พฤติกรรมพ่อแม่ มีผลต่อ EQ ของลูก
หมวด : ครอบครัวของเรา



พฤติกรรมพ่อแม่ มีผลต่อ EQ ของลูกอย่างไร มากน้อยขนาดไหน เรามีบทความจากมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กมาฝากค่ะ

ครอบครัว คำที่ยากแก่การอธิบาย แต่มีความหมายลึกซึ้ง ผูกพัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมอง ทัศนคติ ประสบการณ์ของแต่ละคน สำหรับผู้เขียนมองว่า ครอบครัวคือ พ่อ แม่ ยาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยมีสายใยแห่งความรัก ความเข้าใจ เอ้ออาทรต่อกันเป็นสายเชื่อมความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่นและเป็นเกราะป้องกันทำให้รู้สึกปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ
สิ่งหนึ่งที่มีอยู่ในทุกครอบครัว นอกจากความรัก ความเข้าใจ คือหน้าที่ ความรับผิดชอบ ซึ่งจะมีบทบาทแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการวางแผน การกำหนดของครอบครัว เช่น พ่อมีหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว สร้างฐานะ ความมั่นคง แม่มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน ลูกมีหน้าที่เรียนหนังสือสร้างสีสัน เชื่อมสายสัมพันธ์แก่สมาชิกของครอบครัว เป็นต้น เมื่อทุกคนในครอบครัวเรียนรู้และปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของตนได้อย่างดีเยี่ยม หากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ ย่อมทำให้เกิด ความสมดุลย์ในครอบครัว
ความสมดุลย์ในที่นี้ประกอบด้วยสองส่วนคือ ภาระหน้าที่และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลกระทบแก่ครอบครัวทั้งในแง่บวกและลบ กล่าวคือ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกับครอบครัว ปัญหานั้นส่งผลกระทบต่องานและสมาชิกมากน้อยเพียงใด พ่อแม่มีการจัการกับปัญหาที่กิดขึ้นอย่างไร บางครอบครัวพ่อแม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ถูกจุดและสันติวิธี ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข
หากครอบครัวใเกิดมีภาวะเสียสมดุลย์ภายในครอบครัว พ่อแม่บ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ ใช้อารมณ์และความรุนแรงจัดการกับปัญหา ยิ่งส่งผลให้ปัญหาทวีคูณยิ่งขึ้น ซึ่งผุ้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง คือ ลูก เด็กจะซึมซับเอาเอาพฤติกรรม วิธีการจัดการกับปัญหาของพ่อแม่ไปใช้กับตัวเด็กเอง เช่น ลูกแย่งของเล่นคนอื่นถ้าแย่งไม่ได้ก็จะโมโห โกธร ทำร้าย ตี เป็นต้น ทั้งนี้เกิดจากเด็กไม่สามารถควบคุมอารมณ์และความต้องการของตนได้ ไม่เข้าใจถึงวิธีการที่ถูกต้อง จึงนำเอาสิ่งที่พบเห็นจากพ่อแม่มาใช้ ถ้าเด็กไม่ได้รับการดูแลอาใจใส่หรือคำแนะนำที่ดี ก็จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจของเด็กโดยตรง
พ่อแม่และคุณครูผู้ใกล้ชิดกับเด็กๆ จึงจำเป็นที่จะต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กด้วยการสอนให้เด็กรู้จักยับยั้งอารมณ์และความต้องการ ให้เด็กได้รู้วิธีการจัดการกับอารมณ์ของตนเองอย่างถูกต้องและชาญฉลาด สอนให้เด็กได้รู้ถึงพัฒนาการทางอารมณ์ เช่น เด็กควรจะแสดงออกทางอารมณ์อย่างไรต่อสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และเมื่อเด็กแสดงอารมณ์เช่นนั้นออกมาแล้ว ผู้อื่นจะตอบโต้อารมณ์ของตนอย่างไร
วิธีการที่พ่อแม่จะช่วยให้ลูกสามารถจัดการกับอารมณ์ของตนเองคือ...
-พ่อแม่ต้องฝึกฝนตนเองให้ไวต่อการรับรู้ภาวะอารมณ์ของลูกๆ หมั่นสังเกต ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับลูก
-รับฟังเรื่องราวของลูกด้วยความเห็นอกเห็นใจ ไม่หลีกเลี่ยงดูถูกหรือตำหนิ มองในแง่มุมของลูก ไม่อาค่านิยมหรือประสบการณ์ของพ่อแม่มาตัดสิน แต่ให้ปลอบโยนด้วยความรัก
-ช่วยให้ลูกพูดบอกความรู้สึกของตนเอง บางครั้งเกไม่สามารถบ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกได้ว่ารู้สึกอย่างไรในขณะนั้น พ่อแม่ต้องช่วยลูกหาคำพูดที่ตรงกับอารมณ์ให้เด็กสามารถหาคำอธิบายเกี่ยวกับอารมณ์ของตนเองชัดเจนขึ้นตามความรู้สึกอย่างที่เขาเป็น
-ให้คำแนะนำลูกเกี่ยวกับการจัดการกับอารมณ์ของลูก เช่น เมื่อลูกกำลังโกรธให้ลูกนับ 1-10 หรือสูดลมหายใจเข้า-ออกช้าๆ เพื่อระงับอารมณ์
-มีการวางกฎเกณฑ์ กำหนดขอบเขตพฤติกรรมและสอนการแสดงออกที่เป็นที่ยอมรับ เพราะอารมณ์เป็นพื้นฐานของการแสดงอารมณ์เป็นพื้นฐานของการแสดงออกทางพฤติกรรมที่รุนแรง

การจัดการกับปัญหาอย่างเหมาะสมและสันติวิธีของผู้ใหญ่ และการสอนให้เด็กควบคุมอารมณ์อย่างฉลาด เปรียบเสมือนการให้วัคซีนป้องกันแก่เด็กให้สามารถเผชิญกับเหตุการณ์ที่มีทั้งสุขและทุกข์ได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยให้เด็กได้พัฒนาประสบการณ์การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม มีทักษะในการจัดการปัญหาและประสบความสำเร็จในชีวิต

สนใจข้อมูลการเลี้ยงลูกอย่างสร้างและปลอดภัย ติดต่อ โครงการหยุดภัยให้หนู งานประชาสัมพันธ์และระดมทุน มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร.02-412-0738 02-864-3381 www.thaichildrights.org