ข้อเท็จจริงมหาวิทยาลัยไทย คำบรรยายจากใจท่าน รมช.ศธ.

KPN AC jack

วันพุธที่ 29 สิงหาคม 50 ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมฟังการเผยแพร่โครงการ ปักธง ตรงสู่คณะ กระจายไปมหาวิทยาลัย ณ โรงแรมเรดิสัน กรุงเทพฯ เป็นการนำเสนอการนำระบบคุณภาพ TQA ของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย มาเล่าต่อให้เพื่อนชาวอุดมศึกษาฟัง เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพ

ผมจึงขอเล่าสรุปต่อในการบรรยายพิเศษ ของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านวรากรณ์ สามโกเศศ ในประเด็น

1. ข้อเท็จจริงมหาวิทยาลัยไทย

  • เหตุผลที่ทำให้มีคนเรียนมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น คือ 1)รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าผู้ที่จะเล่นการเมืองต้องมีคุณวุฒิไปต่ำกว่าปริญญาตรี 2)เป็นแฟชั่น ประกอบกับการมีกองทุน กยศ. หรือ กรอ. 3)มหาวิทยาลัยมีการโฆษณาทางสื่อมากขึ้น ในลักษณะการค้า ธุรกิจ
  • สภามหาวิทยาลัยสามารถอนุมัติเปิด/ปิดหลักสูตรได้เอง ทำให้ สกอ. ไม่สามารถควบคุมได้ ถ้าสภามหาวิทยาลัยใดเข้มงวด เข้มแข็งเรื่องคุณภาพ ก็ดีไป แต่ต่อไป สกอ. จะมีการทำ Post Audit
  • ปริมาณจำนวนผู้เข้าเรียน นั้นสวนทางกับคุณภาพ มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีกฎหมายของตัวเอง คือ พ.ร.บ. 
  • สกอ. ไม่สามารถควบคุม ม.รัฐได้เต็มที่ โดยกฎหมาย
  • ผลที่เกิดจากมหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพ คือ 1)เรียน 4 ปีแล้วไม่ได้อะไรเลย เมื่อเทียบกับเอาเงินจำนวนนี้ไปพัฒนาตนเองในระบบอื่น จะได้อะไร คุ้มค่ามากกว่า 2)เสียทรัพยากรฟรี เช่น ตึก ที่ดิน

2.ปัจจัยที่จะทำให้เกิดคุณภาพในอุดมศึกษา

  • ต้องสร้างวัฒนธรรมคุณภาพ จาก ใจคนมีความสามัคคี รักใคร่กัน โดยหลักของ 1)ความรู้ต่อเนื่อง จากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง 2)เป็นพลวัต คือมีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ
  • ได้รับการสนับสนุนทางการเงินทั้งเรื่องการสอน การวิจัย ให้สมควรกับโอกาสที่แท้จริง ไม่ให้บุคลากรไปหารายได้อื่นนอกจากงานที่รับผิดชอบอยู่ จากสาเหตุที่ได้ค่าจ้างไม่เพียงพอ
  • เสรีภาพ แสดงความคิดเห็น สามารถเลือกในสิ่งที่จะทำ
  • มีเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนให้มากขึ้น เพื่อสร้างความหลากหลาย ทำให้เกิดการแข่งขันคุณภาพ ปรับเปลี่ยนสถานะออกนอกระบบ
  • สร้างงานวิจัย เป็นแขนขาให้ชุมชน สังคม ประเทศ
  • มีธรรมาภิบาล โดยเฉพาะสภามหาวิทยาลัย
  • มีวัตถุดิบที่ดี คือ ผู้ที่จะเข้ามาเรียน เข้ามาด้วยใจเพื่อศึกษาหาความรู้จริงๆ อย่าให้เรียกว่าขายปริญญา
  • มีระบบการประกันคุณภาพที่ต่อเนื่อง

สุดท้ายท่านฝากคำถาม แต่ไม่ต้องการคำตอบ 3 คำถาม คือ

  1. ท่านคิดว่าอุดมศึกษาไทยจะพัฒนาไปไกลขนาดไหน ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรถึงจะไปได้ และอะไรต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ?
  2. มหาวิทยาลัยต้องหน้าตาเหมือนกันหรือไม่?
  3. ทำอย่างไรจะช่วยผู้ที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาโดยเฉพาะด้านการเงิน ให้มีความเสมอภาค ทัดเทียมกับผู้ที่มีโอกาสทั่วๆไป?
KPN

