ปัจจัยอะไรเอ่ย ?ที่ทำร้าย ของตาย

ปัจจัยที่ทำร้ายชีวิตคู่ โดยดีเจเล็ก สุมาลี

สวัสดีคะเพื่อนรักนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต  รุ่นที่  49 สาขาสหวิทยาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โครงการณ์มหาวิทยาลัยชีวิต  มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร  ศูนย์เรียนรู้อำเภอกระนวน  จังหวัดขอนแก่น  วันนี้ดิฉัน นางสุมาลี  มุงคุณคำชาวหมายเลขที่  83  ว่าที่กลุ่มบัณฑิต  วันนี้ดิฉันมีความรู้มาว่า  สิ่งที่ทำลายชีวิตคู่ ทำให้ครอบครัวระสำระสาย  อยู่ไม่เป็นสุขกันและในที่สุด ทนไม่ได้ก็จำเป็นต้องเลิกลากันไป  เพื่อที่จะไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า

เพื่อนที่รักนักศึกษาคะ  ไหนๆเราก็เป็นนักศึกษารุ่นเดอะ  อายุเหลือน้อย สิ่งที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้  แม้จะไม่ใช่ความรู้ แบบวิชาการ  แต่มันก็เป็นความรู้ ที่เราจะต้องนำมาจัดระเบียบใหม่ เพื่อความอยู่กันยืดยาวจนเฒ่าจนแก่ หรือตายกันไปข้างหนึ่ง

แต่เพื่อนที่รักทุกท่านคะ  ทุกวันนี้เป็นยุคโลกาภิวัฒน์  มีสิ่งทันสมัยเปลี่ยนแปลง พัฒนาไป  จิตใจของคนก็พลอยเปลี่ยนแปลงไปด้วยการที่เคยคิดไว้ว่า เราจะอยู่กันจนแก่ตาย เราถึงจะพรากจากกันนั้น  ทุกวันนี้ กว่าจะตายจากกันมันช่างเจอวิบากกรรมเหลือเกิน  สำหรับชีวิตคู่บางคู่  บางคู่ก็ช่างแสนดีอยู่กันไปจนตาย  ยิ่งแก่ยิ่งเห็นความดีของกัน

แต่บางคู่ อยู่กันไม่ทันไร เขาว่าก้นหม้อยังไม่ดำเลย  เลิกกันแล้ว และบางคู่ก็ไม่ยอมเลิกลา  ขิงก็ราข่าก็แรง  ชอบความรุนแรง  รังษีอำมหิต และมักใช้วจีพิฆาตวิญญาณ  หรือไม่ก็ฝ่ามืออรหันต์  ก็ยังอยู่กันได้ แถมมีลูกดกอีกต่างหาก   อะไรที่น่าเกลียดและเคียดแค้นที่สุด  ของการเป็นสามีภรรยาก็คือ  การไปแอบมีกิ๊ก  มีกั๊ก   ไว้อีกต่างหาก  คนเราเรื่องนี้ ถ้ารู้ขึ้นมา จะมีอารมณ์รุนแรงมาก  ถือว่าหยาม  เข้าทำนองว่า  ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้  แต่บางคนก็ยังไปแอบมี  รู้ทั้งรู้ว่าถูกใจตนเอง แต่ไม่ถูกใจผู้อื่นแล้วก็ผิดศีลธรรม  จรรยาบรรณ เขาเลยวิจัยออกมาว่า สิ่งที่ทำลายชีวิตคู่  หรือปัจจัยทำลายของตายนั้นก็คือ                             

