บริการผู้ป่วยเด็กและผู้ปกครองด้วยหัวใจ ที่ตึกพิเศษเด็ก และเด็ก๓

  แม้แต่การนั่งส้วมเวลาถ่าย ก็ ต้องไปนั่ง ทำท่าทำทางให้ดู  

 ก่อนอื่น ต้องขอ อภัย เจ้าหน้าที่ตึก กุมาร ๓ และพิเศษ กุมารเป็นอย่างสูงมาณ ที่นี้ ขอพระอภัย(มณี)เจ้าค่ะ

เนื่องจากทีมเยี่ยมของเวทีสัญจรครั้งนี้ แต่ละคนติดภาระนุงนัง มีภาวะยุ่งเหยิงของงาน  มาสายมากทุกคนโดยมิได้นัดหมาย กว่าเราจะเริ่มได้ ก็ประมาณ บ่ายสามครึ่ง

 

 

จะเห็นจาก ภาพตอนเริ่มต้นเรื่องเล่า

 ทั้งคนเยี่ยม และคนถูกเยี่ยม(ป้าหล้า น้องเก่ง น้องปอ พี่นุจ) ยังขมวดคิ้ว ยังติดร่องอารมณ์ เก่ากับงาน  กับการรอคอย 

เห็นภาพแล้ว ต้อง ขอ สุมาอีกครั้งเต๊อะเจ้า

คุณอำนวย(ดรสง่า)เริ่มเวทีเลย

เชิญผู้อาวุโส ป้าหล้า เล่าก่อน ครับ  

ภายในเวลาประมาณ ไม่ถึง ๑๐ นาที ก็ เริ่ม กิ๊ก กั๊ก และก๊ากๆ

ป้าทำงานมา 20 กว่าปีแล้วค่ะ สมัยก่อนทำงานตอนดึกๆ ยังเคยปั่นจักรยานไปกินก๋วยเตี๋ยว เวรบ่ายคนไข้ไม่ยุ่ง เรายังมาเล่น ตี่จับ วิ่งเล่นกัน หลังโรงพยาบาล ทำงานเมื่อก่อนสนุก

 หนูทำงานมาได้ 1 ปี สิ่งที่เห็นคือ ระบบของรพ.ที่เปลี่ยน รู้สึกตามไม่ทัน เช่น การเปลี่ยนระบบnurse note  , การเปลี่ยนระบบของรพ. การเปลี่ยนแปลงในครั้งแรกมักจะเกิดความขัดแย้งเพราะยังปรับตัวยาก แต่พอทำๆไปก็ดีขึ้น ทำแล้วผลงานดีกว่าเดิมทำให้มีความสุขมากขึ้น

  ย้ายมาจากภาคใต้ค่ะ ตั้งใจมาอยู่เชียงรายจริงๆ   รู้สึกประทับใจ อากาศก็ดี คนทีนี้ใจดี ใจเย็น ตอนนี้ทำงานอยู่พิเศษ มี ๑๓ ห้อง  งานได้เต็มที่ ภูมิใจที่บริการผป.แบบ Total care ได้ครอบคลุมและสมบูรณ์ ได้มากกว่าตึกสามัญ ให้ทั้ง ข้อมูล ความรู้ การดูแลทางด้านอารมณ์ จิตใจ

   เพิ่งย้ายมา 2 -3 เดือน เรื่องพัฒนาคุณภาพ เปลี่ยนทำอะไรใหม่ๆ ดีค่ะ แต่กรรมการมักมาเร่ง อะไรก็ เร่งให้เห้นผลเร็ว แต่เราจะรู้สึกดี ทีหลัง ได้ใช้ศักยภาพเราเต็มที่   ทีแรกไม่ชอบพิเศษเด็ก เพราะเด็ก และผู้ปกครองอยู่ในห้อง เรามองไม่เห็น ไม่รู้อาการ ไม่สบายใจ แต่ตอนนี้รู้สึกว่า ได้Feed back ดีมาก  ผู้ดูแลสามารถกลับไปดูแลเองได้ที่บ้าน ป้อนน้ำเกลือเป็นเวลาลูกท้องเสีย เช็ดตัวลดไข้ได้ถูกต้อง  บางทีก็มีคำชมเป็นรายบุคคล บางที มาถามชื่อเราไป เขียนระบุชื่อชมด้วยนะคะ