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แจ๊ค : บันทึกจากงานประจำ

คำสำคัญ (Tags)#คุณภาพการศึกษา#tqa#เล่าสู่กันฟัง#ข้อเท็จจริง#ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

หมายเลขบันทึก: 123712, เขียน: 31 Aug 2007 @ 12:31, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 20:09, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (8)

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 12:49
  • เรื่องข้างล่างนี้ถ้ามหาวิทยาลัยทำได้คงดี
  • สร้างงานวิจัย เป็นแขนขาให้ชุมชน สังคม ประเทศ
  • มีธรรมาภิบาล โดยเฉพาะสภามหาวิทยาลัย
  • มีวัตถุดิบที่ดี คือ ผู้ที่จะเข้ามาเรียน เข้ามาด้วยใจเพื่อศึกษาหาความรู้จริงๆ อย่าให้เรียกว่าขายปริญญา
  • มีระบบการประกันคุณภาพที่ต่อเนื่อง
  • กลัวแต่จะเป็นเพียงนโยบายที่เขียนไว้ครับน้องแจ๊ค
  • ขอบคุณครับ

แวะมาเยี่ยมครับ 

โนคอมเม้นท์

JJ
เขียนเมื่อ 31 Aug 2007 @ 18:00

เรียนท่าน jack

  • เห็นว่าจะใช้ชื่อ เป็นทางการทำนองว่า
  • "การพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ"ครับ
  • เป็นกิจกรรมเสริม
  • เชื่อมต่อจาก IQA
  • ไม่บังคับทำครับ
KPN AC jack
เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 08:18

สวัสดีครับท่านอาจารย์ขจิต

ถ้านโยบายเหล่านี้มาจากการมีส่วนร่วมทางความคิดจากบุคลากรทุกระดับทุกประเภทแล้ว คงต้องร่วมหัวจ่มท้าย ขับเคลื่อนไปพร้อมๆกันครับ

แต่ถ้านโยบายกำหนดมาจากตัวผู้บริหาร หรือกลุ่มผู้บริหารเพียงกลุ่มเดียว คงเป็นไปได้ยากที่จะประสบผลสำเร็จครับ

อย่างที่ว่าผู้บริหารต้องมี "ธรรมาภิบาล" ครับ

ขอบคุณครับ

KPN AC jack
เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 08:19

สวัสดีครับท่านอาจารย์วรชัย

แค่แวะเข้ามาเยี่ยม ก็ดีใจครับ มิตรชาวเทคนิคยโสธร

KPN AC jack
เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 08:21

เรียนท่านอาจารย์จิตเจริญ

ถ้านำแนวทางของ TQA ปรับให้เข้ากับระบบการศึกษา ได้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาครับ โดยเฉพาะบูรณาการเข้ากับ IQA การประกันคุณภาพ ที่มีอยู่แล้ว

ถ้ามีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ bestpractice เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ของการนำ TQA มาใช้กับระบบการศึกษา ก็จะทำให้หลายๆสถาบัน ไม่ต้องไปลองผิดลองถูก ลดความเสี่ยงลงได้ครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ 03 Sep 2007 @ 18:08

สวัสดีค่ะ

มาเยี่ยมค่ะ

จริงๆมีอะไรอยากพูด แต่มันจะยาวไป

ในข้อที่ว่า มหาวิทยาลัย ต้องหน้าตาเหมือนกันไหม

คิดว่า ไม่จำเป็นนะคะ

KPN AC jack
เขียนเมื่อ 04 Sep 2007 @ 08:24

สวัสดีครับคุณSASINANDA

ผมก็เห็นด้วยว่า มหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องหน้าตาเหมือนกัน แต่ควรอยู่ในกรอบมาตรฐานขั้นต่ำเดียวกันครับ

ถ้ามหาวิทยาลัยมีการแข่งขันกันเรื่องของคุณภาพแล้ว ผลดีก็จะตกกับผู้ที่จะเลือกเรียน มีทางเลือกที่หลากหลาย

ถ้ามหาวิทยาลัยไม่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่จะเข้าเรียนก็จะไม่มี หลักสูตร สาขาที่เปิดก็ย่อมจะหายไปเองตามระบบกลไกครับ

ขอบคุณครับ