กรรมดีที่จะส่งให้ได้จุติไปสู่เทวภูมิและมนุษยภูมินั้น เป็นผลมาจากการทำความดี หากแต่เป็นความดีที่ยังเจือด้วยการยึดมั่นถือมั่นและผลักไส

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="Publishwithline">สู่ความตายอย่างสงบ : กรรมกับความตาย</p><div style="border-right: medium none; padding-right: 0cm; border-top: medium none; padding-left: 0cm; padding-bottom: 2pt; border-left: medium none; padding-top: 0cm; border-bottom: #4f81bd 1pt solid"></div>           สัต์โลกแต่ละชนิดมีกรรมอันเป็นของของตนอันเป็นผลมาจากอกุศลจิต  พิษร้ายในดวงจิตนี้จะบันดาลให้เกิดการรับรู้ความจริงที่แตกต่างกันออกไป  ยังผลให้สรรพสัตว์จุติไปสู่ภพภูมิใดภพภูมิหนึ่ง  ซึ่งมนุษยภูมิก็เป็นหนึ่งในภพภูมิทั้งหกนั้น  ยิ่งไปกว่านั้น  ในแต่ละภพภูมิ  สรรพสัตว์ทั้งหลายก็จะมีกรรมเฉพาะตน  ขึ้นอยู่กับจิตของผู้นั้นว่ามีความเป็นอกุศลมากน้อยเพียงใด <p style="margin: 0cm 0cm 6pt" class="PadderBetweenControlandBody">          เราอาจยกตัวอย่างจากสสารธรรมดาเช่นน้ำ  การรับรู้เรื่องน้ำผ่านสายตาสรรพสัตว์ซึ่งอยู่ในแต่ละภพภูมิตามสภาพกรรมของตน  จะทำให้เราเข้าใจได้ว่าการรับรู้ของแต่ละบุคคลเป็นตัวกำหนดเงื่อนไขชีวิตให้แตกต่างกันอย่างไร  สำหรับเทวดา  น้ำคือธาตุทิพย์  คืออมฤตซึ่งก่อให้เกิดปีติ  อันเป็นการรับรู้ที่แตกต่างไปจากมนุษย์และสัตว์อีกหลายประเภท  ที่มองว่าแม้จะมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด  หากน้ำก็เป็นเพียงส่วนประกอบพื้นฐานหนึ่งของชีวิต  สำหรับสัตว์อื่นเช่นปลา  น้ำคือสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการอยู่รอดของพวกมัน  สำหรับเปรต  น้ำถือเป็นสิ่งชั่วร้าย  เป็นน้ำเลือด  น้ำหนอง  และปัสสาวะที่น่าสะอิดสะเอียน  สำหรับสัตว์นรก  น้ำคือหินหลอมละลายลวกเผากายและน่าสะพรึงกลัวสะพึงกลัว</p><p style="margin: 0cm 0cm 6pt" class="PadderBetweenControlandBody">          กรรมดีที่จะส่งให้ได้จุติไปสู่เทวภูมิและมนุษยภูมินั้น  เป็นผลมาจากการทำความดี  หากแต่เป็นความดีที่ยังเจือด้วยการยึดมั่นถือมั่นและผลักไส  อกุศลสองอย่างนี้เป็นแรงเหวี่ยงให้เหล่าสัตว์เวียนว่ายอยู่กับความหวังและความกลัว  หาความสุขอันเที่ยงแท้ไม่ได้  แม้ว่าจะอยู่ในภพภูมิเบื้องสูงก็ตาม  ชีวิตไม่ว่าจะอยู่ในภพภูมิใด  สูงหรือต่ำ  ก็ล้วนไม่เที่ยงด้วยกันทั้งสิ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 6pt" class="PadderBetweenControlandBody">          ความตายคือสิ่งที่กระตุ้นความหวังและความกลัวของเราได้อย่างรุนแรง  เราจำต้องเข้าใจว่าเราจะมีชีวิตยืนยาวเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับกรรมดีที่เราได้สั่งสมมาเท่านั้น  กรรมดีจะเป็นตัวเกื้อหนุนชีวิตเราให้ยืนยาวเท่าที่ธรรมชาติของการเกิดเป็นมนุษย์จะเอื้ออำนวย  หากผู้ใดต้องประสบกับการตายก่อนวัยอันควร  นั่นก็เป็นผลมาจากอกุศลกรรมที่เคยกระทำในอดีต  เราไม่อาจรู้ได้ว่าอกุศลกรรมดังว่าจะสำแดงผลเมื่อใด  มันจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กลัวว่าเราจะต้องตายอย่างกะทันหันกระทันหัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 6pt" class="PadderBetweenControlandBody">          วิบากกรรมจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตในอดีตชาติ  ทำให้บุคคลนั้นต้องตายก่อนวัยอันควร  การพรากชีวิตจัดเป็นอกุศลกรรมขั้นรุนแรงที่จะนำไปสู่นรกภูมิ  อย่างไรก็ดี  เมื่อแรงส่งจากอกุศลกรรมอ่อนแรงลง  ผู้นั้นก็สามารถกลับมาเกิดในมนุษยภูมิได้อีก  แต่อาจมีอายุขัยสั้น  การช่วยชีวิตผู้อื่นด้วยความกรุณาจะช่วยปกป้องเราให้มีอายุยืนยาว</p><p style="margin: 0cm 0cm 6pt" class="PadderBetweenControlandBody">          ความกรุณามาจากพื้นฐานความเข้าใจที่ว่าไม่มีผู้ใดอยากตาย  สัตว์ทุกผู้ล้วนเห็นชีวิตตัวเองมีค่า  การที่เราได้ช่วยชีวิตผู้อื่นด้วยใจกรุณา  เราได้ใช้พลังทั้งกาย วาจา และใจเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น  นี่ถือเป็นการชำระอกุศลกรรมและยกระดับจิตใจตนเองให้สูงขึ้น  ช่วยกล่อมเกลาให้เรากลายเป็นคนมีจิตใจเมตตากรุณา  ขณะที่เราช่วยชีวิตผู้อื่น  เราอาจเพิ่มแรงส่งแห่งกุศลกรรมให้มากขึ้นได้ด้วยการอธิษฐานแผ่เมตตา  ให้สรรพสัตว์ทั้งหลายหลุดพ้นจากความทุกข์  และพบความสุขอันเที่ยงแท้จากการบรรลุธรรม</p><p>          เมื่อเป็นเช่นนั้น  คำอธิษฐานเปี่ยมด้วยความกรุณาของเราจะส่งผลสองประการ  คือ  หยุดความทุกข์อย่างฉับพลันและเป็นคุณสูงสุดแก่สรรพสัตว์ทั้งมวลทั่วสากลโลก  ไม่ว่าจะเป็นใครที่ไหนก็ตาม  จากผลทั้งสองประการของความกรุณา  เราได้สร้างกุศลกรรมสำคัญที่จะช่วยชำระล้างกระแสจิตของเรา  นี่เป็นเส้นทางมุ่งตรงสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง  และเอาชนะทั้งความหวังและความกลัว  เหนือสิ่งอื่นใด  นี่คือหนทางนำเราไปสู่การปลดเปลื้องพันธนาการให้สิ้น  เพื่อพบกับความเรียบง่ายแห่งจิตเดิมแท้</p><p><hr><div align="right"><address class="PadderBetweenControlandBody" style="margin: 0cm 0cm 6pt">คัดลอกจากหนังสือ  สู่ความตายอย่างสงบ (Life in Relation to Death)</address></div>

แต่งโดย ชักดุด ตุลกู รินโปเช
แปลโดย บุลยา

</span></p>