1.เป็นคนเจ้าอารมณ์โมโหร้าย  ยามเมาลืมตัว ชอบซ้อมเมีย ผู้ชายบางคนคิดว่าผู้หญิงอ่อนแอ ไม่มีกำลังสู้ ได้ใจ  ซ้อมเอา ซ้อมเอา  ระวังเถอะเมียที่แสนดี  เขาไม่อยู่ให้คุณซ้อมนานหรอก  เขายังมีทางเลือกอีกมากมายเ  ถ้าขามีทางไปเขาจะไปทันที  ไม่มานั่งให้ซ้อมให้ตนเองเจ็บตัวเป็นกระสอบทรายนานหรอก  ดิฉันไม่ชอบ  หนีแน่นอน  ไม่หนีวันนี้ วันหน้าต้องตายเพราะเขาซ้อมนี่แหละ  หนีแล้วอย่ามาว่ากันนะ  อย่ามาง้อเชียว  อันนี้ไม่ใช่ เรื่องของผู้เขียนนคะ ยกตัวอย่าง  ซึ่งเป็นตัวอย่างคนอื่น  ของดิฉันไม่มีซ้อมเมีย มีแต่เมียซ้อม

2.เป็นคนขึ้หึง ไม่ว่าคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย ถ้าไม่อยากเลิกลากัน  บอกกันตรงๆไปเลย ว่าเป็นคนขี้หึง  ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้ไม่ทำให้เห็นกับตา  ให้แอบทำกัน เพราะรู้ว่าไม่ชอบ บอกเลยฉันไม่ชอบแบบนี้  อย่าทำให้ฉันเห็นอีก   เพราะบางคนเห็น ทันทีที่เห็น หล่อนอาจไม่ยอม และไม่ยอมรับรู้ว่า  ผู้หญิงที่พูด้วยเป็นคนร่วมงานกัน  แม่ไม่ฟังเสียงตบฉาดเลย  ผู้หญิงบางคน  อาจจะต่อว่าผู้ชายคนรักก็ได้ว่า  พูดอะไรกันนักหนา  นี่ขนาดอยู่ต่อหน้าฉัน  แล้วรับหลังจะเป็นอย่างไร ฮึ  นี่แหละผู้หญิงเอ๋ย  ห้ามเขาทำต่อหน้า  แต่รับหลัง ไม่รับประกันนะ ว่าจะเป็นเช่นไร  อย่าไปห้ามเขาเลย  ให้เขาทำให้เห็นๆนะแหละดี  เดี๋ยวกลับถึงบ้านค่อยจัดการ  ลูกผู้หญิงคะ  อย่าเป็นคนขี้หึงมากมายป่านนั้น  จะทำให้เขาเกลียดเราได้  รักจะล่มสลายเสียก่อน  ตามจริง การหึงนะดี  เพราะหึงมากก็แสดงว่ารักมาก  แต่มันเป็นตัวทำลายความรักได้

3.ผู้ชายก็เช่นกันหละ  รักเราคนเดียว จะไม่เหลียวแลหญิงอื่น  แต่พอมีผู้หญิงสวยเดินผ่าน ลืมตัว อ้าปากค้าง นำลายไหลยืดๆ แมลงวันจะบินเข้าปากแล้ว เมียก็ได้แต่อดใจไว้  ไม่งั้นเจอฝ่ามือพิฆาตวิญญาณแน่ๆ  บอกไม่ให้พูดกับหญิงอื่น  ก็ยังไปใช้สายตาแทะโลมหญิงอื่นที่ไม่ใช่แฟนของตน นี่แหละรู้ไว้ ผู้หญิงขี้หึงไม่ยอม แค่ใช้สายตาแทะโลมชมเชยคนที่สวยกว่าแฟนตนไม่ได้ ไม่ให้มอง เชื่อไหมคะ  นิสัยผู้ชาย  เมื่อนานไป ถึงแฟนตนเองจะสวยแค่ไหน  มักจะเห็นหญิงอื่นสวยกว่าแฟนตนเองเสมอ  จริงเปล่า เชื่อไหมใครจะไม่อยากดู ของสวยๆงามๆ ทั้งที่รู้อยู่ว่าแฟนตนเองสวยกว่าก็ตาม อย่าทำให้แม่เห็นเด้อ  แค่แม่สับมีดบังตอก็เสียวแล้ว  วับๆ ผวาอยู่รำไป