คุณหมอติ้งที่นั่งฟังอยู่ขอถามในฐานะคนมารับบริการ คิดว่าพยาบาลที่ดูแลเด็กจะมีทักษะในการดูแลเด็กดี ถามว่าทำยังไงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีแบบนี้

ทีมพยาบาลบอกว่า พยาบาลเด็กจะเข้าใจเด็กและพ่อแม่ ว่ามีความกังวลอะไร อาการเจ็บป่วย โดยการสังเกต บางทีให้กำลังใจพร้อมๆกับการให้ข้อมูลแก่เด็กและพ่อแม่ด้วย-          ส่วนใหญ่พยาบาลเด็กจะมีครอบครัวแล้วจะเข้าใจดี

มาจาก Ward ด 3 ค่ะ ผู้รับบริการเป็นชาวเขาชาวต่างชาติเยอะมีทั้งชาวเขา ลาว พม่า บางทีพูดกันไม่รู้เรื่อง ต้องใช้ภาษามือ,ภาษากายและภาษาใจ ช่วยในการสื่อสารด้วย-  ผป.  ไม่เคยเห็น ใช้อุปกรณ์ไม่เป็น  จะบอกทกอย่างเพราะเขาทำไม่เป็นและตามคอยดูคอยช่วยว่าทำถูกไหม

บางทีก็จูงมือไปที่ห้องน้ำและบอกทั้งพ่อทั้งแม่   แม้แต่การนั่งส้วมเวลาถ่าย ก็ ต้องไปนั่งทำท่าทำทางให้ดู ล้างก้นลูกยังไม่เป็นเลยค่ะ      

 เมื่อได้คำถามต่อว่าเพราะอะไรถึงอยากไปช่วยขนาดนั้น

ทีมเด็ก แย่งกันตอบใหญ่เลยค่ะ ว่า 

อยากช่วยจนทำให้เขาดูแลตนเอง อยากให้สุขภาพดี สะอาด ไม่สกปรก       

อยากให้เขาช่วยเหลือตนเองได้ดีและสะอาดเวลาที่กลับบ้าน

 พยาบาลช่วยดูแลให้ไม่เลอะเทอะช่วยลดภาระการทำงานของคนงานทำความสะอาดตึก

 ที่สำคัญลดการกระจายเชื้อสู่คนอื่น

รู้สึกภูมิใจที่ทำให้ผป.ลดการเจ็บป่วย บางทีพ่อแม่ชม รู้สึกภูมิใจและมีกำลังมากขึ้น เราเปลี่ยนระบบมาทำระบบคุณภาพHA รู้สึกภูมิใจที่ได้รับการประเมินผ่าน HA ภูมิใจที่มีคนข้างนอกชมการทำงานของรพ.ว่าหมอเก่ง พยาบาลก็ดี 

พอมาทำระบบ HPH (Health Promoting Hospital)ความมุ่งหวังกลายมาเป็นอยากให้ความรู้ผู้ดูแลเด็ก คนรอบตัว ญาติ และคนข้างบ้านหรือคน อื่นๆ ได้รู้จักวิธีป้องกันตนเองไม่ให้ป่วย ต้องให้ความรู้สุขศึกษาทำให้รู้ปัญหาของผป,มากขึ้น ทำอย่างไรให้ไม่ป่วย ยิ่งดีกว่าเดิมไปอีก

