียนในกรุงเทพฯ อาศัยอยู่แถวพัฒนาการ ก็เรียนไม่จบ เพราะติดเพื่อนมาก พากันหนีเที่ยวเดินห้างสรรพสินค้าหาความสุขใส่ตัวไปวัน ๆ พ่อทำอาชีพ รปภ. แม่ไม่มีอาชีพ พ่อแม่มีเวลาให้ตลอด คอยอบรมคอยสอนคอยตักเตือน แต่ศิริพรไม่ยอมเชื่อฟัง ยิ่งเตลิดไปมากกว่าเดิม จนกระทั่งได้หนีออกจากบ้านมาอยู่กับเพื่อน และในขณะนั้นได้เจอแฟนคนแรกซึ่งแฟนจะเป็นคนเล่นยา  แต่ผมไม่รู้ว่าแฟนติดยาและไม่รู้ว่ายาบ้าเป็นอย่างไร  คบกันได้ 2 - 3 เดือน แฟนผมเขาก็นำยาออกมาเสพ ผมก็ถามแฟนว่าอะไร แฟนผมบอกว่าไม่ต้องถาม ผมก็ลองเสพดูโดยวิธีสูดดมควัน พอเสพเข้าไปแล้วนอนไม่หลับจะคุยกันทั้งคืนก็เคยรู้สึกสนุกรู้สึกดีกระปรี้กระเปร่า  ก็เลยเสพมาเรื่อย ๆ ครั้งแรกที่เสพจะเสพประมาณ 1/4 เม็ด พอเริ่มติดรสชาติ ติดความสุขของยาก็เริ่มขวนขวายหา ถามแฟนว่าไปเอาที่ไหนมา ราคาเท่าไหร่ พอรู้แหล่งที่จะซื้อก็ไปซื้อกับแฟน และช่วงนั้นไม่มีงานทำ แต่จะข่มขู่เอาเงินจากพวกเด็กนักเรียน มีเพื่อนร่วมกลุ่มอยู่ประมาณ 20 คน และเพื่อนในกลุ่มคือเด็กที่หนีออกจากบ้านเหมือนกันทุกคน  การใช้ชีวิตนอกบ้านหลังจากหนีออกมาก็คือข่มขู่ ใช้กำลังบังคับผู้อื่นเพื่อให้ได้เงินมาซื้อยาเสพ และผมจะเป็นคนลงมือเอง แต่ถ้าคนไหนไม่ให้ก็จะให้เพื่อน ๆ จัดการ ผมทำแบบนี้มานานจนเป็นคดีความ เพื่อนผมโดนจับไปแต่ผมหนีรอดมาได้ พอเพื่อนโดนจับ  เพื่อนที่เหลืออยู่ก็เริ่มน้อยลง ผมได้กลับไปอยู่บ้าน แต่ก็อยู่ได้ไม่นานก็เริ่มออกเที่ยว เริ่มไปหาเพื่อน ก็มีเพื่อนบางคนได้ประกันตัวออกมาแล้ว ช่วงนั้นพฤติกรรมในการข่มขู่เอาเงินจากคนอื่นเริ่มน้อยลง มีเพื่อนคนหนึ่งชวนไปทำงานด้วย ทำเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์และทำสีรถ มีรายได้วันละ 100 บาท  แต่ก็ทำได้ไม่นานและผมก็ต้องเลิกกับแฟนคนแรก  เพราะพ่อแม่ฝ่ายหญิงต้องการให้ลูกสาวกลับไปเรียนต่อที่ระยอง  ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก  ผมก็ยังเสพยาบ้าอยู่เรื่อย ๆ ราคาตอนแรกที่หาซื้อได้คือ เม็ดละ 100  บาท  แต่พอเสพไปนาน ๆ เข้าก็เหลือเม็ดละ 50 บาท แรก ๆ ผมให้เพื่อนไปซื้อให้ ช่วงหลัง ๆ ผมจะซื้อเอง และเริ่มขายด้วย ผมเพิ่งออกมาจาก มทบ.11 สะพานแดง สาเหตุที่ผมโดนจับก็คือ ไปกินเหล้าบ้านเพื่อนและนำยาบ้ามาเสพกัน ผมอยุ่บ้านเพื่อนประมาณ 1 วัน 1 คืน พอกลับออกมาก็ถูกตำรวจจับและพาไปตรวจปัสสาวะ  ปรากฏว่าฉี่เป็นสีม่วงก็เลยได้เข้ามาอยู่ในศูนย์ฟื้นฟู ครับ  ผมได้เข้ามาอยู่ศูนย์ฟื้นฟู เป็นเวลา 4 เดือน 7 วันแล้ว  ตอนแรกที่รู้ว่าตนเองต้องเข้ามาอยู่ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแห่งนี้ ก็รู้สึกกังวลไม่ชอบที่นี่เลย คิดว่าทำไมเราต้องมาอยู่ที่นี่ ทำไมไม่เป็นที่อื่น ตอนแรกที่เข้ามาก็คิดว่ายังไงก็ต้องหนีออกไปจากที่นี่แน่นอน  เพราะยังไงตนก็ไม่สามารถทนอยู่ในที่แห่งนี้ได้  แต่ก็ไม่ได้หนี มันเป็นแค่เพียงความคิดชั่ววูบเท่านั้น  และปัจจุบันทั้งความคิดและพฤติกรรมของผมเปลี่ยนไปจากเดิมมาก จากที่ไม่รับรู้อะไร ไม่สนใจใคร ก็รู้จักคิด มีแนวทางความคิดที่ได้จากกลุ่มมีความรับผิดชอบมากขึ้น ผมจะทำหน้าที่ในแต่ละส่วน ดูแลความเรียบร้อยของกลุ่ม สำหรับความรู้สึกอยากยาในตอนแรกที่เข้ามาอยู่ที่นี่ยังมีอยู่ แต่จะพยายามนึกถึงผลกระทบและผลเสียที่เราได้เสพเข้าไปก็จะคลายความอยากลง และจะหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เพื่อให้ลืมอาการอยากยา  เช่น เล่นกีฬา  ในความคิดของผมหลังจากออกจากศูนย์ฟื้นฟูฯ แล้ว ผมตั้งใจจะกลับไปทำงานที่บริษัทน้ำที่ผมเคยทำช่วงที่ประกันตัวออกไปอยู่จังหวัดนนทบุรี  อยู่ใกล้ ๆ บ้านของผม  เพราะก่อนที่จะมาบำบัดฯ ผมได้บอกกับหัวหน้างานว่าผมจะต้องมาบำบัด  หัวหน้าก็ไม่ว่าอะไร  ท่านยังบอกอีกว่าหายแล้วให้กลับมาทำงานที่นี่ต่อได้ครับ

     ท้ายสุดนี้ นายศิริพร  ได้ฝากถึงเพื่อนที่ติดยาว่าขอให้พยายามตามหาความเป็นตัวของเราในทางที่ถูกต้อง ว่าเรามีอะไรที่จะต้องแก้ไขอย่ามัวแต่ให้คนอื่นแก้ไขเพื่อตัวเราจงมองผู้อื่นให้เข้าใจ เราเสียเวลามามากแล้ว อย่าปล่อยเวลาให้เสียโดยเปล่าประโยชน์ อย่าปล่อยให้ความผิดที่ไม่ดีเข้ามาอยู่ในสมองให้มากนัก  ปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อให้ครอบครัวมีความสุขอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องใช้ยาเสพติดอีกต่อไป