การกำเนิดเกิดมาเป็นคน

ดาบหนอง
  ของฝากอาจารย์แหลมทอง สมาชิก พิทักษ์ภูธร  
พิธีกรรมเกี่ยวกับการเกิด    การกำเนิดเกิดมาเป็นคน    

    นายแหลมทอง วงษ์ชาลี รหัส นักศึกษา 4930123104441 คณะมนุษย์ศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร หลักสูตรศิลปะศาสตร์บัณฑิต ศูนย์การเรียนรู้กระนวน        
กำเนิดเป็นคน             นับตั้งแต่ปฏิสนธิ (อยู่ในท้อง) จนถึงคลอดออกมา เรียก การเกิด ผู้คนเกิดมาจะดีหรือชั่ว สำคัญที่สุดอยู่ที่พ่อแม่ ถ้าทั้งสองคนนี้ดี ลูกที่เกิดมา ก็จะเป็นคนดี   ดังนั้นคนโบราณจึงสอนให้สร้างแต่ความดีโดยวางหลักการสร้างไว้ดังนี้  

      การตัดสายแฮ่          สายที่โยงจากแฮ่ (รก) มาหาสะดือ เรียก สายแฮ่ สายแฮ่นี้จะต้องตัด เขามัดเป็นเปราะๆ ให้แน่น ให้ตัดยาวเสมอเข่าเด็ก ของที่จะตัดใช้ติว (ผิว) ไม้ฮวก (ไม้ไผ่) หรือกาบหอย ห้ามมิให้เอามีดหรือเหล็กตัด เพราะจะเป็นพิษ เขียงรอง ตัดใช้ว่านไฟ ก้อนหินหรือถ่านไฟ คนที่จะตัดก็เลือกเอาคนที่มีนิสัยใจคอดีด้วย ถือว่าเด็กที่เกิดมาจะมีนิสัยใจคอคล้ายกับผู้ตัดสายแฮ่   การอาบน้ำเด็ก           เมื่อตัดสายสะดือแล้ว เอาน้ำอาบให้เด็ก ถ้ามีไขมันหรือเมือกติดต้องเอาน้ำมันมะพร้าวทาตามตัว แล้วเอาผ้าเช็ดจึงอาบน้ำให้ วิธีอาบน้ำให้นั่งเหยียดขาทั้งสองข้างออกให้ตรง เอาเด็กวางลงในระหว่างขาหันหัวเด็ก ไปทางปลายเท้าแล้วเอาน้ำอาบให้และให้ดัดแข้งขามือเท้าให้ตรงด้วย เมื่ออาบน้ำแล้วเอาผ้าขาวยาวเท่าลำตัวมาเจาะเป็นรูตรงกลางระหว่างสะดือวางทาบลงบนท้องสอดสายสะดือเป็นวงวางไว้บนผ้า แล้วเอาเชือกรัดไว้ทั้งสองข้าง จึงเอาเด็กใส่ในกระด้ง   การฮ่อนกระด้ง  

               ก่อนจะเอาเด็กวางลงกระด้งให้เอาเบาะปูลง แล้วเอาผ้าขาวรองจึงเอาเด็กวางลง กระด้งนั้นใช้ทางด้านหลัง แล้วนำกระด้งเด็กไปที่ประตูเรือนทำการผอกผีพราย ผายผีป่า เอากระด้งเคาะกับประตูเบาๆ ว่า กูหุก กูหุก กุกกู กุกกู แม่นลูกสูมา เอามื้อนี้กลายมื้อนี้เมื่อหน้าลูกกู ว่าดังนี้สามหนด้วยถือว่าในระหว่าง สามวันลูกผี วันสี่เป็นลูกคน แล้วนำกระด้งเด็กไปวางข้างแม่ของเด็ก แล้วเสกคาถาเอาด้ายสายสิญจน์วงรอบผูกข้อต่อแขนให้ทั้งแม่และเด็ก ในขั้นตอนของการฮ่อนกระด้งนั้น หากเป็นเด็กผู้หญิงจะเอาเข็ม ด้าย หรืออุปกรณ์เย็บปักถักร้อยวางลงในกระด้งก่อน แล้วค่อยเอาเบาะปูทับ ว่าจะทำให้เป็นคนเรียบร้อย เป็นแม่บ้านแม่เรือน หากเป็นเด็กชาย จะเอาสมุด ดินสอ วางลงทำเช่นเดียวกัน จะทำให้เป็นคนรักเรียนเขียนอ่าน โตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคน  

