“พวกเราจะร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรขึ้นมา จากรากฐานปรัชญาและความเชื่อที่มาจากอุดมคติทางศาสนาที่เรายึดถือประจำใจกันมาตลอด ว่าเราจะไม่ดำเนินการใดที่จะเป็นทางล่อแหลมเข้าไปในสิ่งที่ผิดศีลธรรม และกิจการของเรา จะไม่มีสิ่งใดที่จะไปเกี่ยวข้องกับอบายมุขหรือการผิดกฏหมายโดยเด็ดขาด ไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น”
ข้อความข้างต้น เป็นเสมือนคำมั่นสัญญาของผู้ถือหุ้นทุกคน ที่ร่วมเป็นผู้ก่อตั้งกิจการอุตสาหกรรมอาหารขึ้นมา โดยมีโรงงานอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อหลายปีก่อน
ซึ่งวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทนี้ ก็ยังอยู่ยง และได้มีการสืบทอดปณิธานนี้มาจนบัดนี้ แม้ปัจจุบัน จะมีบริษัทต่างชาติชาวตะวันตก เข้ามาร่วมถือหุ้นด้วยเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังเห็นดีเห็นงามกับค่านิยมและมาตรฐานด้านจริยธรรมที่ได้มีการวางรากฐานไว้อย่างแน่นหนาหลายปีต่อเนื่อง จนไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะพนักงานทุกคน ได้รับการอบรมกล่อมเกลา ฝึกตนฝึกใจซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า จนซึมลึกเข้าไปในจิตวิญญาณแล้ว นั่นเอง
ผุ้ที่จุดประกายความคิดในการเขียนบันทึกนี้ คือท่าน ศาสตราจารย์ วิจารณ์ พานิช ในบันทึก วัฒนธรรมไทยเป็นอุปสรรคต่อ KM หรือไม่ – (3) ศาสนาพุทธ ดิฉัน ขอขอบพระคุณท่านมา ณ ที่นี้ เป็นอย่างยิ่งค่ะ
ที่จริงแล้ว ดิฉันได้เคย ให้ความเห็นไปแล้วในบันทึกของท่าน แต่ก็อยากจะเสริม รายละเอียดบางประการในภาพรวม ที่เกี่ยวกับประเด็นนี้ เพิ่มเติมอีกสักหน่อยค่ะ
ก่อนที่ดิฉัน จะเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการเต็มตัว ดิฉันทำงานที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งมาก่อน และไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย เพียงแต่ มาพบจุดเปลี่ยนของชีวิตที่สำคัญ ซึ่งต้องใช้เวลาคิดพิจารณาเงียบๆด้วยตัวเอง คำนวณความเสี่ยง อย่างรอบคอบ และต้องรู้จักตัวเอง ว่า เรามีสัญชาตญาณของผู้ประกอบการแค่ไหน มีเงินทุนแค่ไหน เป็นคนเอาจริงเอาจังแค่ไหน และมีไฟในตัวเองแค่ไหน ที่จะเล่นให้ชนะเกมส์การแข่งขัน
สรุปว่า ตัวเองมั่นใจในขณะนั้น 85% ว่า ทำได้แน่นอน อีก 15% ให้พวกผู้ร่วมก่อตั้ง มาช่วยกันประคอง จึงตัดสินใจส่งใบลาออกล่วงหน้า 3 เดือน ทุกคนที่ทำงานคัดค้านกันหมด และไม่อยากให้ออก แต่เมื่อเห็นดิฉันตั้งใจจริง ผู้บังคับบัญชากรุณาบอกว่า ถ้าทำแล้ว ไม่ดี ก็กลับมาอีกนะ ยินดีต้อนรับเสมอ ทำให้ดิฉันตื้นตันใจมากค่ะ คิดในใจว่า เมื่อออกแล้ว ก็คงไม่กลับเป็นครั้งที่ 2 เพราะ คราวก่อน ออกไปเรียนต่อทีหนึ่งแล้ว แล้วก็กลับไปอีกในตำแหน่งเดิม เงินเดือนเดิม
