เราจะสร้างชาติกันแบบนี้เรื่อยไปหรือ?

ครูวุฒิ
  โรงเรียนประถมศึกษาส่วนใหญ่ในชนบท จึงเป็นได้เพียงกระถางบอนไซ ที่ไม่สามารถเปิดโอกาสให้บอนไซในกระถาง เติบโตได้เต็มตามศักยภาพ  

        ก่อนนี้ชุมชนชนบท  มีความเข้มแข็งพอพึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง

        ซึ่งหากได้รับการปล่อยให้เติบใหญ่เองตามธรรมชาติ

         ก็เชื่อได้ว่าคงเข้มแข็งและพึ่งตัวเองได้ตลอดไป

         เพราะโดยหลักการของธรรมชาติ  จะให้โอกาสทุกสรรพสิ่งมีวิวัฒนาการเป็นของตนเอง

         แต่ด้วยการพัฒนาประเทศ  ที่ไม่ได้เอาวัฒนธรรมของตนเองเป็นตัวตั้ง

         สังคมไทยจึงกลวงโบ๋  ไม่มีแก่น

          ชาวนาเริ่มทำนาไม่เป็น  ใช้ปุ๋ยใช้ยาฆ่าหญ้าทำให้  คันนาจะขาดเรียวเล็กไม่สนใจ  พื้นนาจะเรียบหรือไม่  ช่างหัวมัน

          สุดท้ายขายนาซื้อข้าวกิน

          หลักสูตรการศึกษาก็มุ่งสร้างคนให้เป็นขี้ข้า

           ครูก็ทำหน้าที่ไม่ได้ตามที่ควร

           หน่วยเหนือก็ทิ้งโรงเรียน

           ชุมชนก็โอบอุ้มโรงเรียนไม่ได้เหมือนเคย

           เพราะผลผลิตเก่าที่อยู่ในโรงงาน  ซึ่งเคยเป็นขุมกำลังงบประมาณหลัก   ก็กำลังจะเอาตัวไม่รอด  เพราะพิษเศรษฐกิจที่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ

           อบต.ก็ไม่สบอารมณ์ที่ครูแสดงท่าทีรังเกียจ

           โรงเรียนประถมศึกษาส่วนใหญ่ในชนบท  จึงเป็นได้เพียงกระถางบอนไซ  ที่ไม่สามารถเปิดโอกาสให้บอนไซในกระถาง  เติบโตได้เต็มตามศักยภาพ

            ในขณะที่พ่อแม่ก็สนใจลูกน้อยลง  เพราะปัญหาค่าครองชีพที่ใช้เงินเป็นเครื่องชูชีพ

            เด็กๆ หรือ บอนไซที่จะเอามาใส่ในกระถาง  เลยยิ่งแคระแกรนแห้งซีดลงเรื่อยๆ  เรียนรู้หรือตอบสนองต่อปุ๋ยความรู้ที่ครูเติมให้ได้ช้าลงๆ

            ครู  ในฐานะของผู้ดูแลบอนไซ  เฝ้ามองปรากฏการณ์นี้อย่างเป็นกังวล

            หวังโครงการอาหารเสริม(นม)  ก็ไม่รู้เอาหัวนมไปเสริม(นม)ใครก่อนแล้วก็ไม่รู้

            ส่วนใหญ่จึงถึงเด็กๆเพียงหางนม

            อาหารกลางวันก็ไม่แน่ใจว่าจะมีคุณภาพตามที่ควร  เพราะขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของครูและผู้บริหารเป็นสำคัญ อีกด่านหนึ่ง

            เมื่อชุมชนพึ่งตัวเองไม่ได้

             สถานศึกษาก็พึ่งชุมชนไม่ได้  พึ่งหน่วยเหนือก็ไม่ได้ 

             หวังพึ่ง อบต.ก็สิ้นหวัง

             ปีหนึ่งๆมีเงินอุดหนุนรายหัวเพียงนิดไหน่อยๆ

             ก็ได้แต่เบียดเบียนตัวเอง  พี่น้องชาวครู (ในรูปของผ้าป่าการศึกษา) จนจ่อยแรงน้อยผอมโซ  ติดหนี้หัวโตไม่มีวันหลุดกันหมดแล้ว

