เมื่อฉันแก่ตัวลง

เมื่อฉันแก่ตัวลง

เมื่อฉันแก่ตัวลงไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น    ขอโปรดเข้าใจฉัน  มีความอดทนต่อฉันเพิ่มขึ้นอีกสักนิดตอนฉันทำแกงหกใส่เสื้อตัวเองตอนฉันลืมวิธีผูกเชือกรองเท้าขอให้คิดถึงตอนแรกๆที่ฉันใช้มือสอนเธอทำทุกอย่าง    ตอนฉันเริ่มพร่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆที่เธอรู้สึกเบื่อขอให้อดทนสักนิดอย่าเพิ่งขัดฉันตอนเธอยังเล็กๆ  ฉันยังเคยเล่านิทานซ้ำๆซากๆจนเธอหลับเลยตอนฉันต้องการให้เธอช่วยอาบน้ำให้   อย่าตำหนิฉันเลยนะยังจำตอนที่เธอยังเล็กๆ     ฉันต้องทั้งออดทั้งปลอบเพื่อให้เธอยอมอาบน้ำได้ไหมตอนฉันงงกับวิทยาการใหม่ๆอย่าหัวเราะเยาะฉันจำตอนที่ฉันเฝ้าอดทนตอบคำถามทำไมทำไมทุกครั้งที่เธอถามได้ไหมตอนฉันเหนื่อยล้าจนเดินต่อไม่ไหวขอจงยื่นมือที่แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉันเหมือนตอนที่ฉันพยุงเธอให้หัดเดินในตอนที่เธอยังเล็กๆหากฉันเผอิญลืมหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่ให้เวลาฉันคิดสักนิดที่จริงสำหรับฉันแล้วกำลังพูดเรื่องอะไรไม่สำคัญหรอกขอ  เพียงมีเธออยู่ฟังฉันฉันก็พอใจแล้วตอนเธอเห็นฉันแก่ตัวลง    ไม่ต้องเสียใจ   ขอให้เข้าใจฉันสนับสนุนฉันให้เหมือนตอนที่ฉันสนับสนุนเธอตอนเธอเพิ่งเรียนรู้ใหม่ๆตอนนั้นฉันนำพาเธอเข้าสู่เส้นทางชีวิตตอนนี้ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉันเดินไปให้สุดเส้นทางให้ความรักและอดทนต่อฉันฉันจะยิ้มด้วยความขอบใจ  ในรอยยิ้มของฉันมีแต่ความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้ของฉันที่มีให้กับเธอผมอ่านบทความนั้นรวดเดียวจบ   เกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่  ตอนนั้นแม่เดินออกมาผมแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น    ตอนแรกแม่คงอยากให้ผมได้อ่านบทความนี้หลังจากผมกลับไปแล้วจึงคะยั้นคะยอให้ผมนำข่าวปึกนั้นกลับไปตอนผมจัดกระเป๋าเดินทางผมต้องสละไม่เอาสูทกลับไป 1 ตัวจึงยัดเก็บปึกข่าวเหล่านั้นเข้า  ไปได้รู้สึกแม่จะดีใจมากเหมือนกับว่าหนังสือพิมพ์เหล่านั้นเป็นยันต์โชคลาภสำหรับผมและเหมือนกับว่าการที่ผมยอมรับหนังสือพิมพ์เหล่านั้นผมได้กลับมาเป็นเด็กดีของแม่อีกครั้งหนึ่งแม่ตามมาส่งผมจนถึงรถแท็กซี่เลยทีเดียวอยากจะมอบเรื่องนี้ให้กับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่ใกล้ชิดผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้าน  เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของลูกผู้ชายคนหนึ่งที่ตระเวนทั้งเรียนทั้งทำงานไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ  แม้เขาจะเติบกล้าเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆความรู้เพิ่มมากขึ้นโลกใบนี้เริ่มเล็กลง  แต่พ่อแม่ที่อยู่บ้านเดิม (ในเมืองจีน) ก็เริ่มแก่ตัวลงลูกคนนี้ทำงานอยู่ต่างประเทศไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ได้แต่ติดต่อกันทางจดหมายโชคดีต่อมามีไอพีการ์ดเลยได้คุยสดกันบ้างทุกครั้ง     แม่ก็จะคอยเตือนให้ระวังสุขภาพของตัวเองตั้งใจทำงานไม่ต้องเป็นห่วงแม่ไม่ต้องกลับมาเยี่ยมบ่อยๆเพราะจะสิ้นเปลืองเงินทองยิ่งพูดก็ยิ่งซ้ำๆซากๆเขารู้ดีว่าแม่เริ่มคิดถึงเขามากจนกระทั่งปีนี้แม่อายุ 75 เขาจึงตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่โดยตั้งใจว่าจะอยู่สัก 1 เดือนจะไม่ทำอะไรเป็นพิเศษแต่ขอเป็นเพื่อนแม่เพียงอย่างเดียวพอบอกข่าวนี้ให้แม่ทราบแม้จะมีเวลาอีกตั้ง 2 เดือนเศษ    แม่ก็เริ่มเตรียมตัวในการต้อนรับการกลับมาเยี่ยมบ้านของลูกแม่ดึงเอาสมุดบันทึกมาจดสิ่งที่ต้องตระเตรียม  แม่เตรียมรายการอาหารที่ลูกชอบ  ดึงเอาผ้าห่มที่ลูกเคยชอบห่มมาปะชุนใหม่สำหรับคนอายุ 75 เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยพอกลับถึงบ้านตอนอยู่บนเครื่องบินเคยตั้งใจว่าจะขอกอดแม่  ให้ชื่นใจสักครั้งแต่พอมาเห็นแม่แม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าผอมแห้งหน้าตาเหี่ยวย่นช่างไม่เหมือนแม่คนก่อนหน้านี้เลยแม่ใช้เวลาทั้งชั่วโมงเตรียมอาหารที่ลูกเคยชอบโดยที่หาทราบไม่ว่าเดี๋ยวนี้ลูกไม่ได้ชอบอาหารแบบนั้นแล้วและเพราะแม่ตาไม่ค่อยดีรสชาติอาหารจึงแย่มากๆบางจานก็เค็มจัดบางจานก็จืดสนิทผ้าห่มที่แม่อุตส่าห์เตรียมใหทั้งหนาทั้งหยาบไม่สบายกายเลยแม่หารู้ไม่ว่า   เดี๋ยวนี้ลูกนอนห้องแอร์และใช้ผ้าห่มขนแกะแล้ว   แต่เขาก็ไม่บ่นอะไรเพราะเขาตั้งใจจะกลับมาเป็นเพื่อนแม่จริงๆสองสามวันแรกแม่ยุ่งอยู่กับเรื่องจิปาถะจนไม่มีเวลาพักผ่อนพอเริ่มได้พักแม่ก็เริ่มพูดมากสอนโน่นสอนนี่พูดแต่ปรัชญาเก่าๆซึ่งปรัชญาเหล่านั้น 10      กว่าปีก่อนก็เคยพูดแล้วพอลูกบอกให้ฟังว่าปรัชญาเหล่านั้นไม่ทันสมัยแล้วแม่ก็เริ่มนิ่งเงียบและเศร้าซึมเหตุการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ  ผมพบว่าสุขภาพแม่แย่ลงโดยเฉพาะสายตาอาหารบางจานมีแมลงวันด้วย     