คราวนี้ เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้ทำในสิ่งที่อยากทำอย่างเต็มที่ และดิฉันได้นำหลักของศาสนาพุทธ มาใช้ในการทำงานหลายข้อด้วยกัน ตัวอย่าง เช่น
1. "มรรคแปด" (อัฏฐังคิกมรรค) ซึ่งเป็นแนวทางเดียวแต่มีส่วนประกอบ ๘ ประการ ดิฉันและคณะกรรมการทุกคนได้นำมาเป็นแนวทางหลัก ตั้งแต่เริ่มจะมีแนวคิด ดำเนินธุรกิจนี้ อาทิ เช่น ในข้อ สัมมาทิฎฐิ ซึ่งสำคัญที่สุดในการจะเริ่มต้นทำการงานใด เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอุดมการณ์และค่านิยม เมื่อทุกคนที่จะทำงานด้วยกัน มีความเชื่อ มีความเข้าใจตรงกันแล้ว การทำงานด้วยกันก็จะราบรื่นดี ส่วนสัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ ได้แก่ เว้นมิจฉาชีพ ประกอบสัมมาชีพ — Right Livelihood) และ สัมมากัมมันตะ ทำการงาน ชอบ คือ การกระทำที่เว้นจากความประพฤติชั่วทางกาย 3 อย่าง อันได้แก่ การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ การงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เขามิได้ให้ และการงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม เป็นต้น
2.ดิฉัน นำมงคล 38 บางข้อมาประยุกต์ เข้ากับงาน กล่าวคือ ::
· มงคลข้อที่ 4 อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม โรงงานตั้งอยู่ใกล้ตัวเมือง อยู่ริมแม่น้ำแควใหญ่ อยู่ใกล้วัด อยู่ในแหล่งที่มีประชากรมากพอควร และการคมนาคมสะดวก มีสภาพทางภูมิศาสตร์ดีมาก ที่ตั้งโรงงานอยู่บนเนินเล็กน้อย อากาศสบาย ไม่ร้อนเลย และที่นี่ เหมาะแก่การเพาะปลุกข้าวโพดหวาน เนื่องจาก มีส่วนที่เป็นCorn Belt ด้วย เพราะเราต้องตั้งบริษัททำเมล็ดพันธุ์ ที่เป็นพันธุ์พิเศษของเราโดยเฉพาะ ไม่ได้ซื้อจากท้องตลาด
· มงคลข้อที่ 6 ตั้งตนชอบ และตั้งเป้าหมายในการทำงานให้ทุกคนในบริษัทด้วย เป็นขั้นตอนแรกในการทำงานอย่างมีสติ มีศรัทธา ในสิ่งที่ตนทำ ว่า เป็นสิ่งที่ดีจริง ดังนั้น ต้องทำด้วยความประณีต และรับผิดชอบ ซึ่งดิฉันได้พยายามส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์กันขึ้นด้วย
