ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

                 การเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นกิจกรรมในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  โดยโรงเรียนมอบหมายให้ครูประจำชั้นออกเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคน     ในการออกเยี่ยมบ้านปีการศึกษา  2550  นี้  ครูประจำชั้นห้อง 2/2 และ 2/3   เราวางแผนร่วมกัน  คือออกเยี่ยมพร้อมกัน   ครู  4  คน  ไปรถยนต์คันเดียวกัน  มีนักเรียนที่ต้องไปเยี่ยมบ้านรวมแล้ว  92  คน   ซึ่งแต่ละคนก็กระจายอยู่ตามตำบล หมู่บ้านต่าง ๆ   เราใช้เวลาในการเยี่ยมบ้านครั้งนี้  3  วันเต็ม    โดยใช้เวลาในวันเสาร์    เราเริ่มเดินทางประมาณสามโมงเช้า   สิ้นสุดประมาณ  6 โมงเย็น  บางวันถึง  2  ทุ่ม    การไปพบพูดคุยกับผู้ปกครองนักเรียนถึงที่บ้านนั้น ทำให้เรารู้จักนักเรียนของเรามากขึ้น  จากที่จำชื่อนักเรียนไม่ค่อยได้  ก็ทำให้จำได้และเป็นการจำได้อย่างแม่นยำ  เมื่อเห็นหน้าเขาที่โรงเรียน เราสามารถมองเห็นสภาพบ้านของเขา  สภาพความเป็นอยู่   บรรยากาศภายในบ้าน  เครื่องใช้ไม้สอย   สภาพแวดล้อม    ลักษณะของพ่อแม่ผู้ปกครอง  ตลอดจนความคิดเห็นของผู้ปกครอง   เราได้รู้จักเขามากขึ้น  บ้านของนักเรียนบางคนแทบจะเรียกว่าบ้านไม่ได้    เพราะสภาพไม่เหมาะที่จะเป็นที่อยู่อาศัย  หลายคนมีครอบครัวหย่าร้าง  พ่อแม่แต่งงานใหม่  มีลูกใหม่  ปล่อยให้เขาอยู่กับปู่ย่าตายายไปตามยถากรรม   บางคนพ่อแม่พิการ  เขาต้องดูแลหุงหาอาหาร   ไปหาปลาในคลอง  เก็บผักบุ้งในสระมาปรุงอาหารให้พ่อกับแม่  หนำซ้ำพี่สาวยังเอาลูกมาให้แม่เลี้ยงอีก  ซึ่งก็ไม่พ้นต้องเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องคอยดูแล    บางคนพ่อแม่ทิ้งไป  ตายายหาเลี้ยงด้วยการรับจ้างเหลาไม้เสียบปลา  ร้อยละ  5  บาท  วันหนึ่งสองคนตายายนั่งหลังขดหลังแข็งเหลาเต็มกำลัง  ได้ 700 กว่าอัน คิดเป็นเงินประมาณ  35  บาท  โถ!  แล้วจะอยู่ได้อย่างไร   การที่เรารู้จักเขา ทำให้เราเข้าใจเขามากขึ้น   เหตุที่เขาไม่ค่อยสนใจเรียน เพราะเขาเหน็ดเหนื่อยดิ้นรนต่อสู้ชีวิต เขามีเรื่องวุ่นวายอย่างมากจนไม่ได้ทำการบ้าน   ไม่ได้ทำงานที่ครูสั่ง   จากที่เคยขุ่นใจที่เขาไม่ส่งงาน  ครูก็จะค่อย ๆ พูดคุยถามเขา ถามถึงอาการของพ่อแม่เขา   เมื่อเขาหนีเรียนก็จะติดตามถามเหตุว่าเพราะอะไร  บางครั้งที่ครูคิดว่าเขาหนีเรียนนั้น   เพราะเขามีความจำเป็น  เพราะเขาจะไปซื้อแว่นตาให้แม่ซึ่งไปลอกต้อกระจก  จะออกจากโรงพยาบาลวันนี้  แม่จำเป็นต้องใส่แว่นตา  แต่ครูก็บอกเขานะว่าถ้าเขามีเหตุจำเป็นอย่างนี้ก็บอกครูหรือปรึกษาครูได้ อย่าคิดอะไรเองคนเดียว  เพราะถ้านักเรียนปรึกษาครู ครูช่วยได้อยู่แล้ว     และจากกการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนเราสามารถจัดลำดับความจำเป็นพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนได้ว่านักเรียนคนใดควรช่วยเหลือ  และควรได้รับความช่วยเหลือในด้านใด      ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นครูมากขึ้น