กลับบ้านไปชาร์จแบตเตอรี่

  มีข่าวร้ายด้วย  

วันที่ 5 สิงหาคม 2550

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ 13 นับถอยหลังไปก็เหลืออีก 101 วันแล้วครับ เพิ่งกลับมาจากบ้าน แบตเตอรีเต็มแล้วครับ

                เมื่อวันเสาร์ผมไป round ตอนเช้า ประมาณ 8 โมงครับ นัดกับคุณหมอชาฟารีเอาไว้ 9 โมง แต่ผมอยากไปดูคนไข้ก่อนเล็กน้อยจึงเริ่มที่คนไข้ที่มีปัญหาลำไส้อุดตัน อาอึ้มแกดูดีขึ้นมาก ผมรู้สึกดีใจครับ ไม่นานอาร์ลีนก็มาสมทบ เราดูคนไข้อยู่ด้วยกันพักหนึ่งก็ถึงเวลานัด จึงชวนเธอขึ้นไปวอร์ดชั้น 7 แต่เธอไม่ไป ขอดูคนไข้ชั้น 4 ทั้งหมดก่อน ผมจึงจากไปก่อน พบชาฟาลีและ round ด้วยกันที่ชั้น 7 ลงมาชั้น 6 และมาชั้น 4 ไม่นานอาร์ลีนก็เดินมาสมทบหลังจากที่ดูคนไข้วอร์ด 44 เสร็จ เธอมาขอข้อมูลการ round คนไข้ชั้นบนจากหมอชาฟาลีอย่างละเอียด เพื่อจะได้รายงานครูหาญด้วยตัวเธอเอง

                นี่ไงล่ะครับ การทำงานเป็นทีมในความหมายของเธอ ผมกับชาฟาลีก็ได้แต่หัวเราะหึหึ รายงานได้เป็นฉากๆโดยไม่ต้องดูคนไข้เอง

                กลับบ้านพักจึงเขียนจดหมายเล่าให้สุกี้ฟัง เลยถือโอกาสได้ระบายความรู้สึกไปด้วย  ผมบอกเขาไปว่า We (I and Dundee) are very lazy. We don’t update boss because we are lazy ha ha ha.

                เวลาราว 11 โมงครึ่งผมจึงออกจากห้อง เดินไป Bugis เพื่อซื้อสตรอเบอร์รี่และลูกพรุนสดไปฝากลูกสาว ถือโอกาสกินข้าวซะที่นี่เลย แล้วไปสนามบินด้วยรถไฟฟ้า ใช้เวลา 35 นาทีพอดีครับ ที่ budget terminal ผมได้เจอเจ้าหน้าที่ต.ม.เป็นคนเชื้อสายอินเดีย เธอพูดไทยกับผมด้วย เห็นไหมครับว่า ผมเจอแต่ต.ม.ต่างประเทศที่น่ารักทั้งนั้น น่าดีใจที่คนต่างชาติอยากพูดไทย เธอยังทำท่าสวัสดีค่ะกับผมด้วย รู้สึกภูมิใจครับ จากนั้นก็เดินไปหาซื้อสบู่ล้างหน้าให้จิ๋ม เธอบอกว่าราคาถูกกว่าที่บ้านเราราว 200 บาท นอกจากนี้ยังได้ซื้อหนังสือให้ลูกสาวคนละเล่ม พี่แป้งได้เรื่องร่างกายมนุษย์ คุณจ้าได้เรื่องสัตว์ เล่มละ 10 เหรียญ

                วันนี้เครื่องบินออกจากสนามบิน Changi ช้ามาก ผมสังเกตว่าเขาใช้เพียงรันเวย์เดียวเท่านั้น ต้องรอเครื่องลง เครื่องขึ้น ต่อคิวกันยาวเหยียด เสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง และผมยังต้องมาเสียเวลาที่ต.ม.บ้านเราอีกนานครับ ที่เสาข้างเคาเตอร์เขียนว่า การบริการใช้เวลาคนละ 1 นาที แต่ผมแย้งอย่างเต็มแรงเลยครับ

