เมื่อตอนเป็นเด็ก ๆ รู้สึกประทับใจธรรมอยู่ 3 หมวดใหญ่ ๆ คือ สังคหวัตถุ 4 สังคหะ หมายถึง การสงเคราะห์กัน เป็นธรรมที่ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจกันทำให้ความรักยั่งยืน ได้แก่ ทาน : การให้ปันแก่กัน ปิยวาจา : พูดกันด้วยวาจาไพเราะ อัตถจริยา : ประพฤติตนเป็นประโยชน์ต่อกัน สมานัตตตา : วางตนให้เหมาะสม
ธรรมอีกข้อหนึ่งที่เป็นประโยชน์มาก คือ พรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา : ปรารถนาดี กรุณา : ความสงสาร มุทิตา : ความยินดีด้วย อุเบกขา : ความมีใจเป็นกลาง รู้อะไรควรไม่ควร
ธรรมที่ใช้ในการทำงานให้ประสพความสำเร็จ เรียกว่า อิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ : เต็มใจทำ (รักในงาน เอาใจใส่) วิริยะ : แข็งใจทำ (ความพากเพียร ไม่ย่อท้อ ความกล้า) จิตตะ : ตั้งใจทำ (เอาใจใส่ไม่ปล่อยปละละเลย) วิมังสา : ทำอย่างพินิจพิเคราะห์ ใช้สมอง สติปัญญา ถ้าขาดการใช้ปัญญาพิจารณางาน งานก็จะคั่งค้างและผลงานก็ไม่เรียบร้อย ธรรมดังกล่าวปัจจุบันได้นำมาสอดแทรกในการสอนนักเรียนให้รู้จักประพฤติปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ และรู้จักรับผิดชอบในการทำงานที่ครูมอบหมายให้
ธรรมประจำใจ
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ธรรมทุกข้อล้วนสอนในสิ่งดี อยู่ที่ว่าคนเราจะนำไปปฏิบัติหรือไม่เท่านั้น ผู้ที่มีธรรมประจำใจ ถือว่ามีเครื่องนำทางที่ดี และเดินถูกทางแล้ว
หลักธรรมทั้ง 3 ประการนั้น เป็นหลักธรรมที่มีผลต่อผู้ปฏิบัติจริง ถ้าประพฤติได้ถือว่า เป็นผู้ใหญ่และคนทำงานที่ดี ขอร่วมเป็นผู้ปฏิบัติด้วย แม้จะไม่เต็มร้อย แต่ก็จะพยายามมีให้มากที่สุด ขอให้เราเป็นผู้ให้กำลังใจซึ่งกันและกันตลอดไป