พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องการอดนอนมาแล้วไม่มากก็น้อย... วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการนอนมาฝากครับ... การศึกษาข้อมูลจากพยาบาลอเมริกา (Nurses Health Study) ซึ่งเก็บข้อมูลทุกๆ 2 ปี ติดต่อกัน 16 ปีพบว่า <ol style="margin-top: 0cm">
<li class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt left 45.0pt">
คนที่นอนวันละ 5 ชั่วโมงมีความเสี่ยงที่จะอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 33 ปอนด์ (14.98 กิโลกรัม) เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับคนที่นอนคืนละ 7 ชั่วโมง
</li>
<li class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt left 45.0pt">
คนที่นอนวันละ 6 ชั่วโมงมีความเสี่ยงที่จะอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 33 ปอนด์ (14.98 กิโลกรัม) เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับคนที่นอนคืนละ 7 ชั่วโมง
</li>
</ol>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
กลไกที่ทำให้คนที่นอนน้อยอ้วนง่ายขึ้นมีหลายกลไกได้แก่ <ol style="margin-top: 0cm">
<li class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
ภาวะอดนอนทำให้การเผาผลาญอาหารน้อยลง ถ้าเปรียบเป็นเครื่องยนต์จะคล้ายเครื่องยนต์ที่เดินรอบต่ำลง หรือผ่อนคันเร่งให้เบาลง
</li>
<li class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
นอนทำให้เกิดความรู้สึกอ่อนเพลีย คนที่อ่อนเพลียมีแนวโน้มจะออกแรง-ออกกำลังน้อยลง
</li>
<li class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
ภาวะอดนอนทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาหารประเภท “หวาน-มัน-เค็ม” และอาหารพวกแป้ง เช่น ขนมปัง พาสตา ฯลฯ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน อ้วนลงพุง และความดันเลือดสูง
</li>
</ol>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก สหรัฐฯ ทำการทดลองในอาสาสมัครผู้ชายสุขภาพดี และอายุน้อย ให้นอนคืนละ 4 ชั่วโมง 2 คืน <p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผลการศึกษาพบว่า อาสาสมัครมีระดับฮอร์โมนเลพทิน (leptin) ลดลง และเกรห์ลิน (ghrelin) เพิ่มขึ้น</p>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
![]()
ฮอร์โมนเลพทินทำหน้าที่ลดความอยากอาหาร เมื่อฮอร์โมนนี้ลดลงจะทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
ฮอร์โมนเกรห์ลินทำหน้าที่เพิ่มความอยากอาหาร เมื่อฮอร์โมนนี้เพิ่มขึ้นจะทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
<p>
</p>
เมื่อฮอร์โมน 2 ชนิดนี้เปลี่ยนแปลงจะส่งผลให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น 24%
ภาวะอดนอนส่งผลต่อสมองหลายอย่าง เช่น ทำให้ความจำลดลง สมาธิลดลง ความสามารถในการแก้ไขปัญหาลดลง ควบคุมอารมณ์ได้น้อยลง ฯลฯ
<p>
</p>
นอกจากนั้นยังส่งผลทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดลงไปด้วย
คนส่วนใหญ่ต้องการเวลานอนดังตาราง (ตารางที่ 1) ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้องการนอนวันละ 7-9 ชั่วโมง แต่ธรรมดากฎเกณฑ์ย่อมมีข้อยกเว้น เนื่องจากผู้ใหญ่บางท่านนอนน้อยกว่านี้ก็มีชีวิตอยู่ได้อย่างดี
ตารางที่ 1: แสดงความต้องการเวลานอน (ชั่วโมง)
| ช่วงอายุ (ปี) | ชั่วโมง |
| 3-5 | 11-13 |
| 5-12 | 9-11 |
| วัยรุ่น | 8.5-9.5 |
| ผู้ใหญ่ | 7-9 |
![]()
การนอนกลางวันช่วยหรือไม่… เรื่องนี้องค์การนาซ่า สหรัฐฯ ทำการทดลองในนักบินและนักบินอวกาศที่อดนอนพบว่า <p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">การนอนกลางวัน (nap) 40 นาทีช่วยเพิ่มสมรรถภาพการทำงาน (performance) ได้ 34% และช่วยเพิ่มระดับความตื่นตัว (alertness) 100% (ในคนที่อดนอน)</p> <p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
ข้อควรระวังในเรื่องการนอนกลางวันได้แก่
- การนอนกลางวันนานเกินไป หรือใกล้เวลานอนเกินไปมีส่วนทำให้คุณภาพของการนอนกลางคืนลดลง
- การนอนกลางวันคราวละ 20-30 นาทีให้ผลดีต่อสุขภาพ
![]()
ถึงตรงนี้… ขอให้พวกเรามีโอกาสนอนหลับอย่างมีคุณภาพให้เพียงพอทุกคืน และทุกวัน(สำหรับท่านที่นอนกลางวัน)ครับ <p>ข่าวประกาศ... </p>
ข่าวประกาศ...
- บล็อก "บ้านสุขภาพ" มีนโยบายที่จะไม่ตอบปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้เขียนมีงานมาก อินเตอร์เน็ตลำปางช้า+หลุดบ่อย และใช้เวลาเตรียมเขียนเรื่องใหม่+แก้ไขคำหลัก (keywords) ย้อนหลัง
ขอแนะนำ...
- รวมเรื่องสุขภาพ > "สุขภาพสมอง"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "นอน"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "
- ขอแนะนำบล็อก > "บ้านสาระ"
- http://gotoknow.org/blog/talk2u
แหล่งที่มา:
</span><ul><li><div class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt 35.7pt; text-indent: -17.85pt; tab-stops: list 36.0pt"> Many thanks to Intelihealth > Study finds a link between lack of sleep, weight gain > [ Click ] > August 7, 2007. <li> ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค </li>
</span> </div></li></ul></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></font></span></span>