วันนี้งานไม่ยุ่งสักเท่าไหร่  คนเขียนก็เลยมีเวลานั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย    นั่งฟังเพลง may it be ซึ่งเป็นเพลงโปรดอีกเพลง    และแล้วก็กลับไปอ่านงานเขียนประเด็นหญิงรักหญิงที่เคยหัดเขียนทิ้งไว้ในเวบ ๆ หนึ่ง    ดีใจมากที่วันนี้ได้พบว่าเรื่องที่เราเขียนเป็นที่นิยมอ่านในอันดับต้น ๆ ของเวบ    เวลาใครเปิดหน้าเวบนี้ขึ้นมาอ่าน    เสียงเพลง may it be ของนักร้องสาวชาวไอริชนาม  Enya ก็จะดังขึ้นมาคลอเบา ๆ ให้ได้ฟังไปด้วย    แต่จนเวลาผ่านมาหลายปีแล้วก็ยังไม่สามารถแต่งให้จบได้    เพราะอะไรกันนะ?    คำตอบง่าย ๆ ก็เพราะไม่มีแรงบันดาลใจไงล่ะ  TT_TT    แรงบันดาลใจฉันหายไปไหนหมด    ฮือ ๆ ๆ   ทำไมแรงบันดาลใจไม่มีขายใน 7 - 11  หรือตามตลาดสดนะ    เรื่องต่าง ๆ ที่เคยเขียนไว้แต่ไม่จบจะได้ถึงวาระเขียนต่อให้จบเสียที    เนอะ

 

may it be

 เสียงน้ำปายไหลเอื่อยระเรื่อยอยู่นอกหน้าต่างห้องพัก ละอองหมอกขาวโปรยปรายลงหนาทึบ ดวงดาวระยิบกลุ่มสุดท้ายก็ยังไม่อำลาจากผืนฟ้า สายลมหนาวโชยพัดพาไอกลิ่นดินอ่อนๆลูบไล้ผิวกาย นลินดึงผ้าห่มเนื้อบางพันตัวให้กระชับยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มไออุ่นให้กับเรือนกายพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ในมือมีโปสการ์ด 1 ใบ รูปกระท่อมริมน้ำที่สิบสองปันนา และกระดาษ A4 ที่ใครบางคนพกนำพาติดตัวมาด้วย แสงไฟวูบไหวจากแสงเทียนส่องให้เห็นเนื้อความในกระดาษแผ่นนั้น


……………………………………………………………………………………………………………………….


From: [email protected]
To: [email protected]
Subject: ได้ค่ะ..
Date: Mon,15 Mar 1999

ลินจ๋า….

วันนี้วันแรกของการทำงาน เหมือนที่บอกเมื่อวาน ไม่รู้สิ..พี่ไม่อยากทำงานเลย เบื่อค่ะ ตอนนี้ความรักในงานที่มีอยู่มันหดหายไปไหนก็ไม่รู้

วันนี้..ตื่นแต่เช้าขึ้นมาอากาศซึมๆมัวๆเหมือนฝนจะตกและร้อนเหมือนเดิม แต่ค่อยยังชั่วหน่อยที่พี่ทำงานในห้องแอร์ก็เลยร้อนไม่มากค่ะ

พี่พิมพ์จดหมายฉบับนี้เก็บไว้ในบันทึกแล้วนะ..ที่เอาแปะไว้พร้อมๆกับโปสการ์ดใบนั้น เพราะวันที่ 1 ธ.ค. 2547 พี่ต้องเอาไปเป็นตั๋วเดินทางนี่นา พี่จะเก็บรักษาไว้อย่างดีนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงวันนั้นเราสองคนจะไปอยู่ตรงไหนบ้าง ..5 ปี นานเหลือเกิน นานจนไม่สามารถเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราสองคนบ้าง แต่ช่างเถอะนะ นั่นเป็นเรื่องของวันข้างหน้า เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด มีความสุขที่สุดดีกว่าเนอะ ไปแร่ะๆ พี่ไปทำงานก่อนนะคะ

คิดถึงนะคะ
พี่แพร

 

From: [email protected]
To: [email protected]
Subject: ..ไม่รู้..
Date: Mon, 15 Mar 1999


พี่แพรที่รัก….