· มงคลข้อที่ 9 มีวินัย ให้รู้จักระเบียบกฏเกณฑ์ ข้อบังคับที่จำเป็นต่างๆ เพื่อ่ให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และพนักงานห่างไกลจากอันตรายมากขึ้น เช่น การห้ามสูบบุหรี่ กินเหล้า เล่นการพนัน ภายในบริเวณโรงงานอย่างเด็ดขาด แม้จะเป็นเวลานอกงานก็ตาม และห้ามขับรถจักรยานยนต์ เข้ามาโรงงานเด็ดขาด ถ้าไม่ใส่หมวกนิรภัยมา ต้องกลับบ้านไปบ้าน แล้วใส่มาให้เรียบร้อยก่อน
· มงคลข้อที่ 14 การงานไม่คั่งค้าง ใช้คู่กับอิทธิบาท 4 และการอยู่ในศีล 5 เพราะคนที่ศีลบกพร่องคือ คนที่จะทำงานไม่สำเร็จ เช่น กินเหล้า เล่นการพนัน
· มงคลข้อที่ 15 การบำเพ็ญทาน คู่กับการฟัง--สนทนาธรรมตามกาล และการไม่ประมาทในธรรม มีการจัดให้มีการใส่บาตร ฟังธรรมเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้พนักงานมีสติ ระลึกผิดชอบชั่วดี ตลอดจนให้นำสิ่งดีๆที่ตนเองรับฟังมา ไปเล่า ไปอบรมคนในครอบครัวต่อไปด้วย
-
มงคลข้อที่ 16
การประพฤติธรรม ข้อนี้เป็นข้อที่ต้องเน้นที่ตัวเอง
พยายามปรับปรุงพฤติกรรมของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ให้มีความเที่ยงธรรม
ไม่ลำเอียง ทำอะไรให้เป็นเหตุเป็นผล และอธิบายได้ โดยมงคลข้อนี้
ดิฉันได้นำ
สัปปุริสธรรม
แปลว่า ธรรมของสัตบุรุษธรรมที่ทำให้เป็นสัตบุรุษ หมายถึง
คุณธรรมหรือคุณสมบัติของคนดี คนสงบ
จัดเป็นสมบัติผู้ดีอันคนดีคนสงบประพฤติปฏิบัติเป็นปกติ
มาประยุกต์ใช้ด้วยค่ะ
สัปปุริสธรรม นัยที่ ๑ มี ๗ ประการ คือ
๑. ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุ
๒. อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักผล
๓. อัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักตน
๔. มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณ
๕. กาลัญยุตา ความเป็นผู้รู้จักกาล
๖. ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักชุมชน
๗. ปุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเลือกบุคคล
นี่คือ บทพิสูจน์ของพลัง ของพุทธศาสนา สามารถนำมาใช้ในการดำเนินการงานได้จริงๆ ได้ผลดีมาก ยืนยาวและคงทน จริงๆยังมีหลักธรรมอื่นๆอีกหลายข้อมาก ที่ได้ยึดถือไว้เป็นหลัก ในด้านการงาน ที่เล่ามานี้ เป็นแค่ตัวอย่างเล็กน้อยค่ะ ปัจจุบัน บริษัทนี้ อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีลูกค้าทั่วโลก และเป็นผู้ผลิต canned sweet corn kernels รายใหญ่ที่สุดในประเทศ แต่จะส่งออกเสียมากกว่า 95% ทั้งในส่วนของการแปรรูปหลายแบบ และ pack สด