  การฝังสายแฮ่            เมื่อตัดสายแฮ่ออกแล้ว เอาใบตองและเกลือมาห่อ แล้วนำไปฝังใต้บันได ชานบ้านเรือน เอาไฟสุมไว้สามวันสามคืน ที่เอาไฟสุมไว้ทั้งกลางวันกลางคืนโบราณถือว่าป้องกันผีพราย มิให้มาทำอันตรายแก่เด็ก     การอยู่กรรม หรือ การอยู่ไฟ  

             เมื่อจะอยู่ไฟ ต้องมีการทำพิธีดับพิษไฟเสียก่อน โดยเสกข้าวสารกับเกลือ ด้วยคาถา " พุทโธ โลกนาโถ โมคัลลาโน อคคีสยายมม" เรียกคาถาบทนี้ว่า พระโมคัลลาน์ดับไฟนรก เสกคาถาแล้วเคี้ยวข้าวสารกับเกลือ พ่นที่ท้องของผู้ที่อยู่ไฟ 3 ครั้ง ที่หลัง 3 ครั้ง ที่เตาไฟ 3 ครั้ง จัดหาข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน พร้อมทั้งกระทงสังเวย ประกอบด้วยกุ้งพล่า ปลายำ เป็นการเซ่นสังเวยแม่ก้อนเส้าเตาไฟ และขอขมาลาโทษต่อพระเพลิง ธูป เทียน นั้นจะใช้อย่างละ 4 ปักที่ 4 มุมเตา ก่อนขึ้นนอนบนกระดานไฟต้องทำเข้าขื่อเสียก่อน คือ นอนตะแคงให้หมอตำแยเหยียบตะโพกซึ่งครากจากการคลอด ให้ตะโพกเข้าที่เสียก่อนแล้ว จึงขึ้นนอนบนกระดานไฟได้ ก่อนขึ้นนอนก็ต้องกราบขอขมาเตาไฟด้วย จึงจะขึ้นนอนได้ นอกจากนั้นแล้ว หมอตำแยจะเสก ขมิ้น ปูนแดงและเหล้าขาวทาที่ท้อง และหลังของผู้ที่อยู่ไฟด้วยเพื่อเป็นการดับพิษร้อน การอยู่ไฟหรือการอยู่กรรมนั้นก็เพื่อย่างตัวและในขณะที่อยู่ไฟ ต้องกินน้ำร้อน หม้อน้ำร้อน เรียกว่า หม้อกรรม อาจจะผสมสมุนไพรลงไปด้วยก็ได้ หม้อน้ำร้อนจะตั้งไว้ใกล้ๆ กับผู้ที่อยู่ไฟ เพื่อให้สะดวกเวลาตักกินการกินน้ำร้อนเพื่อทำให้ร่างกายขับเหงื่อ ขับปัสสาวะออกมาก็เป็นการขับพิษออกจากร่างกายได้อีกวิธีหนึ่ง ถ้าเป็นแม่ใหม่ต้องอยู่ไฟอย่างน้อย 15 วัน แม่เก่า 7 - 8 วัน ถ้าเห็นว่าจะปลอดภัยจะอยู่น้อยกว่านั้นก็ได้ สำหรับอาหารการกิน ผู้อยู่ไฟจะต้องคะลำ (เว้นของที่แสลง) ในระหว่างที่อยู่ไฟนั้น จะมีญาติพี่น้องนำอาหารการกิน กล้วย อ้อย มาฝากไม่ขาด แม้จะไม่มีอะไรมาฝากก็มาเยี่ยมถามสารทุกข์สุกดิบเป็นการแสดงออกซึ่งไมตรีจิตของพี่น้องประการหนึ่ง       การปักตาแหลวห้อ           เมื่อเข้ากรรมแล้วเขาจะทำตาแหลวห้อ (เฉลว) อันหนึ่งขนาดเท่าฝาบาตร เอาด้ายสีดำแดงขาววงรอบ ผูกติดปลายไม้ไผ่ปักไว้ข้างบันไดเบื้องขวา จนกว่าจะออกไฟการปักตาแหลวห้อไว้นี้ ถือว่าเป็นการป้องกันภูตผี ปีศาจ อีกอย่างหนึ่งแสดงให้เห็นว่าบ้านนั้นมีคนอยู่ไฟ ธรรมเนียมมีอยู่ว่า ผู้จะไปเยี่ยมก็ให้ระวังปาก คืออย่าพูดถึงเรื่องร้อน จะทำให้ผู้อยู่ไฟเกิดผด เป็นผื่นคันพุพอง                 การนอนอู่  