4.อันคนเราหญิงชายทั้งหลายแหล่  ต่างมีดีมีแย่อยู่พอๆกัน  จากบทเพลงหนึ่ง ที่เป็นสัจจธรรมของชีวิต ถ้ารักกันก็พยายามอย่าทำอะไรที่เขาไม่ชอบให้เห็น  แต่ถ้าอยู่รับหลังทำไปเถอะคะ  แต่ถ้าเธอจับได้ เอาตัวให้รอดนะคะ  เขาบอกว่า เวลาสารภาพ  ให้สารภาพเพียงครึ่งเดียวถ้าสารภาพหมด  ก็คงตัวใครตัวมัน  เขาบอกว่าศาลอาญาถ้าสารภาพจะลดโทษให้ครึ่งหนึ่งใชไหม  แต่ถ้าเรื่องนี้  ต้องระวัง โทษหนักหนากว่าเก่า ไม่มีคำว่าศาลอุทร รอแต่คำพิพากษาลงอาญาตัดสิน ประหารลูกเดียว  สถานหนัก ทำอะไรก็ขอทำให้เนียนๆ เด้อ หน้าต่างมีหู ประตูมีตา  ความลับไม่มีในโลก

5.คนเราอยู่ด้วยกัน  บอกกันแล้วเรื่องไหนชอบ ไม่ชอบ ก็ต้องรักษานำใจกันใช่ไหม  ไม่ใช่ต่างคนต่างก็อวดดีใส่กัน  เข้าทำนอง ทีมึงกูไม่ว่า ทีข้ามึงอย่าโวย ผู้หญิงเราอย่าไปใจร้ายกับแฟนตนเองให้หนักหนาสาหัสสากันนัก ถ้าหากคิดว่าตนเองดีแสนดีแล้ว  เขาก็คงตะเกียกตะกาย กลับมาตายรังใช่ไหม ผู้ชายเขาไม่หนีปไหนดอก ของฟรี ดูฟรีๆ เป็นอาหารตา ให้เขาดูไปเถอะ  เดี๋ยวตายก่อน จะไม่ได้เล็ง แต่อย่าชอบของฟรีมากนักนะ  เพราะเขาจะแถมเอดส์ด้วย จะตายทั้งเป็นจะต้องเลือกที่มี  อย.  และมอก. มาตรฐานสากล  ไปใหญ่แล้ว

6.บางคนแค่เป็นแฟนยังไม่ได้แต่งงานกัน ห้ามโน่น ห้ามนี่ กลัวแต่แฟนตนเองไปติดผู้หญิงอื่น  กลัวเขาไปชอบหญิงอื่นไม่เปิดโอกาสให้เป็นอิสระภาพได้พูดจาสังคมกับผู้หญิ่งอื่นบ้าง แม้ว่าเขาทำงานด้วยกัน ก็ยังระแวง ระวังนะคุณผู้หญิงรางร้ายจะตามมา นี่แค่เป็นแฟนกัน  ถ้าแต่งงานกันจะขนาดไหน  เขาก็คงเบื่อหน่าย ไปเจอผู้หญิงที่ไม่เป็นแบบนี้  เขาก็เริ่มเปรียบเทียบเงียบๆ ว่ามันไม่ใช่  ถ้าแต่งงานไป จะเหลืออิสระภาพไหมเนี่ย เขาก็เลยไม่คิดแต่งงานเสียที เพราะไม่มั่นใจ ว่าจะอยู่กันรอดหรือเปล่า เพราะผู้ชายในบางครั้งก็อยากเป็นตัวของตัวเอง อยากมีอิระบ้าง ไม่อยากมีโซ่ตรวนกวนใจ จริงไหมเนี่ย

