พอดีมีโอกาสมาเข้าร่วมการประชุมเชิงปฎิบัติการ เรื่อง "การดำเนินกิจกรรมระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 14" (wunca 14) ระหว่างวันที่ 11-14 มกราคม 2549 ณ ม. นเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา

และได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังในหัวข้อ Next Generation LMS โดย รศ. ดร. ถนอมพร เลาหจรัสแสง และ ดร. วิมลลักษณ์ สิงหนาท

จากที่ได้ฟังในหัวข้อนี้ได้เรียนรู้ว่าเครื่องมือ e-Learning ในอนาคตนั้นจะมีลักษณะดังนี้

  • Self-adapting สามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยตัวมันเอง
  • Understand context of interactions between users and systems เข้าใจบริบทระหว่างผู้ใช้และระบบ อย่างเช่นถ้าผู้ใช้มาจากสถานที่มีอินเตอร์เน็ตช้าก็อาจจะไม่ต้องให้ดาวน์โหลดรูปและวิดีโอที่ ใช้เวลาเยอะ
  • Learn about the user's learning competency เรียนรู้เกี่ยวกับความสามารถของผู้เรียนในการเรียนรู้
  • Capture observed patterns or recognizes behaviors of the users บันทึกลักษณะการเรียนรู้หรือพฤติกรรมของผู้เรียน

การออกแบบสื่อเพื่อการเรียนรู้ (Learning Design) จะต้องสนับสนุนหลักการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น sequencing (จัดลำดับบทเรียนได้), conditional activity (กิจกรรมที่จะให้กับผู้เรียนจะต้องให้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความรู้ที่ผู้เรียนมีอยู่), และ reusability (สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก)

เครื่องมือที่ช่วยในการออกแบบสื่อเพื่อการเรียนรู้มีดังนี้

- LAMS (http://www.lamsinternational.com/)

- Reload (http://www.reload.ac.uk/)

โดยสรุปแล้ว

- LMS ในอนาคตจะพัฒนาในรูปแบบของเว็บเซอร์วิสและพลักอินต่าง ๆ (plugin) ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการปรับให้เหมาุะสมกับความต้องการของแต่ละองค์กรและแต่ละบุคคล

- แหล่งเก็บการเรียนรู้ (Global learning repositories) จะต้องถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้คนอื่นสามารถเข้าไปลิงค์ ค้นหาและแลกเปลี่ยนออปเจกต์ที่ใช้ในการเรียนรู้ (learning objects) ในแหล่งเก็บการเรียนรู้อื่น ๆ

- การเรียนรู้ควรจะทำให้อยู่ในลักษณะเรียนรู้จากที่ใด เวลาใด วิชาใด และโดยผู้ใดก็ได้