ไม่ควรบริหารเพื่อเงิน ....แต่ถ้าไม่มีเงินก็บริหารไม่ได้

เป็นอีกหนึ่งวันที่ได้.....ปิ้งแวบ.....ความคิดใหม่ ๆ เพื่อนำมาใช้ในการบริหารและพัฒนาการทำงาน ก็เลยอยากนำมาเล่าให้ฟังค่ะ  เคยไม่เห็นด้วยอยู่หลาย ๆ เรื่อง เช่น เรื่องเกี่ยวกับการบริหารเงินงบประมาณใน หน่วยงานซึ่งต้องใช้เงินงบประมาณให้หมดภายในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งก็จะประมาณเดือนกันยายน แล้วถ้าใช้เงินไม่หมดก็จะมีหน่วยงานอื่น ๆ มาช่วยใช้ หรือส่งคืนสำนักงบฯ จะเห็นว่าผลที่ตามก็คือถ้าไม่มีการวางแผนที่ดีแล้ว จะทำให้มีการใช้เงินเพื่อการอะไรก็ได้ในช่วงปลายปีงบประมาณ สิ่งนี้ทำให้มองเห็นว่า เหมือนเป็นการสร้างนิสัยความเคยชินในการได้มาซึ่งเงินงบประมาณ แล้วใช้จ่ายอย่างคนที่แบมือขอเงินเป็นอย่างเดียว ซึ่งจะโทษคนใช้เงินก็ไม่เต็มปาก เพราะก็เคยเป็นแบบนี้มาตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่นักบริหารรุ่นใหม่ต้องคิดถึง และควรจะสร้างวัฒนธรรมตรงนี้ขึ้นใหม่ในองค์กร ซึ่งต้องมองเรื่องสมดุลของเงินทั้งรายรับและรายจ่าย อาจต้องมองไปไกลๆ ค่ะ ว่าถ้าไม่มีบุญเก่าแล้ว หน่วยงานจะไปรอดหรือเปล่า อีกเรื่องหนึ่งค่ะ คือการซื้อของโดยใช้เงินราชการ แล้วซื้อได้ในราคาที่แพงกว่าปกติถึง 20-30% ซึ่งทางร้านค้าให้เหตุผลว่า ทางเราจ่ายเงินให้เค้าช้ามาก จึงต้องบวกเงินไปตรงนี้ด้วยแล้วระบบนี้ก็ยังอยู่ในมหาวิทยาลัยจนกระทั่งทุกวันนี้

จากมุมมองของ ผศ.ดร. ประเสริฐ คันธมานนท์ จาก มจธ. อาจารย์มาเล่าให้ฟังถึงแนวทางการบริหารหน่วยงานเพื่อความยั่งยืนของ มหาวิทยาลัย โดยใช้ มจธ. เป็น case studies ได้ค่อนข้างเคลียร์มาก พอจะสรุปได้อย่างนี้ค่ะ 

1. เราต้องมองตัวเองให้ออกค่ะว่าอะไรคือเป้าหมายของเรา แล้วต้องวิเคราะห์ต่อว่าเรามีความเสี่ยงเรื่ออะไรบ้าง อยู่ในภาวะเช่นไร แล้วต้องมีการปรับตัวอย่างไรภายใต้ภาวะนั้น

2. ต้องเข้าใจตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดในมหาวิทยาลัยต้องมีเป้าหมายร่วมกันมีวิสัยทัศน์ และพันธกิจเดียวกันกับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังต้องเน้นเรื่องศักยภาพการทำงานทางวิชาการ พื้นที่ดำเนินการ และกลุ่มลูกค้า ซึ่งก็คือตัวนักศึกษานั่นเอง

3. การบริหารอย่างมืออาชีพซึ่ง อาจารย์ให้มุมมองว่า มีความสำคัญมากทั้งเรื่องการกำหนดโครงสร้างขององค์กร การบริหารการเงิน และการบริหารงานบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายองค์กร และการสร้างความสมดุลของการทำงานในมหาวิทยาลัย

อาจารย์ทิ้งท้าย และย้ำว่าสำคัญมากก็คือ บุคลากรเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร ดังนั้นการทำให้บุคลากรมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานในองค์กร จะนำไปซึ่งการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ด้วย แต่ต้องคำนึงถึงความคาดหวังของบุคลากร และองค์กรว่าอยู่บนจุดยืนที่สามารถทำให้เกิดความเป็นธรรม แบบ win-win ได้หรือเปล่า สิ่งนี้ก็เป็นโจทย์ที่ดีสำหรับนักบริหารมือใหม่หัดขับอย่างเราต้องมาลองวางกลยุทธ์กันต่อไปค่ะ......

ส่วนเรื่องการจัดการเรื่องที่บ่น ๆ ตอนขึ้นต้น ก็ได้ข้อคิดมาค่ะว่า ระเบียบของมหาวิทยาลัยสามารถแก้ไขได้ ถ้าไม่ไปขัดกฏหมายแม่ ส่วนขั้นตอนการทำงานเพื่อลดขั้นตอน ก็อยู่ที่ความสามารถของการบริหารจดการของผู้บริหารว่าจะจริงจังแค่ไหน อาจารย์ยกตัวอย่าง มจธ. เรื่องการรทำงานของกองคลังก็ไม่ช้าแล้ว มีระเบียบออกมาว่าต้องจ่ายเงินให้ร้านค้าภายใน 7 วัน ซึ่งก็แก้ไขปัญหาพวกนี้ได้ และช่วยประหยัดเงินไปได้มาก

เคยได้ยินไหมคะว่า....อาจารย์อย่างนี้ทำไม่ได้หรอก....มันขัดระเบียบ....):