7.จากข้อ 6 ให้ลูกผู้หญิงรู้ไว้ อย่าไปห้ามหรือไปตั้งกฏเกณฑ์กติกามารยาทอะไรกับผู้ชายมากมายปล่อยให้เขาเป็นอิสระ  เขาจะได้มีเวลาเป็นของตนเองเพื่อที่จะได้ไตร่ตรองบ้าง  ปล่อยเขาไปชั่งใจเลย  ถ้าหากว่าเราเป็นคนดีแล้ว เขายังไปเตลิดอยู่ก็ปล่อยเขาไป ไปทำอะไรก็ช่างเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ใช้มรรยา 1,800เล่มเกวียนของผู้หญิงผูกมัดเขาไว้  ถ้าเรารู้ว่าเราทำดีแล้ว ยังเป็นไปได้ ปล่อยเขาไปผู้ชายตาบอดคนนั้น  ซักวันหูตาสว่าง คิดได้ ก็คงกลับมาเอง  แต่ใสเจีย เสียใจ  ฆ่าได้ หยามไม่ได้เช่นกันคะ  พยายามจะเข้าข้างตนเองอยู่เสมอเพื่อที่จะให้โอกาสเขา  เพราะเขาเคยบอกว่า  หญิงหนึ่งในดวงใจหญิงทั่วไปคือทางผ่าน  ก็ชักจะไม่แน่ใจ  กลัวเอาคำนี้ไปบอกกับหญิ่งอื่นด้วย  แล้วเราจะเป็นหญิงที่ หนึ่ง  หรือเป็นแค่ทางผ่าน  อุยน่ากลัวไม่อยากคิด  แค่คิด ก็อยากใช้รังษีอำมหิต  พิฆาตวิญญาณใครซักคนแล้ว

ผู้ชายบางคน  ผู้หญิงบางคน  ก็พากันน่าใส  น่าใส น่าใสไปให้ไกลคะดิฉันไม่รู้จะสรรหาความรู้มาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นแบบไหน  แต่คิดว่าก่อนจะพัฒนาอย่างอื่นก็ขอให้พัฒนาครอบครัวให้ได้ก่อนใช่ไหม จึงขอพูดเรื่องนี้หละ  ใครจะว่าอะไรก็ว่ามา  มีไม่จริงหรือเปล่าที่พูดมา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนรุ่นเก่าพัฒนา ว่าที่บัณฑิต โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ศูนย์เรียนรู้อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น

คำสำคัญ (Tags)#การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น

หมายเลขบันทึก: 118460, เขียน: 09 Aug 2007 @ 23:16 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 19:50 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก


ความเห็น (9)

อย่าจ่มหลายแม่ใหญ่.....เอ้า ..เข้ามาถูกต้องแล้วนะครับ..ขอแสดงความยินดีด้วย.......เด็กหลังห้องจะมาเยี่ยมกันทุกวัน......แม้นว่าจะไม่ป่วย...ก็มาเยี่ยม...เส...มอ....
ได้มีโอกาสคุยกับท่านอาจารย์มนันต์...ท่านว่า..ถ้าแก้ไขบล็อคที่ไม่ให้แสดงความคิดเห็นไม่ได้...ก็ให้สร้างบล็อคใหม่...แต่ไปคัดลอกมาจากบล็อคเดิม...ลองดูนะค๊ะ...คุณพี่ขา.....
ไม่สงสัยเลย...ทำไมแฟนพี่เล็กถึงไม่ชอบพูด...ชอบแต่ฟัง..ฟัง..ฟังอย่างเดียว....
  • ลองคิดให้ดี  โลกนี้ประหลาด   บุพสันนิวาส ...........

ขอบพระคุณอาจารย์มากนะคะ ที่เข้ามาให้กำลังใจ สัญญาว่าหลังสอบเสร็จแล้ว  จะเข้ามาเขียนอีก  เขียนในตอนนั้น คงไม่ใช่เพื่อคะแนนสอบแล้วคะ  แต่จะเป็นด้วยใจรัก แล้วจะมาเขียนใหม่นะคะ  เดือนตุลาคมอาจารย์จะได้เข้ามาพบนักศึกษาอีกครั้งที่ขอนแก่นแล้ววันนั้นจะได้พบกันคะ  แล้วจะบอกเพื่อนๆว่าการเข้าโกโตโนเป็น ได้ประโยชน์อะไร?