                ลูกและเมียมารับเหมือนเดิม เรากอดและจูบกันเหมือนเดิม แต่ที่ต่างไปคือผมไม่ลงที่บ้านครับ ผมและลูกสาวทั้ง 2 คนลงที่โรงพยาบาลม.อ. ผมตั้งใจไปบริจาคเลือดก่อน อั้นไว้ 6 เดือนแล้ว รู้สึกตัวหนักๆ ส่วนจิ๋มรีบเอาเสื้อผ้าผมไปซักที่บ้านก่อน เดี๋ยวจะแห้งไม่ทัน ผมทราบว่าเจ้าหน้าที่คลังเลือดเขารับบริจาคเลือดกันทุกวันเลยครับ และก็มีคนมาบริจาคเรื่อยๆจริงๆ วันนี้มีคนมาบริจาคเกร็ดเลือดด้วย

                ที่คลังเลือดนี้เจ้าจ้าโวยวายครับ เธอกลัว ไม่รู้เหมือนกันว่ากลัวอะไร กว่าผมจะได้ถูกแทงเข็มก็ต้องกล่อมเธออยู่นานเพื่อไม่ให้ร้องไห้ ให้นั่งข้างพ่อครับ ส่วนพี่แป้งไม่กลัว เธอชอบมาที่นี่กับผมมาก กว่าจิ๋มจะมาจากที่บ้านผมก็เสร็จพอดี มือขวาถ่ายเลือดออก มือซ้ายกล่อมลูก สนุกไปอีกแบบ

  ตอนเย็นพาลูกเดินเล่นที่ริมอ่างน้ำ กลับบ้านได้พบกับอาจารย์เจษ ท่านนี้เป็นปิยเพื่อนบ้านครับ อาจารย์เจษเป็นอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ ท่านสอนวิชาเคมี เป็นคนที่ผมขอความช่วยเหลือเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการหยิบยืมเครื่องมือต่างๆ (ท่านมามากจริงๆ น่าจะเป็นนายช่าง) พูดคุยเรื่องต่างๆมากมาย ท่านบอกว่าได้อ่าน blog ของผมด้วย เลยทราบว่าวันนี้ผมจะกลับบ้าน

                มื้อเย็นไปกินข้าวเย็นกันที่ฟูจิ ได้เจออาจารย์สมชาย โรงพยาบาลศิครินทร์ เจออาจารย์ขจรศักดิ์ที่เคารพ อาจารย์สมนึก ลิ่มบุตร จากโรงพยาบาลหาดใหญ่ เรียกว่าเจอคนรู้จักหลายคนเชียว พี่แป้งกินเก่งมากจนผมประหลาดใจ เธอกินปลามากุโร่ดิบได้ด้วย (ตอนนี้เป็นอาหารโปรดของเธอที่นี่) กินขนมครกญี่ปุ่นไปหลายลูก ส่วนคุณจ้ากินไข่ตุ๋นไปครึ่งถ้วยกับน้ำแข็งครับ เสร็จแล้วก็ขึ้นไปซื้อของในคาร์ฟูก็ได้เจอตั๊ก (หมอกิตติพงศ์ เรียบร้อย ซึ่งตอนนี้เป็นรองผ.อ.โรงพยาบาลอยู่ เรียกว่าก้าวหน้ากว่าใครเพื่อนในรุ่น)

                วันนี้ตอนเช้าเราไปกินแต่เตี๊ยมร้านประจำครับ เสร็จแล้วก็กลับบ้านเพื่อเตรียมเก็บของกลับสิงคโปร์ ระหว่างนี้ก็เล่นกับลูกสาวทั้งสองให้เต็มที่ที่สุด บอกคุณจ้าอยู่ตลอดว่าพ่อจะไปสิงคโปร์อีกแล้ว  ส่วนพี่แป้งนั้นผมเขียนตัวเลขนับถอยหลังไว้ให้ดูที่ปฏิทินตรงบันไดบ้าน

                วันนี้เครื่องบินตราเสือลงที่รันเวย์ที่แปลกตาไปครับ และวิ่งอยู่นานกว่าจะถึง budget terminal ผมนั่งมองอยู่นาน (ไม่ได้นั่นชิดหน้าต่าง) ก็พบว่า วันนี้เราลงที่รันเวย์ทางด้านทิศตะวันตก ทุกครั้งผมขึ้นและลงที่ทางด้านทิศตะวันออก และวันนี้พบว่าเครื่องบินส่วนมากลงทางด้านนี้และขึ้นทางทิศตะวันออก ทำให้ไม่มีความล่าช้าเหมือนวันก่อน (เอ๊ะ รู้ได้อย่างไรว่าเขาไม่ล่าช้า ผมคิดเอาเองครับ เพราะไม่เห็นการจ่อคิวเหมือนวันก่อนไงล่ะ) เป็นอันว่าวันนี้เครื่องบินได้ขับพาผมเที่ยวในสนามบิน Changi ครับ