สวัสดียามเช้าวันจันทร์ค่ะ วันจันทร์ที่เริ่มต้นการทำงานของพี่ในสัปดาห์ใหม่ วันนี้..เช้าๆ..ที่นี่อากาศเย็นสบายค่ะ แต่ลินว่าอีกสักพักอากาศคงเริ่มร้อนแร่ะ

พี่แพรคะ ตอนนี้ลินฟังเพลง “ คนในนิยาย ” อยู่ค่ะ ฟังซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบแล้ว ไม่รู้สิ! พี่แพร..พี่เหมือนคนในฝัน..คนในนิยาย..ที่ลินปั้นแต่งขึ้นมาจากจินตนาการ จนบางที..ลินกลัวว่าพี่จะไม่ได้มีตัวตนจริงๆ พี่ที่รักของลินเป็นอะไรที่ไม่จริง..ไม่มีตัวตน แล้วลิน “ รอ ” ใคร

นี่..ลินรักพี่มากมายขนาดนี้เชียวหรือ ไม่ดีเลยใช่ไหม เหมือน..เหมือน..ไม่รู้สิ บอกไม่ถูกน่ะค่ะ ได้แต่ถามตัวเองว่าเพราะอะไร แต่มาถึงจุดๆหนึ่ง..ลินอยากใช้หัวใจสัมผัสน่ะค่ะ ไม่อยากจะยึดติดกะความถูกต้อง ใช่หรือไม่ใช่ จะถูกจะผิดก็ช่าง แต่ก็นั่นแหล่ะ เฮ้อ! ไม่รู้สิ วันนี้ลินคงไม่ปกติ คงฟุ้งซ่าน ha – ha

วันที่ 1 ธันวาคม 2547 เราสองคนมีนัดกันนะคะพี่ที่รัก กะเหรี่ยงคนนี้จะไปรอรับพี่สาวคนนี้ที่สนามบินเชียงใหม่ จะไปรอ – ร้อ – รอ someone special แล้วเราจะไปเที่ยวด้วยกันนะคะ

เที่ยวกะลินอาจจะไม่สนุกเหมือนที่พี่ไปเที่ยวกับใครๆนะคะ ไม่รู้สิ..กลัวพี่เบื่อน่ะค่ะ ลินจะพาพี่ขับรถไปเรื่อยๆ อยากพาพี่ไปค้างคืนในกระท่อมริมน้ำที่สิบสองปันนา ให้ลืมตาตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วมีพี่นอนอยู่ข้างๆ ได้ยินเสียงลำธารไหลเอื่อยข้างกระท่อม เห็นน้ำค้างเกาะพราวอยู่บนยอดหญ้าริมหน้าต่างนั่น ได้ยินเสียงนกตัวจ้อยร้องเพลง อยากจะเอื้อมมือคว้าละอองหมอกยามเช้าด้วยกัน อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆจังเลยค่ะ ถ้าถึงวันนั้นพี่จะยอมให้ลินเดินจูงมือเดินไปทายทักกับแสงแดดอ่อนยามเช้าไหมคะ

พี่แพรคะ เราได้ “ สัญญา “ กันแล้วนะคะ ว่า ไม่ว่าวันนั้นเราจะอยู่ส่วนใดของโลกใบนี้ เราจะกลับมา..เราจะกลับมาพบกัน ลินจะ “ รอ “ พี่ที่รัก ซึ่งต้องหมายถึง..ถ้าวันนั้นลินมีชีวิตอยู่นะคะ หาก 24 ชั่วโมงของวันนั้นพี่แพรไม่เจอลินแล้วหล่ะก็คงไม่มีลินคนนี้ให้พี่ที่รักได้เจอแล้วหล่ะ

เออนะ เหมือนที่ลินเคยอ่านหนังสือเรื่อง Blu และ Rosso เลย เป็นพ็อกเก็ตบุ๊คแปลจากนวนิยายของญี่ปุ่นแน่ะ เป็นเรื่องราวของคนสองคน คนละเล่มจากคนละมุมมอง ที่เคยใช้ชิวิตอยู่ร่วมกันและมีอันให้ต้องแยกจากกัน แต่เขาและเธอสัญญากันว่าอีก 10 ปีกลับมาพบกันที่เมืองฟลอเรนซ์ เมืองแห่งความรักของคนทั้งคู่

ไม่รู้สินะคะ ว่าพี่จะมาไหม แต่ยังไงๆวันนั้นลินจะไป “ รอ “ พี่นะคะ

รักค่ะ
ลิน..