              แล้วเราจะสร้างชาติกันแบบนี้เรื่อยไป  ใช่ไหมเอ่ย?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูวุฒิบูรณวิชช์

คำสำคัญ (Tags)#โคกเพชร#โรงเรียนขนาดเล็ก#โรงเรียนประถมศึกษา#บอนไซ#การศึกษาแบบบอนไซ

หมายเลขบันทึก: 122570, เขียน: 28 Aug 2007 @ 01:19, แก้ไข, 05 Jun 2012 @ 15:25, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (7)

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 14:14
  • ผมมองว่า การศึกษามีความสำคัญ
  • รัฐต้องมีความจริงใจในการแก้ปัญหานี้จริงจังถึงประสบผลสำเร็จครับผม
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 14:26

สวัสดีครับ  อ.ขจิต

       ตอนนี้อาจารย์ทำอะไรช่วยใครอยู่ที่ไหนหนอ?  ได้ข่าวว่าจะไปเมืองนอก  ไปเมื่อไหร่ครับ?

       ขอบคุณมากนะครับที่ให้กำลังใจ  ตั้งแต่รู้จักพี่น้องชาว Blog ผมเริ่มมีกำลังใจมากขึ้น  รู้สึกไม่โดดเดี่ยว  เหมือนกับมีเพื่อนคู่คิด  มีที่ปรึกษา  มีพลังเพิ่มขึ้น หลายท่านมีมุมมองใกล้เคียงกัน  ทำให้คุยกันได้ อ่านของหลายๆท่านแล้วอุ่นใจว่าบ้านเมืองเรายังพอมีหวัง  และ.......ฯลฯ.......

         หวังว่าจะได้รับคำแนะนำดีๆจาก อ.ขจิตเรื่อยๆนะครับ

                       สวัสดีครับ

ประถม
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 14:32
  • อยากเห็นทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา แบบร่วมมือร่วมใจร่วมคิดร่วมทำ ให้เดินไปทางเดียวกันครับ
  • ทุกวันนี้มักเดินสวนกันมุ่งทางวัตถุมากไป เช่นสร้างรั้ว ทำป้ายโรงเรียน หรือ ตกแต่งสถานที่เกินไป
  • อยากเห็นมุ่งที่ตัวผู้เรียน(เด็ก) มากกว่า เช่น อุปกรณ์ เครื่องมือการสอน สื่อต่างๆ ควรเน้นให้มากเพื่อการเรียนรู้อย่างจริงจัง
  • วัดผลงานของครูที่ตัวเด็ก มากกว่าวัดที่แผ่นกระดาษ คู่มือ เอกสาร โดยไม่สนใจผลในผู้เรียนเลย ปรากฏว่าครูมีตำแหน่งสูงขึ้นแต่เด็กกลับอ่อนด้อยลง ไม่ไปตามคุณภาพของครูที่เพิ่มขึ้นเลย
  • ขอเป็นกำลังใจให้ครูประถม ขั้นพื้นฐานทุกคนนะครับ สู้ต่อไปเพื่ออนาคตของชาติ เพื่อความก้าวหน้าของลูกศิษย์ ให้สมกับเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ตามอุดมการณ์ที่แท้จริงครับ
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ 29 Aug 2007 @ 15:02

สวัสดีครับ  ท่านอาจารย์ประถม  บุญทน

        ดีใจครับที่ได้รับกำลังใจจากอาจารย์  ยิ่งทราบว่าอาจารย์เป็นคนศรีสะเกษเหมือนกันก็ยิ่งโอเค  ดูเหมือนว่าอาจารย์จะมาสอนที่ขุขันธ์ช่วงเสาร์-อาทิตย์ด้วยใช่ไหมครับ (เคยมีนักศึกษามาขอส่งงานให้อาจารย์ที่บ้านผม)

        ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นและคำแนะนำดีๆจากอาจารย์    อาจารย์มองเห็นสภาพจริงของการศึกษาระดับพื้นฐานได้ถูกต้องครับ  โรงเรียนและชุมชนส่วนใหญ่จะเน้นที่วัตถุ  โรงเรียนมีรั้วและซุ้มประตูสวย(จากผ้าป่าผู้ใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่)  ผอ.รร. มีรถ SUV คันงาม เพราะมีเงินประจำตำแหน่ง  แต่สวนทางกับคุณภาพการศึกษาของเด็กจริงๆครับ

