UKM11 : การจัดการความรู้สู่สุขภาพวดีในชุมชน

  ทำไมการพัฒนาทางเศรษฐกิจมันไม่ทำไมชุมชนไม่ได้ดีขึ้นเลยครับ  
ช่วงต่อมาครับเป็นการบรรยายของท่าน แพทย์หญิงธารทิพย์ ธำรงวรางกูร ,แม่นิด ,แม่พุทธ 

Photobucket - Video and Image Hosting

ซึ่งอาจารย์แกเก๋ามากครับ(ขออนุญาตครับ เก๋าจริงๆฮ่ะ) ไม่พูดพร่ำทำเพลงเลยครับผม ก็ ได้เข้ามาบรรยายทันที โอ้ รักษาเวลามากครับ ไม่เชื่อดูจากคนมาดูก็ได้ครับ มันสุดยอดจริงๆครับๆเนี้ย


Photobucket - Video and Image Hosting

ผมเลยสนใจว่าชาว KM แอบไปอยู่ไหนกันนะครับ ตอนเบรกนั้น ขอเรียนรู้ลีลาการเข้าสัมมนาหน่อยนะครับ



Photobucket - Video and Image Hosting

ที่ไหนได้ครับ พี่ๆเขาเจ้าสัมภาษณ์กันอย่างแรงครับ เหอๆๆๆ ทุกๆที่มีการแลกเปลี่ยนคุยกันเป็นอย่างดี เหมือนพี่ๆเขาจะสนิทสนมกับทุกคนง่ายๆจริงๆนะครับสังคมนี้



Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

เมื่อเข้ามาในงานก็ ยังไม่ค่อยจะมีคนเท่าไหร่นะครับผม



Photobucket - Video and Image Hosting

แต่เอ๊ะ มีคนบางกลุ่มที่อยู่แถวๆนี้นะครับผม

 


Photobucket - Video and Image Hosting

ต้องขอเรียกว่า กลุ่ม สุดขอบ นะครับ เพราะว่าแต่ละคนจะอยู่ที่ขอบครับ เพราะว่ามันมีปลั๊กไฟนั้นเองครับสำหรับกลุ่มสุดขอบที่เราเห็น แน่นอนครับ ชาว Blogger ทั้งนั้นครับผมไม่ต้องบอกชื่อแต่ละคนก็ได้ครับผม



