นักเดินทางกับตะเกียง
นักเดินทางกับตะเกียง

ฉันอาจเป็นเพียงตะเกียงดวงหนึ่งที่มีแสงเพียงน้อยนิดอาจจะไม่จำเป็นเลย  ในบางช่วงบางขณะ   ที่พระจันทร์ทอแสงนวลกระจ่างเธออาจจะทิ้งฉันไว้ข้างทางก็เป็นได้หากเธอคิดว่าฉันไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย   ฉันจึงเปรียบตะเกียงเป็นดั่งตัวฉันส่วนเธอน่ะเป็นนักเดินทางคนนึงส่วนเค้าคนนั้นเป็นพระจันทร์     นักเดินทางคนหนึ่งกับตะเกียงดวงเก่า   ตะเกียงที่ให้แสงสว่างในค่ำคืนที่มืดมิดตะเกียงที่ให้ความอบอุ่นได้  เมื่อนักเดินทางผู้นั้นต้องการในค่ำคืนที่สายลมหนาวได้ผ่านพัดมาอีกคราการเดินทางของนักเดินทางผู้นั้นก็มีตะเกียงเป็นเพื่อนคู่ชีพ  แสงเพียงน้อยนิดที่พอจะส่องทางได้เป็นระยะๆ   ทำให้นักเดินทางผู้นั้นเริ่มไม่พอใจในสิ่งที่เค้ามีอยู่เมื่อเค้ามีเพื่อนร่วมทางเพื่อนร่วมทางก็ได้กล่าวว่าจะใช้ตะเกียงดวงเก่านี้ไปทำไมในเมื่อแสงจากพระจันทร์ออกจะสว่างถึงเพียงนี้นักเดินทางผู้นั้นคิดได้จึงทิ้งตะเกียงผู้น่าสงสารไว้ข้างทางหลงเชื่อคำกล่าวของเพื่อนร่วมทางซึ่งเป็นเพียงแค่คนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปค่ำคืนนั้น  เป็นคำคืนที่ยาวนานสำหรับฉันตะเกียงผู้ถูกทอดทิ้งไว้ข้างทาง  ก็เค้าไม่สนใจแม้แต่น้อยกลับกันเธอนักเดินทางที่กำลังหลงระเริงกับแสงจากพระจันทร์ที่ส่องแสงนวลกระจ่างมันสวยงามมันชวนฝันนักเดินทางผู้นั้นจึงเดินทางไปเรื่อยๆ   เพียงลำพัง     แค่สัมภาระไร้ตะเกียงดวงเก่า เมื่อความมืดมิดแห่งค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป   แสงจันท์ที่เคยกระจ่างยามค่ำคืนก็เลือนหายดวงตะวันได้โผล่ขึ้นมารับอรุณบอกกับทุกคนที่อยู่ใต้ผืนฟ้าว่านี่    คือเช้าวันใหม่    สายลมหนาวผ่านพัดมาเยือนอีกคราผ่านพัดเป็นลมหนาวที่เย็นยะเยือกตะเกียงดวงเก่าที่ถูกทอดทิ้ง   บัดนี้นักเดินทางอีกคนได้ผ่านมาพบจึงเก็บไว้เป็นสมบัติตนตะเกียงจึงกลับกลายเป็น   ของมีค่าอีกครั้งมันได้ทำหน้าที่เช่นเดิมคือให้แสงสว่างและความอบอุ่นไปพร้อมๆกันเมื่อตะวันลับฟ้าไปแล้ว   ลำแสงสุดท้ายของวันเป็นสีส้มเป็นแสงสว่างสุดท้ายของวันนี้ค่ำคืนได้ย่างกรายเข้ามาสสายลมหนาวก็เริ่มพัดแรงขึ้นๆ  ดวงจันท์ที่เคยทอแสงกระจ่างกลับถูกหมอกเมฆบดบังจนสิ้นราวกับจะกลั่นแกล้งนักเดินทางคนเก่าที่เคยเป็นเจ้าของตะเกียงเค้าผู้นั้นไม่มีแม้แต่แสงไฟที่จะใช้ส่องทางและเช่นกันเค้าไม่มีแม้กระทั่งความอบอุ่น   นักเดินทางหนาวสั่นจะเดินต่อก็กลัวหลงทางเค้าจึงย้อนกลับไปเอาตะเกียงดวงเก่าที่ได้ทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน  ลมหนาวได้ผ่านพัดมาราวกับจะทรมานนักเดินทางผู้นั้นจนกระทั่งมาถึงจุดที่เขาได้ทิ้งตะเกียงไว้บัดนี้ตะเกียงดวงเก่าได้สาบสูญไปแล้ว    เค้านึกเสียดายจับใจแม้จะเรียกร้องเพียงใดก็มิได้กลับคืน  จึงทำได้แต่เพียงนอนหนาวรอให้เมฆหมอกที่บดบังดวงจันทร์นั้นได้ผ่านเลยไปเวลาได้ผ่านเมฆหมอกได้เลือนหายไปแล้ว    แสงจันทร์ได้กลับมาสดใสอีกครา    ทำให้นักเดินทางผู้เหน็บหนาวอุ่นใจขึ้นแต่ดวงจันทร์ก็อยู่ไกลเกินไปไกลเกินที่จะทำให้นักเดินทางผู้เหน็บหนาวได้รับความอบอุ่นเคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่าเรามักจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราครอบครองนั้นดีเพียงไรมีคุณค่ากับเราเพียงใดเราจะรู้ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว  เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากให้ผู้ที่ใฝ่สูงทั้งหลายจงหันกลับมามองคนใกล้ตัวการชะเง้อมันเมื่อยกว่าการก้มจริง  ไหม?