………………………………………………………………………………………………………………………


ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่


นลินเฝ้ารอคอยแพรวาหญิงสาวผู้ซึ่งรู้จักกันผ่านโลกอินเตอร์เน็ตอย่างกระวนกระวายใจ วันนี้เป็นวันที่ทั้งคู่สัญญาว่าจะมาเจอตัวจริงของกันและกัน นัดเจอกันที่นี่ในเวลาที่ทั้งคู่ต่างก็ได้ปลดเปลื้องพันธนาการที่รัดรั้งชีวิตของทั้งคู่เอาไว้ไม่ให้ทำอย่างที่ใจปรารถนา


นลินเห็นผู้หญิงหน้าตาสวยคมเข้มที่คุ้นเคยในโลกไซเบอร์เดินมาแต่ไกล นลินทำอะไรไม่ถูกเมื่อหญิงสาวคนนั้นเดินมายืนอยู่ตรงหน้า เธอมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกคล้ายลมหายใจจะสะดุดและขาดห้วง ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างก็สวมกอดกันแน่นิ่งโดยปราศจากถ้อยคำใดๆ

……………………………………………………………………………………………………………………….

 

ที่พักริมน้ำปายบนถนนชัยสงคราม แม่ฮ่องสอน


ทันใดที่ประตูห้องพักปิดลงทั้งสองต่างผลัดเปลี่ยนกันพูดถึงชีวิตของตัวเอง เมื่อความมืดโรยตัวปกคลุมทั่วผืนบริเวณ แสงไฟสลัวกระพริบวูบไหวอยู่นอกห้องพักโดยรอบ

สองคนโผเข้ากอดกันด้วยไม่อาจอดใจได้อีกต่อไป เมื่ออาภรณ์ทุกชิ้นถูกถอดออกจากเรือนร่าง ร่างกายเปล่าเปลือยของคนทั้งคู่ได้สัมผัสกันอย่างที่ใจโหยหา นลินบรรจงจูบแพรวาไปทั่วเรือนร่าง จูบเส้นผมหยักศกที่ยาวระบ่า จูบลำคอ จูบหัวไหล่เรื่อยละจนถึงหน้าอกอวบอิ่มที่ชูชันตั้งรับริมฝีปากอุ่น พร้อมกันนั้นนลินได้ลากไล้ปลายนิ้วไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่า....และเมื่อเวลาผ่านไป    แพรวาก็ปล่อยลมหายใจยาวแล้วหลับตาพริ้ม ใบหน้าอิ่มเอมไปด้วยความสุข


………………………………………………………………………………………………………………………


“ คิดอะไรอยู่คะลิน บอกพี่ได้ไหม ” เสียงหวานแผ่วแทรกผ่านไออากาศเย็นเยียบของหน้าหนาวที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วห้องมากระทบโสต

นลินหันมามองต้นเสียงที่นอนทอดยาวภายใต้ผ้าห่มอุ่นผืนหนาบนที่นอน แสงไฟวูบไหวจากแสงเทียนอาบไล้ไปทั่วเรือนร่างขาวนวลทำให้ร่างนั้นงามแปลกตากว่าเคย ดวงตาสวยเข้มส่งประกายแพรวพราวไปด้วยชีวิตชีวาและเชื้อชวนให้น่าค้นหา

เธอดับแสงเทียนบนโต๊ะเล็กๆที่อยู่ใกล้หน้าต่างตรงมุมห้องและขยับลุกจากพื้นห้องเข้าไปสวมกอดแพรวาอย่างแสนรักและลูบไล้เรือนกายเปล่าเปลือยนั้นอย่างอ่อนโยน ความอิ่มเอมที่ซ่านในทุกจังหวะของลมหายใจของคนทั้งคู่ขับไล่ความหนาวเย็นยะเยียบได้ดียิ่งนัก ไออุ่นจากเรือนกายยังคงอวลอยู่ในห้องนั้น นลินขยับอ้อมกอดกระชับแน่นพร้อมกับบอกตัวเองว่า..ตั้งแต่วินาทีที่เรือนร่างนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอแล้ว เธอจะไม่ยอมสูญเสียหญิงสาวผู้เป็นที่รักคนนี้อีกต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

<< โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ >>    <<  ประโยคนี้พิมพ์ไว้เมื่อคิดอะไรไม่ออก  haha 

ป.ล.  ที่เว้นว่างเอาไว้นั้น เป็นฉากอีโรติก   เว้นเอาไว้เถอะเนอะ  เนอะ  ^_^