เคยมองปัญหาต่างๆเป็นเรื่องสนุกที่ต้องเผชิญไหมคะ..

แล้วเคยต่อสู้กับปัญหานั้นด้วยความรู้สึกว่า....เป็นโจทย์ปัญหาที่ท่านต้องแก้ให้ได้หรือเปล่า   

มองในมุมที่ดีกว่านั้น...เรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราคือ...วิบากกรรมที่ต้องฝ่าฟันให้ผ่านไปด้วยความดีที่ท่านต้องมี   ต้องใช้ความดีมาช่วย  ใช้ความรัก  ใช้ความเข้าใจ  ใช้ความ...คิดในทางบวกตลอดเวลา..ใช่หรือไม่  

ชีวิตของคนเรานั้นประกอบไปด้วยหลายๆส่วน   ได้เข้าไปอยู่ในสังคมต่างๆกันโดยเจตนาและไม่เจตนา    แต่ละสังคมก็ประกอบด้วยมวลสมาชิกที่ดีและไม่พึงประสงค์ทุกๆสังคม   หากทุกคนต่างคนต่างอยู่  ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ผลเป็นศูนย์   

แต่หากมีการโคจรมาพบกัน..ไม่ว่ากิจกรรมใดใด   จริตไม่ตรงกันเมื่อไร....ปัญหาต่างๆรุมเร้าเข้ามาเป็นโจทย์ให้เราขบคิดแก้ปัญหาทันที 

จากเรื่องเล็กๆ  เป็นเรื่องใหญ่     เรื่องเล็กๆของเรานั้น..... อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของคนอื่น  

ตรงกันข้าม  ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่...ต่างเกิดมาจากปัญหาทั้งสิ้น  หนทางที่ดีก็คือ.....จงวิเคราะห์ให้ดีให้ถ่องแท้ว่า.....ปัญหานั้นคืออะไร  

 เมื่อท่านเพ่งปัญหาได้แล้ว...ท่านวิเคราะห์ให้ชัดเจนลงไปเลยว่า...หนทางแห่งการแก้ปัญหานั้น...จะเป็นไปได้ในกี่รูปแบบ  จง เลือกรูปแบบวิธีการที่ดี  เลือกรูปแบบที่เหมาะสม  เลือกรูปแบบที่ละมุนละม่อมที่สุดให้กับปัญหานั้นๆ  

อันดับต่อไปต้อง....คาดคะเนออกมาด้วยว่า.....ผลที่เกิดจากการแก้ปัญหาจะเป็นอย่างไร  เกิดปัญหารองลงมาอีกหรือไม่.....เตรียมรับสภาพอย่างไร  มีแผนที่ 1 ก็ควรมีแผนที่ 2 อยู่ตลอดเวลา  

อย่าคิดอย่าหัดคิดเรื่องง่ายๆให้เป็นเรื่องยาก    อะไรจะยากหรือง่าย...อยู่ที่ใจของเราที่จะคิด  

ในสังคมแห่งการเรียนรู้มีหลายระดับ...ครูอ้อยประกอบสัมมาชีพเป็นครู   ยามตื่นก็เป็นครู  ที่จะเรียนรู้ทั้งทฤษฎี  ปฏิบัติ  ทั้งในสายงานของตนเอง  เรียนรู้วิชาการที่เกิดประโยชน์แก่สายงานของตนเอง  

งานของครูอ้อยไม่ใช่เพียงสอนแค่นักเรียน ป.4  หากท่านเคย เคย เคย อ่านบันทึกของครูอ้อยทุกๆบล็อก  จะพบว่า..งานของครูอ้อย  ต้องใช้คำว่า..มากมาย  ตลอดชีวิต  ที่นำมาเขียนในบล็อกต่างๆ  เป็นชีวิตของการทำงาน  ชีวิตครอบครัว  ชีวิตกับเพื่อนฝูง  ทั้งเพื่อนประกอบอาชีพ  เพื่อนที่เรียน  เพื่อนในเว็บไซต์   ครูอ้อยเขียนได้หมดทุกเรื่อง  และเข้าใจปัญหาได้ดี  .....

บางครั้ง   นำโจทย์มาตั้งในบันทึก  ท่านผู้รู้เข้ามาอ่าน...แล้วช่วยแก้ปัญหาให้ครูอ้อย...เพราะ..มองต่างมุม   มุมที่ครูอ้อยอยู่  อาจจะอับแสง  ไม่มีทางไป 

แต่อีกมุมหนึ่ง  อาจจะสว่างแจ่มใส  หนทางเตียนโล่ง  ไม่มีขวากหนาม....

ครูอ้อย..กำลังมองปัญหา   ที่วิ่งเข้ามาหาครูอ้อยตลอดเวลา  หากครูอ้อยคิดว่า..มันเป็นปัญหา  มันก็จะตามตัว  ตามหัว  มาให้ขบคิดตลอดเวลา  

ปัญหานั้นยังคงอยู่ 

แต่อยู่ที่.....ใจและหัวของครูอ้อยจะคิดถึงมันหรือไม่...

หาทางให้ตัวเอง  ...ปัญหามันก็อยู่ในส่วนของปัญหาไป...