 

 ที่นอนของเด็ก ซึ่งเขาสานด้วยไม้ไผ่เป็นตาห่าง ๆ เรียกว่า อู่ หรือ เปล ก่อนที่จะเอาเด็กลงนอนในอู่ต้องให้ครบ 3 วันเสียก่อน ในขณะที่ยังไม่นอนอู่นั้นจะเอาเด็กนอนในกระด้ง เวลาจะลงอู่ ต้องมีการเชื้อเชิญญาติพี่น้องมาทำพิธี ถ้าเป็นชายเอากระดาษดินสอลงในอู่ด้วย โดยถือว่าเวลาเด็กเจริญเติบโตขึ้น จะได้เป็นคนรู้หลักนักปราชญ์ ถ้าเป็นหญิงเอาด้ายและเข็มลงในอู่ด้วย โดยถือว่าเมื่อโตขึ้นจะได้ฉลาดในกิจบ้านการเรือนมีการเย็บปักถักร้อย เป็นต้น ซึ่งเหมือนกับการนอนกระด้ง  
    การออกกรรม                   เมื่ออยู่ไฟครบกำหนดแล้ว ก็จัดการออกกรรม พิธีทำมีการบูชาเตาไฟด้วยดอกไม้ธูปเทียนให้หมอทำน้ำมนต์ดับพิษไฟให้ ต่อไปอาบน้ำเย็น กินอาหารก็ไม่ต้องคะลำ สิ่งที่ต้องห้ามอีกอย่างคือไม่ให้สมสู่อยู่ร่วมกัน เกรงเป็นอันตรายต่อมดลูก หรือมีลูกถี่เกินไป   การเข้ากระโจม             กระโจมในสมัยก่อนจะทำเป็นโครงไม้ไผ่คล้ายสุ่มไก่ เอาผ้าคลุม มีหม้อต้มยาสมุนไพร ซึ่งได้แก่ เปลือกส้มโอ ใบส้มป่อย ว่านน้ำ ผักบุ้งล้อม มะกรูด เกลือ เป็นต้น ต้มพอน้ำเดือดแล้วต่อท่อให้ไอน้ำเข้าไปในกระโจม ก่อนเข้ากระโจม เอาว่านนางคำ ฝนหรือตำคั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับเหล้าขาวและการบูร ทาให้ทั่วตัวก่อนแล้วจึงเข้ากระโจม ช่วยขับเหงื่อ ขับพิษและยังป้องกันฝ้าขึ้นหน้าอีกด้วย   การประคบตัว             คือ กรรมวิธีการรักษาตัวอย่างหนึ่ง โดยใช้ลูกประคบ ประคบตามมือเท้า ท้องน้อยบริเวณหัวเหน่า เต้านม ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยและช่วยให้มดลูกกลับเข้าอู่เร็วขึ้น วิธีทำลูกประคบ ใช้ ไพล ว่านนางคำ ขมิ้นอ้อย ใบมะขาม ใบส้มป่อย ตำเคล้ากับเกลือ ห่อผ้าขาว จุ่มน้ำที่เหลือจากการเข้ากระโจม นอกจากนั้นแล้วน้ำที่เหลือจากการเข้ากระโจมก็ดี น้ำที่เหลือจากการประคบก็ดี สามารถนำมาใช้อาบได้อีกด้วย   การนาบหม้อเกลือ               วิธีการทำ เอาเกลือบรรจุลงในหม้อดินมีฝาแล้วนำไปตั้งไฟ พอเกลือแตกดังเผียะ ๆ ยกหม้อเกลือวางลงบนใบพลับพลึง หรือ ใบละหุ่งและเอาผ้าห่อหม้อดิน พร้อมใบละหุ่ง คลึงตามตัว ช่วยให้หายปวดเมื่อย ปกติแล้วจะทำวันละ 2 ครั้ง เช้า บ่าย ทุกวันจนกว่าจะออกไฟ   การนั่งถ่าน         ใช้ผิวมะกรูดตากแห้ง ว่านน้ำ ว่านนางคำไพล ขมิ้นอ้อย  ชานหมาก  ขมิ้นผง ใบหนาด ทั้งหมดหั่นละเอียด ตากแดด ใช้โรยบนเตาไฟขนาดเล็กๆ ให้ไอพลุ่งขึ้นสู่ก้นของผู้ที่คลอดลูกใหม่ เป็นการสมานแผล ที่เกิดจาก การคลอดลูก จะพบว่าสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาจะเป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายๆ และใช้ในชีวิตประจำวัน หาได้สะดวก หากมีไม่ครบขาดอย่างใด อย่างหนึ่งก็สามารถใช้ได้เช่นกัน การอยู่ไฟ การประคบตัว การนาบหม้อเกลือ หรือแม้แต่การนั่งถ่านล้วนเป็นขั้นตอนการบำบัดรักษาด้วยความร้อนแทบทั้งสิ้น ถือว่าคนคลอดลูกเป็นคนที่มีมลทิน การคลอดลูกจะมีเลือดฝาด และสิ่งโสโครกออกมาย่อมถือว่ามีมลทิน การชำระล้างมลทินมีอยู่ 2 อย่าง คือ ชำระล้างด้วยน้ำ หรือ ไฟ เพื่อให้สิ่งที่เป็นมลทินเหือดแห้งไป   การสู่ขวัญ                     พอออกกรรมแล้วในเช้าวันนั้น ญาติพี่น้องจะจัดทำพิธีสู่ขวัญให้ด้วยถือว่าตลอดเวลาที่อยู่กรรมต้องทนทุกข์ทรมานเอาตัวย่างไฟ กินน้ำร้อน