สรุปว่าร้านนี้ความอร่อยสู้ Jumbo ไม่ได้ แต่บรรยากาศดีกว่ามาก ไม่ต้องรีบกิน ไม่มีคนมาจ่อรอนั่ง แต่ราคาไม่ต้องพูดถึงนะครับ

วันที่ 12 สิงหาคม 2550

กว่าจะตื่นลืมตาขึ้นมาได้ก็ล่วงเข้าไป 10 โมงกว่า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่ 14 ของชีวิตในสิงคโปร์ นับถอยหลังไปก็เหลืออีก 94 วันเท่านั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                มึนตึ๊บคือความรู้สึกแรกที่ทำให้ลืมตาขึ้นมายากเต็มที แต่ต้องลุกขึ้นมาดื่มน้ำอึกใหญ่ เพราะน้ำจะช่วยรักษาอาการเมาค้างได้ เพราะเราขาดน้ำ มันจึงมีอาการครับ จากนั้นมาก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปกินข้างเช้า (หรือกึ่งเที่ยงกันแน่) อยากกินซุปปลา แต่เจ้ากรรมวันนี้เขาไม่ขาย เลยต้องเดินไปกินที่ Foodmore อยากกินก๋วยจั๊บ อยากลองลุ้นดูว่าจะได้กินหรือเปล่า คำตอบคือไม่ครับ เขาปิดอีก พระเจ้า ทำไมเป็นอย่างนี้ เลยเสร็จข้าวมันไก่ทอดแทน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมตัดสินใจซื้อแก้วและช้อนชงกาแฟ เพื่อจะได้ดื่มกาแฟของโปรดตอนเช้า ภรรยาสุดที่รักเตรียมมาให้ทั้งซองตั้งแต่มาสิงคโปร์วันแรก ยังไม่มีโอกาสได้เปิดเลยเพราะไม่มีน้ำบ้างใน 2 เดือนแรก ครั้นย้ายมาที่ Little India ก็ไม่มีแก้ว จริงๆก็มีครับ แต่ไม่อยากยืมจากเท็ด วันนี้เลยได้ดื่มกาแฟกลิ่นโปรดสมใจสักที ชื่นใจครับ ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็โทรไปหาแม่ เพื่อสุขสันต์วันแม่ของผม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เนื่องจากวันนี้ไม่ต้องไป round เลยรู้สึกมันว่างๆขาดๆชอบกล 11 โมงกว่าพี่วิภรณ์โทรมา บอกว่าอยู่ที่สิงคโปร์แล้ว อย่าลืมนัด วันนี้จะไปกินที่ร้านใหม่อยู่แถวๆ Esplanade และชวนเพื่อนอีก 2 คนไปด้วย ผมจึงโทรไปหาพี่โต้ง พบว่าท่านประธานและรองสมาคมนักเรียนไทยยังตื่นไม่สนิท (เอ๊ะ ยังไงกัน) พี่โต้งยิ่งแย่เพราะว่าค้างเติ่งครับ เลยขอบายทั้ง 2 ท่าน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เวลา 5 โมงเย็นผมจึงออกจากที่พักไปยังตึกทุเรียนทันที กะไปก่อนเวลานัด (6 โมง) เล็กน้อย เพื่อจะได้เดินเล่น ถ่ายรูปและกินไอติมของคนไทยที่ขายอยู่ใต้สะพานด้วย วันนี้เลือกกินรสมะม่วง อร่อยน้อยกว่ารสทุเรียน กินเสร็จแล้วก็ถ่ายรูป ผมหาร้านอาหารเจอแล้ว ชื่อว่า No signboard seafood restaurant ซึ่งอยู่ชั้น 1 หันหน้าหาอ่าว Marina ทำเลดีมาก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เวลา 6 โมงตรงเป๊ะพี่วิภรณ์ก็โทรเข้ามาหา บอกว่าหาร้านไม่พบ ว่าแล้วก็วางสายเพราะว่าเธอเห็นผมเดินผ่านเธอไปนั่นเอง วันนี้มีพี่อีกท่านหนึ่งมาด้วย ชื่อพี่แจ๊ค พี่แจ๊คเป็นผู้บริหารระดับสูงของ J&J สายเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ผมมีความรู้ใหม่ว่า เวลาผู้บริหารเดินทางไปไหน เขาจะไม่ให้ไปพร้อมกัน เดินทางคนละเวลา เครื่องบินคนละลำ เพราะเขากลัวว่าหากประสบอุบัติเหตุจะได้เหลือคนไว้ทำงาน จริงสินะ ครั้งนี้พี่ทั้ง 2 คนมาประชุมนำเสนอแผนงานของบริษัทปีหน้าครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                วันนี้เรากินอาหารกันหลายอย่าง ปูผัดพริกไทยขาว (ไม่ใช่ดำเหมือนทุกครั้ง) เป๋าฮื้อ หอยไม้ไผ่ (เหมือนเดิม) กั้งผัดเนย สรุปว่าร้านนี้ความอร่อยสู้ Jumbo ไม่ได้ แต่บรรยากาศดีกว่ามาก ไม่ต้องรีบกิน ไม่มีคนมาจ่อรอนั่ง แต่ราคาไม่ต้องพูดถึงนะครับ ออกจากร้านนี้เราก็ไปกินไอติมกันต่อ ก็อยู่ในตึกทุเรียนนี้แหละ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                สรุปว่าสัปดาห์นี้จบลงด้วยดี กินเยอะหน่อย ได้กินของที่อยากกินมานาน ข้าวต้มขากบผมให้ 10 คะแนนเต็ม เที่ยวผับเมื่อคืนนั่นก็เป็นครั้งแรกในรอบ 7-8 ปีเชียวนะครับ เพราะตั้งแต่ลูกเกิดมา ก็ไม่ได้เที่ยวแบบนี้อีกเลย คุยกับพี่โต้งและเท้งว่า เมื่อไหร่ลูกโตจะควงเมียเที่ยวผับบ้าง ผมชอบดูคนแก่ที่เดินจูงมือกันเที่ยวครับ คงน่ารักดี