บางทีอาหารหกบนเตาแม่ก็เก็บใส่จานตามเดิมครั้นผมพยายามชวนแม่ไปกินนอกบ้าน   แม่ก็บอกอาหารข้างนอกไม่สะอาดของแปลกปลอมเยอะ    เมื่อผมบอกแม่ว่าจะหาคนรับใช้มาช่วยแม่สักคนแม่ก็โวยวายว่าแม่เองยังสามารถทำงานเลี้ยงดูเด็กให้ผู้อื่นได้เลยผมเลยพูดไม่ออกพอผมจะออกไปช้อปปิ้งแม่ก็จะตามไปด้วยทำเอาวันนั้นทั้งวัน  พวกเราไม่ได้ไปช้อปปิ้งเลย”“พอพวกเราเริ่มคุยกันในเรื่องทันสมัย  แม่ก็จะหาว่าพวกเราเพี้ยนผมก็เริ่มบอกแม่อย่างไม่ค่อยเกรงใจว่าแม่นี่มันสมัยใหม่แล้วแม่ต้องหัดมองโลกในแง่ใหม่ๆบ้าง  ช่วงครึ่งเดือนหลังที่อยู่กับแม่ผมเริ่มขัดแม่มากขึ้นเรื่อยๆและรู้สึกรำคาญเพิ่มมากขึ้นแต่เราไม่เคยทะเลาะกันนะ   พอผมขัดแม่แม่ก็หยุดกึกลงไม่พูดไม่จา  ในตามีแววเหม่อลอยโลกซึมเศร้าแบบคนแก่ของแม่ชักหนักขึ้นเรื่อยๆได้เวลาที่ผมจะต้องเดินทางกลับแม่ดึงกล่องกระดาษกล่องหนึ่งออกมาในนั้นเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ที่แม่ตัดเก็บไว้ในช่วงที่ผมไปอยู่เมืองนอก    แม่เริ่มสนใจข่าวต่างประเทศเมื่อผมเดินทางไปนอกทุกครั้งที่มีข่าวตึงเครียดในประเทศนั้นๆแม่จะตัดข่าวเก็บไว้  ตั้งใจจะมอบให้ผมตอนที่ผมกลับมาแม่พูดอยู่เสมอว่าอยู่นอกบ้านนอกเมืองต้องระวังตัวให้มากๆครั้งหนึ่งมีเรื่องคนญี่ปุ่นต่อต้านและข่มเหงคนจีน    มีการปะทะกันด้วยแม่เป็นห่วงมากถามเพื่อนบ้านว่าจะส่งข่าวไปเตือนผมที่ญี่ปุ่นได้อย่างไรตอนนั้นผมสอนอยู่ที่ญี่ปุ่นแม่ดึงเอาปึกกระดาษข่าวนั้นออกมาอย่างยากลำบากวาง    ใส่ในมือผมเหมือนของวิเศษชิ้นหนึ่ง   มันหนักมาก     ผมเริ่มรู้สึกลำบากใจเพราะผมไม่อยากนำกลับไปมันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วผมรู้ว่าแม่เก็บมันด้วยความยากลำบากแม่สายตาไม่ค่อยดีต้อง    ใช้แว่นขยายอ่านได้วันละ 2 หน้าก็เก่งแล้วนี่ยังตัดเก็บได้ขนาดนี้ทันใดนั้นมีข่าวแผ่นหนึ่งปลิวหลุดลงมาแม่รีบเอื้อมไปหยิบแต่แทนที่แม่จะเก็บเข้ากองเดิมแม่กลับพับเก็บไว้ในกระเป๋าของตัวเองผมรู้สึกเอะใจเลยถามว่าแม่นั่นกระดาษอะไร   ขอผมดูหน่อยนะแม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงล้วงออกมาวางบนข่าวปึกนั้นแล้วหุนหันเข้าครัวไปทำกับข้าวทันทีผมหยิบแผ่นข่าวนั้นขึ้นมาดู     มันเป็นบทความบทหนึ่งชื่อว่า  เมื่อฉันแก่ตัวลงตัดจากหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2004 เป็นช่วงที่ผมเริ่มเถียงกับแม่ถี่มากขึ้นทุกที   บทความนั้นคัดมาจากนิตยสารฉบับหนึ่งของเม็กซิโก