นอนไม่เต็มตา ว่ากันว่าผู้ที่อยู่ไฟจะให้นอนแต่ตอนหัวค่ำเท่านั้น พอหลังจาก 5 - 6 ทุ่มต้องให้ตื่นอยู่ตลอดจนถึงรุ่งเช้าเหตุเพราะเกรงภูตผีจะมาเอาชีวิตผู้ที่อยู่ไฟหากมัวนอนหลับอยู่ก็จะโดนผีเอาไป นอกจากนั้นแล้วต้องอดอาหารการกิน เสียเลือดเนื้อไปเพราะการนี้ พอออกกรรมแล้ว ก็ต้องเรียกเอาขวัญคืนมา เพื่อให้อยู่เย็นเป็นสุขแล้วผูกข้อต่อแขนให้ทั้งแม่และลูก    การตั่งชื่อ               คนโบราณชอบตั้งชื่อเด็กม่วนๆ (ไพเราะ) โดยมากเป็นชื่อสองพยางค์ ถ้าชื่อบุญ ก็มี บุญมี บุญมา บุญสี บุญสา ถ้าชื่อ คำ ก็มีคำมี คำมา คำสี คำสา เป็นต้น ถ้าเป็นคนเลี้ยงยากถึงกับได้ไปประเคนเป็นลูกพระ ก็ตั้งชื่อเป็น เคน เช่น เคนมี เคนดี เคนสี เคนสา ถ้าเกิดวันแข็ง ก็ตั้งชื่อให้เป็น อ่อน เช่น อ่อนสี อ่อนสา อ่อนตา ถ้าเกิดวันจันทร์ถือว่าเป็นวันอ่อน ก็ตั้งชื่อให้ แข็ง เช่น ทอง ทองคำ ทองแดง ทองแสง เป็นต้น     ของเด็กเล่น               คนโบราณชอบเย็บผ้าทำเป็นรูปตุ๊กตา ภายในยัดด้วยนุ่นหรือสำลี ทำเป็นรูปผู้หญิงผู้ชาย เพื่อให้เป็นเพื่อนเล่นของเด็ก นอกจากนี้ก็เลี้ยงลูกหมาไว้เป็นเพื่อนเล่นของเด็ก ถ้าเด็กมีของเล่นอย่างนี้พ่อแม่จะเบาใจ เกี่ยวกับการเกิดนี้ พ่อแม่และลูก ต่างมีความสำคัญจะดีแต่พ่อแม่ ลูกไม่ดีก็ไปไม่รอดต้องดีทั้งพ่อแม่ลูกที่ถือว่าดีนั้น คือทุกคนมีหน้าที่และต้องทำตามหน้าที่   หน้าที่ของพ่อแม่             พ่อแม่นอกจากจะดีในด้านต่างๆ มากมายหลายประการก็ตาม จะต้องทำหน้าที่เกี่ยวกับลูกอีก คือ                                                                       1.ห้ามไม่ให้ลูกทำความชั่ว                                                                      2.สอนให้ลูกทำความดี                                                                      3.ให้ลูกได้ศึกษาเล่าเรียน                                                                       4.หาคู่ครองที่สมควรให้           มอบมรดกให้ในเวลาอันควร   หน้าที่ของลูก ลูกที่ดีนอกจากจะทำตัวให้ดีแล้วจะต้องทำดีต่อพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้าอีก คือ                                                                       1.เลี้ยงดูบำรุงรักษาพ่อแม่                                                                       2.ทำการงานช่วยพ่อแม่                                                                       3.ดำรงวงศ์สกุลของพ่อแม่                                                                       4.ประพฤติตนให้เป็นคนดีของพ่อแม่                                                                       5.เมื่อพ่อแม่ตายไปแล้วให้ทำบุญอุทิศให้พ่อแม่            พ่อแม่และลูก ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ดังกล่าวให้เต็มเปี่ยม เขาก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ ถ้าต่างฝ่ายต่างเพิกเฉยไม่เอาธุระ ก็จะตรงกับภาษิตโบราณที่ว่า " พ่อแม่บ่สอนลูกเต้า ผีเป้าจกกินตับกินไต ลูกบ่ฟังคำพ่อแม่ ผีแก่เข้าหม้อนรกทั้งดิบ" ซึ่งก็หมายความว่า จะต้องเสื่อมเสียทั้งสองฝ่ายนั้นเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กลุ่มพิทักษ์ภูธร ศูนย์การเรียนรู้อำเภอกระนวน