การที่สถานประกอบการ จะสามารถ รักษา วัฒนธรรมในด้านนี้ไว้ได้ ผู้นำองค์กรและสมาชิกอาวุโส ซึ่งเป็นสมาชิกหลักจะต้องมีความต่อเนื่อง ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี และจะต้องมีการกลั่นกรองคัดเลือก คนที่จะเข้ามาใหม่ ให้มีการอบรมกันอย่างเป็นระบบ และควรมอบรางวัลให้สมาชิกที่ปฏิบัติตามบรรทัดฐานวัฒนธรรม(Cultural Norm)ที่ดีขององค์กรด้วย




สวัสดีค่ะ
ชื่นชมในปรัชญาในการทำธุระกิจแบบนี้นะคะ แต่ในสถานประกอบการหนึ่ง อาจมีคนไม่เห็นด้วยบ้าง ไม่ทราบเคยมีปัญหาไหมคะ
สวัสดีค่ะ
ค่ะ มีบ้างที่ เขารู้สึกว่า มีกรอบบังคับยังไงอยู่
แต่เรา ก็อบรมเขา และคนเก่าๆก็ทำตัวอย่างให้ดู ถ้าเขาเข้ากับเราไม่ได้ เขาก็ออกไปเอง เพราะอึดอัด แต่ไม่เคยปรากฎนะคะ ทุกคนปรับตัวได้เสมอ บางคนติดบุหรี่ ไม่สูบในโรงงาน ออกไปสูบข้างนอก ตอนพัก เขาก็ยังทำได้อยู่ แต่ในบริเวณที่เราๆห้ามค่ะ
แต่คนที่นี่ ไม่ยากค่ะ เขาอยากทำความดีอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีปัญหานัก
มาอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ สาธุๆ ว่าแต่ว่า ขอข้อมูลอีกนิดได้ไหมคะ ตัวย่อของชื่อบริษัทหนะค่ะ
สวัสดีค่ะ
บริษัทนี้มีอยู่ค่ะ ที่เมืองกาญจน์รู้จักกันทั้งนั้น แต่ไม่ค่อยอยากเอ่ยชื่อ เพราะจะเป็นโฆษณาหรือเปล่าคะ เราขายของ อยู่ที่Superนะคะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
สวัสดีครับ
ผมสนใจเรื่องการฟังธรรมตามกาล อย่างไรครับ ผมจะได้นำไปประยุกต์บ้าง
สวัสดีครับ พี่ศศินันท์
ช่วงนี้ผมงานยุ่งจนแทบไม่มีเวลา จึงเข้ามาบอกกล่าวว่า "คิดถึงและระลึกถึง" เสมอ นะครับ
ห้ามเข้าโรงงานเด็ดขาด ถ้าไม่ใส่หมวกนิรภัย
ตอนนี้ ผมได้รับมอบหมายในการเคลื่อนงานเรื่องวินัยจราจร,
อันที่จริงงานนี้ก็ไม่ได้อยู่ในภาระหน้าที่ของการงานผม หากแต่ผู้บริหารมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อประมาณซัก 3 ปีที่แล้ว ผมก็เคยดำเนินการมาแล้ว และก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
คราวนี้กลายเป็นงานหนักและใหญ่กว่าเดิม ... เหนื่อยทุกวันครับ
แต่ก็มีความสุขดี ..
...
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
ขออนุโมทนาสาธุค่ะ
sasinanda
เข้ามาเยี่ยมคุณโยม....
นานๆ ก็จะแวะเข้ามาเยี่ยมคุณโยมสักครั้ง โดยมากก็มักจะมาชมภาพกล้วยไม้ (หน้ากุฏิมีกล้วยไม้หลายกระถาง แต่นานๆ จะออกดอกสักครั้ง หลวงพี่อีกรูปเป็นผู้ดูแล ส่วนอาตมาก็หามาฝากท่านเป็นบางครั้ง)
ที่ฝากรอยจารึกไว้เพราะเจอข้อความว่า
1.มรรค "มรรคแปด" (อัฏฐังคิกมรรค๗)
มีตัวเลข ๗ ผิดอยู่ ที่จริงจะต้องเป็นเลข ๘ ...
อัฎฐะ + อังคะ + อิก + มรรค = อัฎฐังคิกมรรค
แปลว่า แนวทางอันประกอบด้วยข้อกำหนด ๘ ประการ..