 ทำงานเด็กมา 19 ปี ไม่อยากย้ายไปไหนเพราะเราทำงานแล้ว รักกัน  แยกงานเพื่อสะดวกในการรับผิดชอบ  แต่ก็ยังช่วยเหลือกันตลอด  พยาบาลและผู้ช่วยเหลือคนไข้ช่วยกัน อยู่กันแบบพี่แบน้อง ไม่แบ่งแยก สมัยก่อน เครื่องมือเราไม่พอ เครื่องช่วยหายใจ ไม่มีเราอยากให้คนไข้รอดชีวิต นั่งบีบ Bag ๒ มือช่วยเด็กอาการหนักพร้อมๆกันทีละ  ๒ คน ก็มี ตอนนี้ อุปกรณ์ เครื่องมือเราดี น้องผู้ช่วยคนไข้ สบาย ทำงานเสร็จ ทันเวลา

เมื่อก่อนต้องคัดเลือกเข็มฉีดยา โดยเอามากรีดกับผ้าก๊อสถ้าสะดุด คัด ออกทิ้ง เพราะเราอยากให้เด็ก ได้เข็มที่ดี ที่คม สงสารโดนฉีดยา เข็มไม่ดี จะเจ็บมาก เราเคยโดนมาแล้วไม่อยากให้เด็กเจ็บ

หนูเคยย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่รักกันอย่างนี้ เลยย้ายกลับมาเด็ก

อยู่กับเด็กนะคะ ไม่ธรรมดา เจอเด็ก ต้องจ๊ะเอ๋   เด็กเอาปืนเล่น มายิงเรา เราต้องโอ้ย  พี่นุจทำท่าสะดุ้งโหยง ประกอบ

 บรรยากาศเอื้อต่อการทำงานทั้งที่งานหนัก ตอนนี้ ทำ Total care พยาบาล ๑ คน ดู ๑๐ กว่าคน ทำไม่ค่อยทัน แต่ถ้าสัก ๑ ต่อ ๖ น่าจะได้

 AAR 

เกินความคาดหมาย-         

คิดว่าจะเครียด มาดวิชาการแต่ ไม่เครียดเลย  พี่คนงานหนีไป ไม่เข้าประชุม  เพราะกลัว กลัวโดนซัก เดี๋ยวต้องไปเล่าให้ฟัง

มาคุยเรื่องดีๆกันหลังทำงานได้กำลังใจดี

 ได้สะท้อนสิ่งดีๆ ต่อกัน-         

น่าจะมีเวทีอย่างนี้อีก งานดีอย่างไรตาม แต่ถ้าสัมพันธภาพดีด้วยทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกและระบบการทำงาน-     

    

ดุทีมโดยสังเกตจากแววตา พบว่า มีความสุขจากการทำงาน

  บรรยากาศดีถูกสร้างขึ้นได้รวดเร็ว

ต่ำกว่าความคาดหมาย

เวลามีน้อย ถ้ามีมากอาจได้พูดเยอะกว่านี้

อยากได้เวลาเพิ่ม-         

ทีมเยี่ยมชุลมุนมาเริ่มได้ช้า-        

  คนงานไม่กล้าเข้า

สิ่งที่จะทำต่อ

 อยากให้มี Role Model เช่น ผู้บริหารมาดูผู้ป่วย.และเจ้าหน้าที่ในเวลาและนอกราชการ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เวทีสัญจร รพเชียงรายฯ Moving theater Chiang Rai hospital

คำสำคัญ (Tags)#จิตอาสา#เวทีสัญจร#เยี่ยมหน่วยงาน#กลุ่มงานกุมาร รพ เชียงราย#ตึก พิเศษ เด็ก#ตึกเด็ก 3

หมายเลขบันทึก: 121903, เขียน: 25 Aug 2007 @ 06:59, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 20:03, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (7)

ดูๆไปแล้ว ผมรู้สึกได้เลยว่า อาจารย์มีความสุขกับการทำงานบริหารและบรการจังเลยนะครับ

น่าดีใจแทนโรงพยาบาล

คนชอบวิ่ง
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 22:03
  • แวะมาเยี่ยมครับ 
  • ว่างเมื่อไหร่อยากมาเที่ยวพิษณุโลกบอกนะครับ  จะได้เชิญมาเป็นวิทยากรช่วยแนะนำให้ทีมงานของเทศบาลนครพิษณุโลก

