ประหยัดพลังงาน หาร 5

หมูอ้วน
  ก๊าซ NGV ต่อ  

วันนี้เรามารู้จัก NGV กันดีกว่านะครับ   หลังจากที่เมื่อวานนี้ได้เล่าให้ฟังถึงการประหยัดสตางค์ในกระเป๋าจากการติดตั้งอุปกรณ์ NGV เรามาทำความรู้จัก ก๊าซ NGV กันต่อไปเลยนะครับ

NGV ย่อมาจาก Natural Gas for Vehicles  เป็นก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ มีส่วนประกอบหลักคือ ก๊าซมีเทน ซึ่งมีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ ส่วนใหญ่จะใช้งานอยู่ในสภาพเป็นก๊าซที่ถูกอัดจนมีความดัน 3,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว บางครั้งเรียกก๊าซนี้ว่า CNG ซึ่งย่อมาจาก Compressed Natural Gas หรือก๊าซธรรมชาติอัด

คุณสมบัติของ NGV มีดังนี้

                1.  ก๊าซ NGV เบากว่าอากาศ ดังนั้นเมื่อเกิดการรั่วไหล ก๊าซ NGV จะลอยตัวและฟุ้งกระจายไปสู่ด้านบนอย่างรวดเร็ว ไม่สะสมอยู่บนพื้นดินจนทำให้เกิดการลุกไหม้เหมือนเชื้อเพลิงอื่น ๆ

                 2. อุณหภูมิที่ก๊าซ NGV จะลุกติดไฟในอากาศเองได้เมื่อมีความเข้มข้นของเชื้อเพลิงจะต้องสูงถึง 650 c

                 3.  เป็นเชื้อเพลิงสะอาด เผาไหม้ได้สมบูรณ์ ไม่มีเขม่า ควันดำ ไม่สร้างมลภาวะ มีค่าออกเทนสูงถึง 120 MON จึงสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้เป็นอย่างดี

อุปกรณ์ NGV สำหรับรถยนต์ที่เครื่องยนต์เบนซินมี 2 ระบบ คือ

                  1.  ระบบดูดก๊าซ   เหมาะกับรถยนต์ที่เครื่องยนต์เป็นแบบคาร์บูเรเตอร์และแบบหัวฉีดที่มีระบบการควบคุมการจ่ายน้ำมันแบบธรรมดา (ส่วนใหญ่ผลิตก่อนปี 2543) ระบบนี้ติดตั้งและบำรุงรักษาง่าย คุ้มทุนเร็ว ราคาถูก ราคาติดตั้งอยู่ที่ 38,000 - 45,000 บาท (รวมถังและอุปกรณ์ NGV)

                    2.  ระบบฉีดก๊าซ  เหมาะกับรถที่เครื่องยนต์เป็นแบบหัวฉีดทุกชนิด (รถยนต์รุ่นใหม่ก็ใช้ได้) ระบบนี้จะจ่ายเชื้อเพลิงก๊าซด้วยหัวฉีดที่ท่อไอดีแต่ละสูบโดยเฉพาะ โดยมีชุดอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการปล่อยก๊าซ เพื่อให้เหมาะกับปริมาณอากาศทุกสภาวการณ์ทำงานของเครื่องยนต์ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ราคาติดตั้งอยู่ที่ 54,000 - 74,000 บาท (รวมถังและอุปกรณ์ NGV)

ขนาดถัง NGV มี 2 ขนาด คือ ขนาด 70 ลิตร และ 100 ลิตร

คราวหน้าจะมาเล่าถึงข้อดีและข้อเสียของ NGV นะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM

คำสำคัญ (Tags)#ngv คืออะไร

หมายเลขบันทึก: 116293, เขียน: 02 Aug 2007 @ 11:26, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 19:44, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

รัชนีวรรณ
เขียนเมื่อ 02 Aug 2007 @ 11:33
แล้วเราจะรู้ได้ไงค่ะว่ารถเราเป็นระบบหัวฉีดหรือคาบูเรเตอร์  แบบว่าเป็นคนขับเป็นอย่างเดียวค่ะพี่จุ๊ย
หมูอ้วน
เขียนเมื่อ 02 Aug 2007 @ 11:46

อยากรู้ว่ารถยนต์ที่เรากำลังใช้อยู่เป็นระบบใด โดยปกติทั่วไป พี่ว่าก็ไม่ค่อยมีใครสนใจที่จะรู้ระบบจริง ๆ นะ แต่ก็แนะนำได้ว่านำรถยนต์ของเราไปให้ช่างที่จะติดตั้งดูเครื่องยนต์ ก็คงจะทราบได้ไม่ยากนะจ๊ะ