ี้
มิใช่ว่า ๘ แนวทาง แต่เป็นแนวทางเดียวมีส่วนประกอบ ๘ ประการ โบราณาจารย์ท่านเปรียบเทียบว่า คล้ายกับเชือกเส้นเดียว แต่ประกอบด้วยด้าย ๘ เส้นถักทอขึ้นมา... ประมาณนี้
เจริญพร
สวัสดีค่ะพี่
นมัสการท่านค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะ ที่ท่านมาช่วยบอก รีบแก้ไขแล้วค่ะ ไม่งั้นเชยตาย ขนาดอ่านทานแล้วนะคะ ยังผิดเลย
จริงๆแล้ว ยังมีหลักธรรมอีกหลายข้อค่ะ ที่นำมาประยุกต์ใช้ ได้ผลมากค่ะ
พอดี พนักงานก็ค่อนข้างว่าง่ายด้วยค่ะ ในภาพรวมดีทีเดียวค่ะ
กราบ 3 หนค่ะสวัสดีค่ะ
แผ่นดิน
นึกเหมือนกันว่า คงยุ่งมากๆ พี่เองก็ยุ่งๆ แต่เริ่มเข้าที่แล้วค่t
ะเรื่องนี้ ว่าจะเขียนตั้งนานแล้ว ตอนเข้าไปให้ความคิดเห็นที่บันทึกของท่านอาจารย์ ศ.วิจารณ์ฯ แต่ไม่มีเวลาเลย เพราะ พี่มีประสบการณ์จริงๆในเรื่องนี้
และถือเป็นผลงาน ความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งทีเดียวค่ะพวกเด็กวัยรุ่น เด็กวัยทำงาน ไม่ค่อย ตระหนักเรื่องความปลอดภัยกัน มีอุบัติเหตุประจำ และก็ไม่พ้นเราต้องไปดูแลค่ะ แม้จะไม่ใช่ความผิดของเราแม้แต่น้อยจึงต้องออกอย่างนี้หละค่ะ ได้ผล ดีขึ้นมาก ไม่ลืมกันแล้วค่ะ จริงๆ เป็นประโยชน์แก่ตัวเขานะคะ เป็นเรื่องของความคะนองและความประมาท
สวัสดีค่ะ
วัฒนธรรมเรื่องความปลอดภัยนี่เป็นความบกพร่องในสายเลือดคนไทยเลยนะครับ
ผมจำได้ว่า เมื่อครั้งเรียนชั้นปีที่ 6 ตอนนั้น มีกฎหมายบังคับให้คนไทยสวมหมวกกันน๊อค แต่ตอนนั้นมีการเลือกตั้ง เขาต้องการให้คนมาเลือกตั้งมากๆ เลยเลื่อนกฏหมายนั้นออกไป
ถึงตอนนี้เรื่องหมวกกันน๊อคก็ยังคงใส่ๆถอดๆอยู่นั่นแล บ้านผมเรียก "หมวกกันนาย" ตอนแรกไม่เข้าใจว่านายคือใคร เขาบอกว่าเป็นตำรวจ เฮ้อ
นักศึกษามหาวิทยาลัยก็ต้องสวมครับ แต่ไม่คาดสายรัดคาง
ส่วนครอบครัวผม ลูกขึ้นรถต้องคาดเข็มขัดนิรภัยครับ ไม่คาด รถไม่เคลื่อน ร้องได้ร้องไปพ่อทนได้
ตอนนี้เลยเป็นอัตโนมัติ คนเล็กนี่ เธอให้ความร่วมมืออย่างดี ช่วยเราคาดให้ตัวเธอด้วย
เลยเบาได้มาก ขับรถเที่ยวทางไกลได้อย่างสบายใจ
สวัสดีค่ะขอบคุณที่มาเยี่ยมนะคะ อ่านเรื่องธรรมะของคุณบ่อยมากค่ะ ที่บล็อกของคุณพลเดชค่ะเป็นที่น่าดีใจว่า เราสามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ได้อย่างยืนยาวจริงๆค่ะ
สวัสดีครับพี่ศศินันท์
ถ้ามีองค์กรที่ทำในสิ่งที่เชื่อ เพราะเหตุว่าเชื่อในสิ่งที่ทำตามมรรค 8 จริงจังอย่างเช่นองค์กรของพี่แล้ว ผมคิดว่านอกจากองค์กรจะไปรอดแล้วยังไปโลดอีกด้วยครับ
ผมเชื่อในเรื่องสนามแม่เหล็กความดีในองค์กรครับ ยิ่งถ้าผู้บริหารระดับสูงประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ความเข้มของสนามแม่เหล็กยิ่งมีพลังมาก คนดีๆก็จะเข้ามาหาเอง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในทางกลับกันหากรักษาพนักงานดีๆในองค์กรไว้ไม่ได้ก็สะท้อนวิธีคิดของผู้บริหารได้เช่นกัน