                เมื่อตอนนั่งรอที่สนามบินหาดใหญ่ ได้โทรศัพท์คุยกับหลายคน จนได้รู้ว่า เมื่อคืน (วันเสาร์) ลูกศิษย์ผมคนหนึ่ง เป็นอินเทอร์นอยู่ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ตกตึกเสียชีวิต เพราะว่าดื่มเหล้าจนเมาแล้วเข้าห้องไม่ได้ เนื่องจากลืมกุญแจห้องไว้ข้างใน จึงปีนหน้าต่างเข้าห้องและตกตึก รู้สึกคอแห้งผากเมื่อทราบข่าวนี้ เพราะเขาเป็นคนที่ผมรู้จักดี เนื่องจากเป็นนักกิจกรรมที่ทำงานด้วยกันมา ไม่มีโอกาสได้ไปร่วมงานศพ

                ขอให้ไปสู่สุคติเถิด น้องรัก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง

คำสำคัญ (Tags)#แพทย์#เรียนต่อ#สิงคโปร์

หมายเลขบันทึก: 117187, เขียน: 05 Aug 2007 @ 22:03, แก้ไข, 07 Jun 2012 @ 15:17, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (5)

อาจารย์แป๊ะกลับมาบ้านแป๊บเดียว เจอคนเยอะกว่าผมอีก
โถท่านอาจารย์ ที่เคารพ บ้านผมอยู่ในเมืองนี่ครับ ไม่ใช่อาศรมในป่า เลยได้เจอผู้คนม๊ากกกมาย
IS
เขียนเมื่อ 06 Aug 2007 @ 20:55

ลุ้นนับวันถอยหลังไปด้วยคน

^_^ 

โอ๋-อโณ
เขียนเมื่อ 06 Aug 2007 @ 21:48

ข่าวร้ายของอาจารย์ทำให้ใจหายแทนคุณพ่อคุณแม่ของน้องหมอท่านนี้นะคะ กำลังจะได้ชื่นชมความสำเร็จของลูกในอีกไม่นานเท่าไหร่ ต้องมาจบชีวิตแบบที่ไม่น่าเชื่อเช่นนี้ เราเป็นคนอื่นแท้ๆยังทำใจให้ปลงไม่ได้เลยค่ะ

อ่านถึงเรื่องอาจารย์เจษของอ.หมอแป๊ะแล้ว นึกถึงบุคลิกของท่านนะคะ ลูกชายของท่านอยู่ห้องเดียวกับลูกชายพี่ที่โรงเรียนมอ.ว.ตอนนี้ และเป็นเพื่อนคนแรกๆของลูกตอนที่เพิ่งมาแล้วเรียนอยู่แสงทอง ประทับใจวิธีการที่ท่านสอนลูกมากๆเลยค่ะ เป็นโชคดีที่เด็กๆเขารู้จักกันและเป็นเพื่อนพากันไปในทางที่ดีค่ะ เพิ่งทราบว่าท่านอ่านบล็อก GotoKnow ด้วย อยากให้ท่านมาเขียนเล่าแง่คิดดีๆในการใช้ชีวิตและการเลี้ยงลูกของท่านบ้างจังนะคะ   

ขอบคุณคร๊าบคุณ P \^-^/

พี่ P ครับ ผมเองก็เสียใจมาก ยิ่งเขาเป็นนักกิจกรรมที่เคยร่วมงานกันมาด้วยอีก เดือนหน้ารับปริญญาครับ

คืนวันพุธนี้ ได้ข่าวว่าคณะเราเป็นเจ้าภาพสวดครับ สมาคมศิษย์เก่าฯซึ่งผมเป็นเลขาฯ ก็ส่งหรีดไปแล้ว เสียดายที่ผมไม่สามารถไปร่วมงานได้

เรื่องอ.เจษนี่ ถือเป็นมงคลชีวิตอีกสถานหนึ่งของผมที่ได้มีโอกาสรู้จักท่านครับ ท่านเป็นคนหนึ่งที่เลี้ยงลูกดี อยู่กับครอบครัว เที่ยวกับครอบครัวเสมอ กลับบ้านครั้งหน้าจะลองลุ้นให้ท่านเขียนบ้างครับ