ขอบคุณคะ  ว่าที่บัณฑิต  บันทึก

ขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง  ที่ได้เข้ามาเยี่ยมหา คงจะมาสรุปให้คะแนนหละซี  ว่านักศึกษากำลังงมโข่งกับการเข้าโกโตโน ทดลองผิดทดลองถูกอยู่  ใครสำเร็จก่อนให้คะแนนความสามารถก่อน ใช่ไหมคะเตือนตุลาคม  ได้พบกับอาจารย์อีกครั้ง  คงจะมีเรื่องสนุกได้พูดคุยกันหน้าชั้นหละ  อย่างน้อยก็ความรู้สึกก่อนจะเข้าสู่การบันทึกโกโตโนเป็น มีความรู้สึกอย่างไร ขอบคุณมากนะคะ  อย่างน้อยฏ็เป็นกำลังใจว่า  ทำไปแล้วมีคนเข้ามาอ่านให้ความสนใจอยู่  หลังสอบแล้ว  จะกลับมาอย่างเต็มที่ เพราะก็มีความรู้สึกสนุก เหมือนที่กลุ่มเม็กดำ 9ตอนนี้อาจารย์ไม่ต้องมาบังคับหรอกคะ  มีให้อ่านทุกวัน สอบเสร็จพบกันอีกครา

อาจารย์ขาขอบคุณมาก  ที่อาจารย์แวะเข้ามาเยี่ยม  เลยแวะเข้าไปยี่ยมบล็อคอาจารย์แล้ว  ถึงได้เห็นว่า ถ้าหากอาจารย์ว่างอาจารย์จะบันทึกทุกอย่าง  ในชีวิตประจำวัน  พร้อมทั้งสอบถามความคิดเห็นจากข่าวที่น่าสนใจทุกอย่าง แสดงว่าอาจารย์เห็นความจริงของการเรียนรู้ผ่านสื่อต่างๆ แม้แต่หนังเรื่องชุมแพจากทีวี อาจารย์ยังดูเลย  แสดงว่าทุกเรื่องทุกอย่างคือความรู้ ถ้ารู้แจ้งเห็นจริง  ความถนัดมันก็จะมีมากขี้น ขอแต่ให้เรียนรู้เรื่องน้นเข้าใจถ่องแท้  ฉะนั้นคนเรามันจึงถนัดไปคนละเรื่อง  ยอมรับไม่เก่งเรื่องวิชาการ  เก่งแต่วิชาเกิน คือเรื่องของชีวิตคนเราเท่านั้น  ถึงพูดแต่เรื่องนี้

น่าอิจฉาจังเลย มีทั้งเพื่อนและอาจารย์มาให้กำลังใจ คนเดินดิน บอกได้คำเดียวว่า "มันถ่อแท้" ฮาฮาฮา

ขอบคุณ  เม็กดำ 9  นะคะ  เม็กดำ 9 ที่เขียนเข้ามานี้ มีกี่ท่านคะ   เพราะบางที่ท่านหนึ่งพูดเหมือนเป็นพระ

แต่อีกท่านหนึ่ง คงจะเป็นใคร เป็นมนุษย์เดินดินใช่เปล่า  มีอะไรใหม่ๆในบล็อคท่าน  พอที่จะเป็นแนวข้อสอบได้ไหม่ ว่ามาเลยนะ  ตอนนี้ ไม่ต้องการกำลังใจ ต้องการแต่ว่าที่ข้อสอบ  เพราะมันมากมายหลายวิชา อ่านไป จำไม่ได้  แต่ถ้าออกข้อสอบมาแนวแสดงความคิดเห็นนี่  ชอบมากๆเลย แต่ข้อสอบบางวิชา  บอกว่า  120 ข้อ กขคง. แล้วเลือกอธิบายอีก  4 ข้อ

สงสัยจะต้องเขียนมาปลงตกอีกแล้วซิว่า

สอบได้เป็นเรื่องตลก สอบตกเป็นเรื่องธรรมดา ตกได้ก็ซ่อมได้  อยากจะมองโลกในแง่ดีแล้วนะนี่