Photobucket - Video and Image Hosting

เมื่อ เม้าส์เพลินก็ได้ เวลาเริ่มสักทีนะครับผมสำหรับหัวเรื่องนี้ตอนชมวีดีทัศน์ตอนแรกมีความน่าสนใจมากๆเกี่ยวกับชุมชนนะครับผม ดูจากชื่อเรื่องเหมือนจะสุขภาพ แต่ไม่แฮะ เหอๆ เป็นเรื่องการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริงๆครับ มันคือสุขภาพว่ะๆๆๆ ครับผม ไม่สุขภาพ หน้าแตกเลยเราในส่วนนี้จะพูดในเรื่องของชุมชนที่ได้ถูกเสแสร้งด้านเศรษฐกิจ แต่คนจน ไม่เคยได้เงยหน้าอ้างปากเลยครับ เข้าใช้เทคโนโลยีมากเท่าไหร่ นายทุน ก็ได้เงินจากเขามากเท่านั้น ส่วนพวกเขาไม่ได้อะไรเลยนี้คือความจริงหรือนี่ น่าสนใจมากครับผม อาจารย์เขาพูดได้สนุกดีจังเลยแฮะ แต่ว่าสิ่งที่น่าสนใจมากมายแน่ๆครับ ต้องติดตาม ในส่วนแรกอาจารย์ได้บอกว่า ยิ่งมีวิชาการทางแพทย์เท่าไหร่ แต่กลับมีคนเข้าหาแพทย์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันถูกหลักหรือป่าวครับเนี้ย โอ้ น่าตื่นเต้นครับ ต่อมาก็ สัมภาษณ์เลยหล่ะครับผมสัมภาษณ์จากคนที่เจอประการนี้จริงๆ ครับ ชาวบ้านเห็นๆ พูดอีสานเลยครับ สำหรับผมคงสบาย ใครจะให้ผมแปลให้ก็กระไรอยู่ครับสำหรับคนที่พลาดงานนี้ หายากครับ เหอๆๆ ไม่ขอเล่าฮ่ะเพราะว่าผมฟังไม่ค่อยออกเหมือนกัน ฮากันตรึมครับ(แต่เรื่องซีเรียสนะเนี้ย อิอิ) เอาๆๆ ผมล้อเล่นนะครับ เด๋วผมจะเล่าให้ฟังจากเหตุการณ์จริงเลยแล้วกันครับผม ตอนนี้ก็กำลังอยู่ครับผม เหอๆ แปลด้วยเขียนด้วยยากจริงๆครับในเรื่องนี้ก็ เป็นของชาวบ้านก็ได้เห็นสภาวะทางสังคมที่เปลี่ยน ขนาดสังคมชาวบ้านยังถูกเปลี่ยนเยอะมากเลยครับ ทุกคนฟุ่มเฟยเป็นอย่างมากครับผม ทุกคนเป็นหนี้ในเรื่องทั้งเป็นเรื่อง ทั้งไม่เป็นครับ เหมือนจะเศร้าใจแต่เขาหัวเราะสนุกสนานกับเรื่องนี้ครับ ฮากันตรึม คนอีสานนี้ยิ้มได้ตลอด ไม่เท่านั้น ชาว KM ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยครับ เรื่องเล่า เร้าอารมณ์(ฮา) จริงๆเลยครับ เป็นเรื่องเล่าที่น่าสนมากเลยครับ สำหรับผมคนเดียวหรือป่าวก็ไม่รู้นะครับผม ท่านวิทยากรได้พูดเรื่องที่สามีถูกจับครับ เพราะว่าหายไปนานไม่รู้ว่าไปทำอะไรบ้าง ซึ่งลักษณะสังคมนั้นต้องการที่จะได้ใช้ชีวิตที่สุขสบายต่างๆมากมายครับ ภรรยาต้องไปยืมเงินเพื่อมาซื้อ สิ่งต่างๆให้สามีนั้นเอง โอ้ ช่างเป็นที่น่าเศร้าครับ แต่ว่า พอถึงเวลาที่สามีโดนจับก็ไม่รู้จะไปยืมเงินที่ไหนมาประกัน สภาพจิตใจย่ำแน่สุดๆครับผม กะจะฆ่าตัวตายเลยครับ ภรรยา แต่ว่า คิดถึง ลูกสาวเพราะถูกสาวร้องไห้ตลอดเลย นี่เรื่องทุกข์จริงๆครับของชาวบ้าน  ต่อมาในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครับผม ในเวลาต่อนั้น ทางสามีได้เป็นผู้ใหญ่บ้านครับ!!!! โอ้ แต่สามีกลับตัวกลับใจทำดี เข้าอบรมในทุกๆสิ่ง เป็นคนชอบสังคม เป็นคนชอบเรียนรู้ เปลี่ยนไปจริง (ได้มาจากในคุกหรือป่าวครับเนี้ย) ได้มีโอกาสไปเรียนรู้เป็นอย่างมาก ได้มีหมอเข้ามาในชุมชนโดยให้แนะนำที่จะเริ่มที่จะเลี้ยงตัวเอง แต่ว่าไม่ถูกกับสามีซะงั้น???? ก็เลยต้องต่อสู้พอสมควร แต่การพัฒนาต่างๆจากหมอนั้นก็ทำการพัฒนาในเรื่องชุมชนในสังคมนั้นทางหมอก็ไม่อยากให้ทางชุมชนไปพึงสิ่งที่มีอยู่ในสังคมต่าง แต่อยากให้สร้างขึ้นมากเองในช่วงสองปีพ่อบ้านก็ไม่ได้เรื่องเหมือนเดิมครับ ไม่สนใจสิ่งต่าง แต่ว่า พ่อบ้านได้มีโอกาสไปอบรมกับ ท่านครูบาสุทธิ์นันท์ (ได้เจอบ่ายนี้แน่ครับ) แต่การไปดูงาน ก็อยากที่พัฒนาสังคมตน แต่ว่า ไม่รู้ว่าจะทำจริงหรือป่าวนะครับ แต่ว่า การทำจริงก็เห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ครับ ว่ามันดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ตอนนี้ ก็เห็นมีป่าเกิดขึ้นมาในหมู่บ้านนั้น ได้สิ่งต่างๆ ได้เกิดขึ้นมาอย่างงอกงามขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนมีความสุข มีเงินออม ไม่มีหนี้ไม่มีสิน ยิ่งไปกว่านั้น ได้เกิดศูนย์เรียนรู้โดยได้เป็นวิทยากร ส่วนพ่อบ้านเป็น คนทำงานครับ แจ่มมาก ซึ่งหมู่บ้านพุทธบาทนี้ก็ได้เจริญขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ ต่อมา ได้ มีการสัมภาษณ์เพื่อนของแม่นิดครับ เรียกว่า ทุกอย่างนั้น ต้องซื้อมาทั้งนั้น เรียกว่า คุณนายไฟฟ้าครับ เพราะว่าทำงานการไฟฟ้าครับ จนแล้วจนรอดครับ มีลูกเกิดมาครับ ลูกต้องเรียนหนังสือครับ เลยต้องหนี้เพียบเลยครับ เศร้าแฮะแต่ว่า สิ่งที่น่าสนใจคือการที่ทางภรรยานั้น ได้มีการไปอบรมทางการพัฒนาท้องถิ่น แต่เมื่อนำมาใช้นั้น ทางสามีไม่ยอมรับอะไรเลยครับ  รักษาหายไม่รักษาตายหรือพิการ 23รักษาตาย ไม่รักษาหายรักษาก็หาย ไม่รักษาก็หายรักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย   จบเรื่องจบราว แต่ว่า สิ่งที่ต่างๆที่ได้มานั้น ทางฝ่ายวิชาการได้เข้าไปร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้น และมีการทำงานในสิ่งต่างๆร่วมกัน แรกๆก็ยาก แต่หลังก็เป็นเรื่องดีที่เกิดขึ้น และได้เข้าไปถึงเด็กในการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นแหมมีพูดเรื่อง หม่อนด้วยนะครับ เพราะว่ามีการไปพ่นยาแล้วตัวหม่อนตายครับ ^ ^ นี้ก็เป็นเรื่องทีแลกเปลี่ยนกับสังคม