จากมุมมองของพนักงานคนหนึ่งในองค์กรที่อยากเห็นองค์กรมีการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน ผมเห็นด้วยกับกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรที่พี่เสนอไว้ ขออนุญาตเสริมสักเล็กน้อยครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับบันทึกดี และให้พื้นที่ผมได้แสดงความคิดเห็นแบบจุใจในวันนี้
คุณ
คะ
ดิฉันเองก็ได้รับคำแนะนำจากคุณพลเดช ช่วยแก้โง่ ไปได้หลายข้อแล้ว แต่ก่อนเข้าวัด ขยันอ่าน ขยันทำทาน รักษาศิล แต่เรื่องสมาธิ รู้และเข้าใจน้อยที่สุด ก็แปลกใจ เวลาคุณพลเดช พูดสั้นๆ ดิฉันกับทำตาม และเข้าใจโดยง่าย และมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติขึ้นในระยะนี้ ก็ขอให้อนุโมทนาด้วยกันนะคะ
กร
ข้อนี้......... มงคลข้อที่ 15การบำเพ็ญทาน คู่กับการฟัง--สนทนาธรรมตามกาล และการไม่ประมาทในธรรม
ทานที่ให้แล้วไม่ได้บุญคือ
สวัสดีค่ะคุณพี่
sasinanda
ดีใจที่ได้เห็นตัวอย่างองค์กรที่ดีที่ได้นำพระธรรมคำสั่งสอนมาประยุกต์ใช้อย่างได้ผล.. ในยุคสมัยนี้ที่เงินเป็นใหญ่นั้น...จัดว่าหาองค์กรอย่างนี้ได้ยากจริงๆ
เห็นได้ชัดว่าการประสบความสำเร็จขององค์กรนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายและหลักการของผู้นำองค์กรเป็นอย่างมาก..
มาพิจารณาองค์กรที่ทำงานอยู่ ก็เห็นได้ชัดว่าองค์กรมีวัิฒนธรรมที่ถอดแบบมาจากผู้นำองค์กรอย่างชัดเจนเช่นกันค่ะ เพียงแต่นโยบายและหลักการที่ใช้นั้นแตกต่างจากที่คุณพี่ใช้อยู่ค่ะ
ิสิ่งเหล่านี้ สามารถถูกถ่ายทอดจากผู้บริหารสู่บุคลากรจริงๆ ค่ะ.... ถ้าเลือกหลักการที่ดีในการบริหารงาน ทุกอย่างก็จะดีตาม...
คุณพี่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า พระธรรมมีหลักการบริหารงานที่ดีแทรกอยู่อย่างมากมายจริงๆ
ขอบคุณนะคะที่นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ อ่านแล้วชื่นใจค่ะ ^ ^
ขอบคุณค่ะ
คงจะมีส่วนค่ะ เพราะ ณ ปัจจุบัน ดิฉันพอมีเวลาว่างมากขึ้น จึงพยายาม ที่จะทำบุญ และปฏิบัติธรรมมากขึ้น แต่เน้นที่การปฏิบัติค่ะ เพื่อนๆชวนไปวัดมหาธาตุไปเรียนเกี่ยวกับพระไตรปิฎกซึ่ง เป็นทางทฤษฏีเสียมาก ก็ไม่ค่อยอยากไป คิดว่า ต้องปฎิบัติให้ได้ดีก่อน แล้วไปเรียน น่าจะดีกว่าค่ะเมื่อทำบุญแล้วก็มีความสุขค่ะ และอีกอย่างหนึ่งคือ นอกจากจะทำประโยชน์ให้ตัวเองแล้ว ยังทำตัวป็นประโยชน์กับลูก เป็นที่ปรึกษาในเรื่องต่างๆ เป็นผู้ช่วยเขาดูแลกำกับคนเลี้ยงหลานอีกที
ถ้าว่างบ้าง ก็จะ ไปพบปะเพื่อนๆ ไปเยี่ยมเยียนลูกน้องเก่าๆบ้าง คนเราจะมีความอิ่มใจที่เราเป็นที่รัก เป็นคนที่มีค่ากับคนรอบตัว ไม่แต่เฉพาะครอบครัว รวมทั้งกับเพื่อนฝูงและพนักงานด้วยค่ะ