เรียน ท่านน้อง อ ธนพันธ์

P
มีความสุขมากนะคะ ทำเวทีสัญจรเนี่ย
ทั้งที่หลายครั้งรู้สึกผิด หรือ ขัดข้องเพราะมีอุปสรรคบ้างในการจัดเวที
 เช่น คราวนี้ สายไปเยอะ
 แต่ นั่งฟังคนทำงานเล่าอย่างนี้
เยียวยา จิตใจ ให้ เรา อ่อนโยน เห็นอกเห็นใจกัน พร้อมและอยากจะช่วยเหลือ
 เรา เห็น คน เห็นเจ้าหน้าที่ที่เคยพบในโรงพยาบาล เคยทักกันแบบฉาบฉวย เวลาเจอะ เจอ หรือบางทีไม่ทักด้วยซ้ำ
พอเข้าไปเยี่ยมจะ เห็นเบื้องหลังการทำงานของเขา ชีวิต จิตใจ ของเขา เห็นความคิดของเขา
แล้วรู้สึกว่าเราไม่ได้ทำงานหนัก ทำงานยาก อยู่คนเดียว
มีคนเล็ก คน น้อย คนที่ทำงานทั้งปี ทั้งชาติ ทำงานที่มีคุณ ค่า เสียสละ มหาศาล แต่ไม่มีใครรู้
คุณ อำนวย หลายคน ที่ไปนั่งฟัง เกิดอาการติด มาฟังแล้ว อยากมาอีก
ได้ความสุขในใจ ได้เพื่อน ได้รู้จัก กับคนในโรงพยาบาล ค่ะ
เรียน ท่านพี่ สุธี
P
ด้วยความซาบซึ้งใจ และเป็นเกียรติ อย่างสูงที่ท่านพี่ แวะมาเยี่ยมเยียน
ขอบพระคุณ เจ้าค่ะ ต้องไปพิษณุโลก สักวัน สักวัน แน่ๆ
ไป เรียนรู้ ว่าทำอย่างไรน้า จึงจะเป็นที่รัก และชื่นชอบของคนทั้งเมือง ได้อย่างนี้
เลือกตั้งเมื่อไร ก็ได้ทุ๊กที
นี่ซิน่าสนใจ
หมอจิ้น
เขียนเมื่อ 09 Sep 2007 @ 19:32

สวัสดีครับ พี่หมอหน่อย 

ถ้าที่ทำงาน คนทำงาน ทำงานได้สนุก แล้วมีความสุขเห็นคุณค่าของตัวเอง เห็นคุณค่าของคนอื่น  งานที่ทำดูแล้วไม่เคยเหนื่อยเลย

ฟังที่เล่ามาแล้ว ตึกพิเศษเด็ก และ เด็ก 3 น่าจะมีอาการดังกล่าว พอสมควรทีเดยวครับ ถ้าทุกน่วยเป็นอย่างนี้ การพัฒนาต่อไปไม่น่ายากเลยนะครับ

มักมีวาจาเด็ดๆ เกิดเสมอในเวทีสัญจรค่ะ

ล่าสุด เป็นของ อ นพ สุภัค ท่านบอกตอนเยี่ยมเปลในอาทิตย์ ที่ผ่านมาว่า

คนเวลาทำงาน มีสองประเภทคนทำงานทุกข์ใจ และคนทำงานหัวใจพองโต 

เข็นเปลเนี่ยนะ ได้ช่วยมนุษย์เห็นๆ คิดดี ทำดี ชะตากรรมดี เกิดโดยไม่รู้ตัว   

ที่ตึกเด็ก รพ เชียงรายฯ เราเห็นคนหัวใจพองโตเวลาทำงานเยอะค่ะ และก็หวังจะให้เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ

อื้อหือ มีเด็กเป็นโรคหัวใจเยอะเลยเหรอครับ น่าสงสารจริงๆ

(just kidding krub)

เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการค่ะ ที่มีอาการหัวใจพองโต เวลาทำงาน

เด็ก และผู้ปกครอง คงมีด้วย

 ถ้าจะเป็นกันทั้งตึกเลย น่าจะดีนะคะ