เรื่องการใช้เงินเท่าที่ทราบและคุ้นชินกันอยู่ ก็มักดูปีก่อน ๆว่ามีรายการอะไร  ค่อนข้างจะเป็นรูเท้า (routine)   ......ให้เลขา ฯ ว่าไป 

ปกติราชการไทยไม่ค่อยคิดอะไรล่วงหน้าว่า ยุทธศาสตร์ ยุทธหมอน ที่นอน ผ้าห่มอะไร ไม่สนใจเท่าไหร่...ผงแผนทำให้ได้มีตามเขาไปเอาเปิง เอาแต้ม....หากมีเงินเหลือก็ใช้sooking system ไม่เช่นนั้นอาจจัดการ "ล้างท่อ"ร่อให้รู้แล้วรู้รอด.... ประเด็นซื้อของแพงกว่าชาวบ้านเป็นปรากฏการณ์  "จำใจโง่".....หรือว่า "โง่เพื่อชีวิต" หรือว่า  "เอาความโง่มาเป็นระเบียบ" ไม่รู้จะเรียกอะไรดีครับ   

 มองเชิงโอกาสของระบบแล้ว  ราชการเป็นระบบใหญ่  ใช้เงินจากแหล่งเดียวกัน  สามารถวางแผนร่วมกันได้  จ่ายได้แน่นอน ดูเหตุผลทางการค้า ทางเศรษฐศาสตร์ว่าด้วย "collective action และeconomy of scale แล้ว น่าจะซื้อได้ถูกกว่าชาวบ้านได้ 10-20% 

ดังนั้นวิธีหนึ่งที่จะช่วยได้คือลดรูเท้า(routine)และขยายรูหัว(คิด)มากขึ้น และรักษาดวงตาที่พร่ามัว พัฒนาคนให้มีsonetine(จุดยืน)...เรื่องราวนี้เป็นคล้ายดังกฎว่าด้วยแรงดึงดูดในจักรวาล...เป็นเรื่องธรรมดาของราชการ  เป็นปัญหาที่คุ้นชินจนไม่คิดว่าเป็นปัญหา   .....วาดหวังว่า ถ้าบุญวาสนาkmมีจริงประกอบกับ fm(feeling management )ปลุกความรู้สึกรับผิดชอบและสำนึกในหน้าที่ของคนได้จริงแล้วละก็.....รอวันที่ตะไคร้ในสวนออกดอก ในบรรยากาศฟ้าหลังฝนผู้คนจะเข้าใจและลุกขึ้นมาแก้ไขร่วมกัน....อีกไม่นานหลอกครับ  ผมเชื่ออย่างนั้นนะ  

ที่สำคัญแม่โจ้เราก้าวหน้าและพัฒนาการบริหารจัดการรุดหน้าไปมากด้านงานแผนงานการเงิน ธุรการ ก้าวหน้าตามลำดับ  เราเป็นมหาวิทยาลัยเล็กและงามมีความเป็นไปได้และง่ายในการส้างความสัมพันธ์อันดี ที่จะส่งผลให้ก้าวหน้าอย่างมีอัตลักษณ์และการบริหารจัดการที่ดี....ความสำเร็จมีอยู่จริงโดยไม่ต้องเอื้อมเพราะมันอยู่ที่ใจพวกเราเอง.....หรือมิใช่?