คำสำคัญ (Tags)#การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาชุมชน ทัองถิ่น

หมายเลขบันทึก: 117079, เขียน: 05 Aug 2007 @ 12:56, แก้ไข, 14 Jun 2012 @ 22:50, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (5)

กลุ่มเด็กหลังห้องมาเยี่ยมเยียท่านนะครับ...เป็นความรู้ที่ยอดเยี่ยมมาก.....ขอซมเซยท่านพี่แหลมทองและไทคณะครับ
ผลงาน อาจารย์แหลม..สุดยอดมาก....เห็นฝีไม้ลายมือมาแล้วตั้งแต่สมัย.....ดอนปู่ตา.....
มนันต์
เขียนเมื่อ 07 Aug 2007 @ 19:29

นำความรู้ดีๆมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมแสดงความคิดเห็นต่อกันได้ดีในระดับหนึ่งและแนะนำเพื่อนๆนักศึกษาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ

เอ๊า...ไทคณะ...อาจารย์มนันต์มาเยี่ยมแล้ว...บอกกันต่อๆกันไปเด๊อบาดนี่...เฮ็ดจั๊งใด๋......

เยี่ยมจริง ๆ ปัจจุบันนี้  จะได้เห็นหรือเปล่าหนอ

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง  กว่าลูกจะได้เกิด กว่าจะได้เป็นคน  กว่าจะได้เป็น พ่อแม่  กว่าจะได้ทราบซึ้งบุญคุณ  กว่าจะรู้สึก  อย่าให้มันสายเกินไป ที่จะตอยแทนคุณ