การทำให้นักเรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของตนเองก็มีส่วนช่วยในการเรียนรู้ที่ดีขึ้นสำหรับเด็กเรียนอ่อนภาษาอังกฤษ

           วันนี้เป็นวันที่ดีมากๆ อีกวันหนึ่งในชีวิตของการเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กที่เรียนอ่อนมากในรายวิชาภาษาอังกฤษค่ะ

          ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมากับการบ่ม,ฟักเจ้าตัวอ่อนๆ ทั้งหลาย  มาวันนี้ได้ทำการสอนบินจากรังบนคบไม้สู่โลกกว้างซะที  ดูรึว่าเจ้าตัวอ่อนๆ พวกนี้จะบินได้มั๊ยและเขาเหล่านั้นจะภูมิใจในตัวเองแค่ไหนกับการออกบินครั้งแรกจากช่วงเวลาที่ถูกบ่ม,ฟักมายาวนานพอสมควร

         ว้าว!....ยังกับจะเขียนถึงเรื่องลูกนกหัดบินเลยนะคะ  ความจริงแล้วลูกนกเหล่านี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับเด็กนักเรียนของผู้เขียนซักเท่าไหร่เลยล่ะค่ะ

         วันนี้ผู้เขียนให้เด็กนักเรียนห้องที่เรียนอ่อนมากในวิชาภาษาอังกฤษที่ผู้เขียนสอนอยู่  ฝึกอ่านและแปลเรื่องจากเรื่องที่กำหนดให้  โดยใช้กระบวนการกลุ่มค่ะ  ผู้เขียนแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละประมาณ  4-5  คน  แล้วให้แต่ละกลุ่มลงมติหาผู้ที่ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้      

        1.   หัวหน้ากลุ่ม  เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการทำงานภายในกลุ่มให้บรรลุเป้าหมาย  เป้นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมาก

        2.   เลขานุการกลุ่ม  เพื่อทำหน้าที่จดบันทึกการทำงานของกลุ่ม  จะขาดเค้าไม่ได้  เพราะถ้าไม่มีเค้าจะไม่มีใครสร้างงานเขียนสะอาดตา  ที่เป็นระเบียบเรียบร้อยมาให้ครูอ่าน  

        3.   พนักงานเดินเอกสาร (เป็นความจงใจในการตั้งชื่อนี้เพื่อดึงดูดความสนใจจากเด็กค่ะ  บอกพวกเขาว่าเหมือนกับพระเอกในละครหลังข่าว  เรื่องหักเหลี่ยมเพชรกะรัตไง ...แน๊...ได้ผลค่ะ...ความรู้สึกเค้าเป็นพระเอกขึ้นมาเชียวล่ะ  สำหรับคนที่ถูกเลือก)   เพื่อทำหน้าที่นำสารจากกลุ่มมาส่งครูและนำสารจากครูกลับไปยังกลุ่มตนเอง เพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้รับอภิสิทธิ์นี้

        4.   ครีเอทีฟ  เป็นคนสำคัญที่จะขาดเสียมิได้เนื่องจากเป็นผู้ที่ทำให้เกิดงานชิ้นสำคัญที่จะส่งผลให้กลุ่มตนเองประสบความสำเร็จ

        เป็นที่น่าสังเกตคือ  ในตอนแรกแทบทุกกลุ่มจะเลือกคนที่เรียนอ่อนที่สุดของกลุ่มเป็นพนักงานเดินเอกสาร

         เมื่อทุกกลุ่มได้คนลงทุกตำแหน่งก็เริ่มกิจกรรมกัน  โดยหัวหน้า/เลขานุการ/ครีเอทีฟ จะอยู่ที่กลุ่มตนเอง  ส่วนพนักงานเดินเอกสารก็ทำหน้าที่มารับเนื้อเรื่องที่ครูกำหนดให้อ่าน  ไปให้สมาชิกอ่านและแปลเนื้อหารายละเอียดร่วมกัน  โดยมีเงื่อนไขว่าให้ช่วนกันแปลทีละประโยค  ถ้าไม่ผ่านประโยคแรกจะข้ามไปยังประโยคต่อไปไม่ได้

       เมื่อกิจกรรมเริ่ม  ความสำคัญของทุกๆ คนในกลุ่มเริ่มฉายแววออกมาเด่น  โดยเฉพาะคนที่เด่นมากที่สุดเห็นจะเป็นพนักงานเดินเอกสารที่ในตอนแรกดูเหมือนจะไม่ได้รับความสำคัญหรือความสนใจจากสมาชิกในกลุ่มมากเท่าที่ควรเนื่องจากส่วนใหญ่เลือกคนที่เรียนอ่อน    แต่ตอนหลังสมาชิกทุกคนในกลุ่มจะรอลุ้นเขาผู้นี้เพียงคนเดียวว่าจะเอาอะไรมาบอกบ้างและจะดำเนินการแก้ไขชิ้นงานอย่างไร  ดูเหมือนเขาจะได้รับการยอมรับและเพื่อนๆ ก็เห็นความสำคัญของเขา   เขาก็เลยพยายามจดจำสิ่งที่ครูแนะนำในเรื่องข้อมูล/รายละเอียดเก็บไปบอกต่อให้กับเพื่อนในกลุ่มอย่างตั้งอกตั้งใจ  และสนุกสนานกับการเรียนที่ใครๆ ก็เห็นความสำคัญของตัวเขาได้มากขนาดนี้  เมื่อเขากลับไปพร้อมกับข้อมูล/รายละเอียด  หัวหน้าก็เริ่มทำหน้าที่ตนเองอย่างแข็งขันคอยกระตุ้นเตือนเพื่อๆ ให้ร่วมกันทำงานออกมาอย่างดีที่สุด  และที่ตามมาคือการร่วมกันคิดชิ้นงานโดยให้ความสำคัญกับครีเอทีฟเป็นโต้โผใหญ่  และที่ไม้เว้นคนสำคัญที่ทำให้งานออกมาน่าอ่านก็คือเลขานุการกลุ่ม  และสุดท้ายเจ้าตัวอ่อนที่ทำหน้าที่พนักงานเดินเอกสารของเราก็เริ่มงานในหน้าที่ตนเองต่อ....อย่างมุ่งมั่นเพื่อกลุ่มตนเอง 

         ผู้เขียนเห็นภาพศรีษะเล็กๆ แทบจะชนกัน  ช่วยกันคิด  ช่วยกันทำงานด้วยความสุข  และสนุก  พร้อมด้วยความมุ่งมั่นร่วมกัน  จนต้องแอบยิ้มกับตัวเองว่า  .....วันนี้...การออกบินก้าวแรกของเจ้าตัวอ่อนของฉันช่างดูมีความหมายกับพวกเค้ามากกว่าที่คิด.....

          ดูเหมือนกับทุกหน้าที่  ทุกตำแหน่งจะได้รับการยอมรับ  และต่างก็เห็นความสำคัญของทุกคนในองค์กรและกลุ่มตนเอง  ผลที่สุดการทำงานของกลุ่ม/องค์กรก็ประสบความสำเร็จ 

          .......ว่างั้นมั๊ยคะ.......