        ว่างๆเชิญอาจารย์แวะเยี่ยม ร.ร.โคกเพชรที่ http://khokpet.thaifix.com  บ้างนะครับ

         หวังว่าคงจะได้รับคำแนะนำดีๆจากอาจารย์ในโอกาสต่อๆไป

                 ขอบคุณครับ

                   สวัสดีครับ

ผมเข้าไปอ่านแล้วครับ โรงเรียนบ้านโคกเพชร และจะไปเยี่ยมด้วยตนเองเมื่อมีโอกาส ผมคิดว่าครูบาคงดีใจ ที่อาจารย์ไปเยี่ยม และถ้าไม่มากเกินไป ผมอยากจะขอเชิญท่านเป็นพันธมิตร ทางการพัฒนาการศึกาที่มีประโยชน์ต่อไปครับ ทีมงานของอาจารย์เป็นอย่างไรบ้างครับ อยากเห็นครับ
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ 06 Sep 2007 @ 20:04

สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ ดร.แสวง  ที่เคารพ

       ผมเขียนบันทึกถึงท่านอาจารย์แล้วทีหนึ่ง  แต่โพสต์แล้ว urror ครับ

       ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงครับที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมเว็บโคกเพชร  พร้อมกรุณามาบอกกล่าวที่ Blog

ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ 06 Sep 2007 @ 20:33

ขอโทษครับท่านอาจารย์ ดร.แสวง

         บันทึกก่อนกดแป้นผิดพลาดครับ  เลยกลายเป็นส่งขึ้นมาก่อนที่จะจบความ

         ที่จริงแอบอ่านบันทึกของท่านอาจารย์ผ่านทาง Blog ของพ่อครูบาหลายครั้งแล้วล่ะครับ  แต่ยังไม่เคยได้ฝากร่องรอยความประทับใจไว้

        ยินดีมากครับสำหรับความเป็นพันธมิตรทางการจัดการศึกษาฯที่ท่านอาจารย์ให้เกียรติ  พันธมิตรในพื้นที่ของกระผมยังมีไม่มาก  และรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการครับ  เป็นเพียงชาวบ้านผู้ขยันขันแข็งที่มีแนวคิด ทัศนคติ มุมมองต่อสังคมชุมชนและบ้านเมืองในลักษณะเดียวกัน  มีการทำกิจกรรมร่วมกันบ้างเล็กๆน้อยๆ 2-3  ครั้งครับ (มีท่านหมวดวิชัย  สุริยุทธิ์  ด้วยท่านหนึ่งครับ)

         และยินดีอย่างยิ่งเลยครับ  หากท่านอาจารย์จะให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนที่โรงเรียน  เด็กๆคอยต้อนรับท่านอยู่  หวังว่าคงมีโอกาสได้ต้อนรับท่านสักครั้งนะครับ

         ที่ผ่านมาในปีนี้ ผมมีโอกาสเดินทางไปขอนแก่นค่อนข้างบ่อย  เพราะลูกชายคนโตเพิ่งเข้าเรียนที่ ม.ขอนแก่นปีแรก  หากมีโอกาสไปอีก  จะขออนุญาตรบกวนท่านถึงนานะครับ

         อ้อ...วันไปเยี่ยมท่านพ่อครูบา   หลังทักทายกับท่านตามสมควรแล้ว  ผระผมก็ขออนุญาตท่านเดินมุดป่าถ่ายภาพไปเรื่อยๆ  ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงกลับออกมาแล้วท่านก็ให้เกียรติคุยกับผมอยู่เป็นชั่วโมงๆเชียวครับ  สรุปว่าวันนั้นผมใช้เวลาที่บ้านท่านไปกว่า 5 ชั่วโมงมั้งครับ

        กระผมและพันธมิตรจากศรีสะเกษหวังว่าจะได้พบท่านอาจารย์ที่มหาชีวาลัยอีสานพร้อมพ่อครูบาสักครั้งนะครับ

        ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากครับ

                                สวัสดีครับ