เมื่อเวลาผ่านไป อาสาสมัครนั้น ก็เริ่มหายไปหมดเลยครับผม มีแต่เด็กเมืองกรุงเท่านั้นนี่ครับ หุหุ แต่ว่าการแก้ปัญหาก็เริ่มที่จะเอาเด็กมาพัฒนาโดยที่จะเข้าไปในมหาลัยต่างๆ ได้เริ่มมีการทำโครงการพยาบาลขึ้นมาแต่ก็ยังไม่พอครับมันมาไม่ทันแน่นอนก็ต้องมีการให้คนในชุมชนมาทำงานกันเองน่าจะดีกว่านะครับผม ตามความสมัครใจหล่ะครับ   ต่อมาก็เริ่มมีการเปิดงานต่างๆที่จะได้เข้ามาร่วมไม้ร่วมมือ ที่จะออกชุมชนกันอย่างเต็มที่ครับ พากันไปเข้าชุมชนกันอย่างจริงจังครับ   มาต่อที่แม่นิดอีกครั้งนะครับผม เมื่อได้มีการทำกลุ่มเกษตรได้พาสมาชิกโดยพากันทำเอง เริ่มเอง ช่วยกัน ลงแขกนั้นเองครับ โดยเริ่มมีสมาชิกสิบครอบครัว โดยมีการติดตามเหมือนทีเรียนรู้กับทางโรงพยาบาล ตอนนี้ ทางชุมชนสามารถที่จะคิดโครงการเองได้แล้วครับ โดยพัฒนากับเด็ก ชื่อว่าเด็กรักถิ่น ของบ้านพระพุทธบาท โดยผู้ใหญ่คอยไปกันทำกิจกรรมต่างๆ น่าสนุกมากเลยครับผม   ทางอาจารย์ก็มีการสัมภาษณ์เรื่อง ว่า การเป็น อบต. มันเป็นอย่างไรนะครับ ในตอนแรก มันแย่มากเลยครับ เพราะว่าไม่มีใครสนใจเรื่องที่ดีๆที่ได้เริ่มมาทำกันจนต้องท้อเลยล่ะครับ แต่ด้วยความพยายามครับ ก็ต้องเล่นแง่กันหน่อย โดยการไปเลี้ยงปลัด เพราะว่าแกชอบแบบนั้น (ภาครัฐ เป็นแบบนี้หรือเนี้ย หุหุ) ก็พากันไปพากินไปเรื่อยๆ จนได้ไปกินข้าวที่สวนครับที่ได้ทำโครงการกัน โดยการทำอาหารจากทุกอย่างเกิดจากในสวนนั้น จนปลัดก็ งงงวยไปเลยหล่ะครับ เศรษฐกิจชุมชนเลยเกิดขึ้นอย่างยอดเยี่ยมครับ     ทุกอย่างเกิดจากความรัก รู้จักเอง รู้จักทำแผน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง   แม่พุทธเลยบอกว่า มีเงินเดือนหลายๆ ก็ไม่พออยู่ดี ถึงมีแล้วต้องไปซื้อคนอื่นกินก็เหมือนเดิม แกเลยบอกว่า ทำเอาเองจะดีกว่า ไม่ได้เสียอะไรเลยสักอย่าง ผมว่าความคิดดีแฮะ สุดยอด

น่าเสียดายครับ เวลาน้อยไปหน่อยครับ แต่ได้เรื่องจริง!! ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากครับผม

เราคงต้องทำอะไรให้เกิดในชุมชนแบบนี้ได้ ประเทศคงไปรอดได้ในไม่ช้านะครับเนี้ย

 

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ฅนเชื่อมโยงของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ (Tags)#ukm11

หมายเลขบันทึก: 121488, เขียน: 23 Aug 2007 @ 11:58 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 20:01 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (4)

JJ
เขียนเมื่อ 

รออ่านต่อครับ

อาจารย์ครับ

  • เร็วจริง ๆครับ
  • ผมต่อเน็ตยากมาก ตอนนี้ยังอาศัยอ่านของคนอื่นครับ
  • ว่าง ๆแวะมาดูคอมให้อีกด้วยนะครับ ขอบคุณหลายๆ
แวะมานั่งรอดูภาพบรรยากาศครับ...  เอาใจช่วยครับ...
หญิง
IP: xxx.11.17.31
เขียนเมื่อ 

หวัดดีคะ เคยเรียนที่นี้ จบปี 44-45 พอดีหารายชื่อเพื่อนที่จบปีเดียวกันไม่รู้หายังไงดี