เกือบได้กลับบ้านก่อนเวลาซะแล้ว

  เมื่อคืนนอนไม่หลับ ครึ่งหลับครึ่งตื่นตลอดคืน เพราะเป็นห่วงลูกสาวคนเล็ก   

วันที่ 30 สิงหาคม 2550

วันพฤหัสบดีของสัปดาห์ที่ 17 และคงเหลือ 76 วันนับจากนี้ไป เมื่อคืนนอนไม่หลับ ครึ่งหลับครึ่งตื่นตลอดคืน เพราะเป็นห่วงลูกสาวคนเล็ก ได้กำชับจิ๋มก่อนนอนว่า หากลูกอาเจียนอีกต้องรีบโทรหาผมทันที ตื่นมาตอนเช้าจึงโทรหาที่บ้าน ได้ยินเสียงเธอกำลังรื่นเริงเลยรู้สึกผ่อนคลายความเครียดลงไปได้บ้าง ตั้งแต่เมื่อคืนเธอไม่อ๊วกอีกเลย มีท้องเสียครั้งหนึ่ง เช้านี้ตัวก็รุมๆเพียงเล็กน้อย เป็นอันว่าไม่ต้องรีบกลับบ้าน

                ประมาณตี 5 กว่าๆ (มั้ง) ก็มี SMS เข้ามาจาก Jessica แจ้งว่าวันศุกร์นี้จะจัดงานเลี้ยงส่งพี่โต้งและเลี้ยงรับหมอใหม่จากอินโดนีเซีย ก็งงงงว่าทำไมส่งข่าวเข้ามาเช้าจังนะ หมายเหตุ ตอนแรกคิดว่าเป็นอาร์ลีน เพราะเธอเป็นเจ้าแม่ SMS และไม่ค่อยรู้จักเวลาอยู่แล้ว แต่เธอกลับฟิลิปปินส์ตั้งแต่เมื่อวานนี่นา

วันนี้เกิดปรากฏการณ์ไม่น่าเชื่อของการเรียนที่นี่ครับ นั่นก็คือไม่มีงานทำ ทั้งนี้เพราะว่าครูหาญไม่อยู่ 4 วัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ ท่านไปประชุมผู้บริหารโรงพยาบาลที่ประเทศอินโดนีเซีย เลยไม่มีการผ่าตัด ส่วนที่คลินิกก็ปิดในส่วนของคริสต์ ชอง ซึ่งท่านจะหยุดทุกสัปดาห์ที่ 5 กลายเป็นว่าผมตกงาน จะไปเก็บข้อมูลวิจัยก็ไม่ได้เพราะเขากำลังตรวจเวชระเบียนกันอยู่

               

เมื่อคืนเกือบ 5 ทุ่ม ครูหาญโทรมาหาผมก่อนขึ้นเครื่อง ฝากให้ผมดูคนไข้ของท่าน 3 คน ดังนั้นวันนี้เลยต้องไปนั่งที่คลินิกเพื่อดูคนไข้ของครูจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ไปนั่งทำงานที่ภาควิชาจนบ่ายโมงครึ่งจึงได้มากินข้าวเที่ยงกับดันดี โทรกลับไปที่บ้าน พี่เขียด (พี่เลี้ยงลูกสาว) รายงานว่าไม่มีอาเจียน แต่ท้องเสียออกมา 2 ครั้ง มีเนื้อปนเล็กน้อย มีไข้ต่ำๆแต่ยังรื่นเริง และที่ทำใจได้คือ ไม่กินอะไรเลย ผมจึงสรุปว่าน่าจะเป็นอาหารเป็นพิษหรือไม่ก็ติดเชื้อไวรัส (acute gastroenteritis) ซึ่งพรุ่งนี้น่าจะดีขึ้น และกำชับว่าหากจ้ายังมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนอีก ให้โทรหาจิ๋มเพื่อลางานมาอยู่ที่บ้าน

บ่ายสองก็ลงไปที่ห้องเวชระเบียน เก็บข้อมูล 32 รายด้วยความรวดเร็ว จากนั้นจึงเดินเฉี่ยวไปยังคลินิก เพราะว่าวันนี้เหลือเพียงดันดีกับครูลีเท่านั้น ผมจึงเข้าไปช่วยตรวจคนไข้ที่ยังเหลือต่อด้วยกัน เราจึงสามารถเลิกคลินิกได้อย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นก็ปาเข้าไป 5 โมงแล้ว ก่อนกลับบ้านก็โทรไปที่บ้าน พี่เขียดบอกว่าสบายบรื๋อ เจ้าจ้ารื่นเริงมาเพราะแม่บอกว่าจะพาไปรับพี่แป้งที่โรงเรียน ก็โล่งใจไปได้อีกหน่อย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง

คำสำคัญ (Tags)#แพทย์#เรียนต่อ#สิงคโปร์#อาหารเป็นพิษ#gastroenteritis

หมายเลขบันทึก: 123561, เขียน: 30 Aug 2007 @ 20:46 () , แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 20:08 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

สวัสดีค่ะ

เวลาลูกไม่สบาย ยิ่งอยู่ไกลกัน ยิ่งเป็นห่วงนะคะ จะร้อนใจมากเลยค่ะ พ่อแม่ทุกคน เป็นแบบนี้ค่ะ

ครับคุณ P

แค่อยู่ด้วยกันก็กลุ้มจะตายเวลาเธอป่วย

นี่อยู่ไกลกันยิ่งแล้วใหญ่ ดีที่ภรรยาสามารถจัดการได้เรียบร้อย

คนเป็นหมอ เวลาลูกไม่สบายก็รู้สึกเหมือนพ่อแม่คนอื่นนั่นแหละครับ ผมต้องโทรไปปรึกษาเพื่อนแทบทุกทีสิ

ทีลูกคนอื่นรักษาเขาได้ ลูกเรากลับหมดปัญญา ตลกดีนะครับ