ประเพณีบุญบั้งไฟ ถือกำเนิดมาแต่โบราณกาล และได้วิวัฒนาการ้ปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ จากความเชื่อ ความศรัทธา จนกลายมาเป็นวิถีแห่งชุมชนของคนอีสาน

 ประเพณีงานบุญบั้งบั้งไฟ

          ประจำตำบล...อิปาด  อ.กันทรารมย์  จ.ศรีสะเกษ 
          ประเพณีบุญบั้งไปเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า   " ประเพณีบุญเดือนหก "  จัดเป็นบุญประจำปีของทุกปี   ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะลงมือทำนา

ความเชื่อ....


        ประเพณีบุญบั้งไฟตามตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคก ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี ด้วยเหตุใดไม่แจ้ง พญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง  7 ปี  7 เดือน 7 วัน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้นอย่างแสนสาหัสแก่มวลมนุษย์ สัตว์และพืช จนกระทั่งพากันล้มตายเป็นจำนวนมากพวกที่แข็งแรงก็รอดตาย  และได้พากันมารวมกลุ่มกันที่ใต้ต้น โพธิ์ใหญ่กับพญาคางคกสรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้หารือกัน เพื่อจะหาวิธีการปราบพญาแถนที่ประชุมได้ตกลงกันให้พญานาคียกทัพไปรบกับพญาแถนแต่ก็ต้องพ่ายแพ้กลับมาจากนั้นจึงให้  พญาต่อแตนยกทัพไปปราบแต่ก็ต้องพ่ายแพ้อีกเช่นกันทำให้พวกสรรพสัตว์ทั้หลายเกิดความท้อถอยหมด กำลังใจและ สิ้นหวังได้แต่รอวันตายในที่สุด  พญาคางคกจึงอาสาที่จะไปรบกับพญาแถนจึงได้วางแผนในการรบโดปลวกทั้งหลายก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมืองพญาแถน เพื่อเป็นเส้นทางให้บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน ซึ่งมีมอดแมลงป่องตะขาบสำหรับมอดได้รับหน้าที่ให้ทำการกัดเจอะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิดส่วนแมลงป่องและตะขาบให้ซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และอยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่พลพญาแถนทำหน้าที่กัดต่อยหลังจากวางแผนเรียบร้อยกองทัพพญาคางคกก็เดินทาง เพื่อปฏิบัติหน้าที่การรบมอดทำหน้าที่กัดเจาะด้ามอาวุธแมลงป่องและตะขาบกัดและต่อยไพร่พลของพญาแถนจนเจ็บปวดร้องระงมจรกองทัพระส่ำระสายในที่สุด พญาแถนจึงได้ยอมแพ้และตกลง
ทำสัญญาสงบศึกกับพญาคางคกดังนี้
      1. ถ้ามนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อใด ให้พญาแถนสั่งให้ฝนตกในโลกมนุษย์
      2. ถ้าได้ยินเสียงกบ เขียดร้อง ให้รับรู้ว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว
      3. ถ้าได้ยินเสียงสนู (เสียงธนูหวายของว่าว)หรือเสียงโหวดให้ฝนหยุดตกเพราะจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าว
       หลังจากที่ได้สัญญากันแล้วพญาแถนจึงได้ถูกปล่อยตัวไปและได้ปฏิบัติตามสัญญามาจนบัดนี้

ศรัทธา....

       หากไม่มีความศรัทธาในประเพณีหรือความเชื่อ ก็คงจะไม่มีบั้งไฟมาจุดให้เราเห็น  เพราะราคาในการจัดทำบั้งไฟแต่ละบั้งนั้นราคาร่วมหมื่นบาท  ดังนั้นแต่ละคุ้มบ้าน หรือครอบครัวใหญ่ๆ จะจัดทำหรือสั่งทำบั้งไฟ มาร่วมจุดในงานบุญแต่ละปี  ปู่ย่า  ตายาย  พ่อแม่  ลูก หลาน  ต้องปรึกษาหารือร่วมมือลงขันกันตามกำลังศรัทธา 
           

ศาสตร์....

          หากจะทำบั้งไฟเพื่อการแข่งขันนั้น  ทีมงานผู้สร้างแต่ละค่ายต้องหาสูตร  คำนวน  อุปกรณ์ต่างๆ อย่างพิถีพิถัน  หากจุดไปแล้วบั้งไฟเกิดแตก  ระเบิด  ขึ้นไม่ดี  นั่นย่อมหมายถึงชื่อเสียงของค่ายย่อมถูกตำหนิ  รายได้ในการที่จะมีคนมาว่าจ้างทำบั้งไฟอาจลดน้อยลงอย่างแน่นอน 
         การแข่งขันขึ้นสูงของบั้งไฟ และการที่บั้งไฟสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานจะเป็นเครื่องตัดสินการชนะเลิศการแข่งขัน