การทำบุญไม่ว่าจะเนื่องด้วยวันอะไร สิ่งสำคัญที่เราต้องเข้าใจนั้นต้องใช้ศรัทธากับปัญญาเป็นเครื่องกำกับ

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText">                ในสมัยราชวงศ์เชียง  ได้มีเด็กสาวชาวจีนท่านหนึ่ง เข้าไปในวัดเพราะอยากทำบุญ แต่มีเงินเพียงสองอีแปะ ความจริงราคาของเงินนั้นน้อยนิดเดียว  แต่ค่าความดีใจอยากทำบุญนั้นเหลือหลาย ท่านเจ้าอาวาสจึงกล่าวอนุโมทนาคาถาเอง ให้ศีลให้พรเอง ต่อมาหญิงนั้นได้เข้าวังเป็นสนมของอ่องเต้ มีเงินมากมาย จึงนำเงินหลานพันตำลึงมาที่วัดนั้นอีกเพื่อทำบุญ </p>                คราวนี้เจ้าอาวาสให้พระลูกวัดกล่าวอนุโมทนาคาถาและให้ศีลให้พรแทน พระสนมเกิดความสงสัยยิ่งนัก จึงถามท่านว่า เมื่อก่อนนี้ ข้าพเจ้ายากจน มีเงินทำบุญเพียงสองอีแปะ แต่ท่านมากล่าวอนุโมทนาคาถาและให้ศีลให้พรข้าพเจ้าด้วยตนเอง มาบัดนี้ข้าพเจ้าพอจะมีเงินบ้าง จึงนำมาถวายหลายพันตำลึง แต่ทำไมท่านกลับให้พระลูกวัดทำหน้าที่แทนท่านเล่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText">                ท่านเจ้าอาวาสกล่าวว่า แต่ก่อนนี้ แม้ท่านทำบุญน้อย แต่ใจท่านนั้นเปี่ยมไปด้วยเจตนาที่เป็นกุศล </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoBodyText">มาบัดนี้ แม้ทานจะมีเงินทำบุญมาก แต่ใจของท่านนั้นไม่เหมือนแต่ก่อนเสียแล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องให้อาตมาไปกล่าวเอง นี่คือตัวอย่างของการทำดีที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยราคาของเงินมาวัดความดีนั้น ทำบุญด้วยเงินน้อยนิด กลับเป็นบุญที่เต็มเปี่ยมเพราะจิตที่เปี่ยมด้วยกุศลเจตนา แม้ทำบุญด้วยเงินมากมาย หากจิตใจมีศรัทธาเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ การทำความดีนั้นก็จะให้ผลเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ เท่านั้น</p>