การให้แต้มคะแนนเพื่อเร้าการอ่านจับใจความสำคัญ

ภาทิพ

แหล่งเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ.

   ห้องเรียนครูภาทิพ

                        การสอนอ่านจับใจความสำคัญในวันนี้ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จ  โดยประเมินจากการร่วมมือ  ความสามารถในการจับใจความสำคัญ   ความกระตือรือร้นความมุ่งมั่นและรอยยิ้มของเขาและเธอ   ครูก็ชื่นมื่นในความสำเร็จด้วย   
สื่อ              สารคดีเรื่องความสนุกในวัดเบญจมบพิตร จาก   
                หนังสือทักษสัมพันธ์เล่ม ๑ 
      หน้า ๕
วิธีการ         
             ๑.             ให้ความรู้ ครูอธิบายถึงใจความสำคัญที่ปรากฏในแต่ละย่อหน้าว่า  หากเป็นย่อหน้าขนาดเล็กจะมีใจความสำคัญเพียงใจขนาดสั้น ใจความเดียว  วรรคเดียวอยู่วรรคแรกบ้าง ตรงกลางบ้าง หรืออาจจะเป็นวรรคสุดท้ายบ้าง


            ๒.             จัดทำตารางบันทึกคะแนน(แต้ม)บนกระดานตามแถวที่นั่งของนักเรียน               

แถวที่ ๑

แถวที่ ๒ แถวที่ ๓
     

 

๓.                         ให้นักเรียนอ่านนำเรื่องแบบสำรวจ ย่อหน้าแรกซึ่งมี ๓ บรรทัด ว่าใจความสำคัญคืออะไร    

 

๔.                         นักเรียนในแต่ละแถวสำรวจข้อความแล้วยกมือตอบ  หากตอบเกือบถูกครูก็บอกไปเลยว่าถูกกี่เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบถูก  หรือไม่ใช่    ให้โอกาสกับทุกคนในแต่ละแถวที่ยกมือจนกว่าจะมีคนตอบถูก  (ย่อหน้าแรกมีนักเรียนตอบถูกทันที)

 

๕.                         เมื่อแถวใดตอบถูก  ก็ขีด / ๑ แต้มให้กับนักเรียนแถวนั้น   จะยิ่งกระตุ้นให้ทุกคนช่วยกันหาคำตอบในย่อหน้าถัดไป

 

๖.                          ย่อหน้าที่ ๒ ทำเช่นเดิม  ใครตอบได้ก่อน  แถวนั้นได้คะแนนก่อน  ไปถึงย่อหน้าที่ ๓  ก็ทำเช่นนี้

 

๗.                         การจับใจความสำคัญของเนื้อเรื่อง  ย่อหน้าแรก ๓ บรรทัดครึ่ง  นักเรียนจับได้ง่ายเพราะสังเกตง่าย   ย่อหน้าที่ ๒  เป็นเนื้อหาหลักของเรื่อง  ความยาวหลายสิบบรรทัด  ครูต้องพยายามกระตุ้นใช้คำถามนำเข้าช่วยบ้าง  เช่น

 งานนี้เป็นงานอะไร................     ยังมีใจความสำคัญอีก  ใครตอบได้ (จุดประสงค์ของการจัดงาน)       ยังมีอีก  ครูกระตุ้นไปเรื่อย ๆ (บรรยากาศของงาน)   ให้คะแนนทุกครั้งที่มีผู้ตอบได้   หากยังตอบไม่ได้  เกือบถูก    /ถูก๖๐ %   ถูก  ๗๐%   ถูก ๘๐%   เมื่อครูกระตุ้นเช่นนี้  ก็จะทำให้กลุ่มที่ยังไม่ได้ตอบสามารถหาคำตอบได้   ใครเร็วใครได้   ยังมีอีก   (ความประทับใจของผู้เขียน)   ยังมีอีก

 (ผู้ได้รับผลประโยชน์)    

 

๘.                         นักเรียนบันทึกแต้มที่ได้จากแถวตนลงสมุดไว้

            ๙.                          บันทึกใจความสำคัญลงสมุด  โดยครูอธิบายใช้คำนำให้นักเรียนต่อความด้วยปากเปล่า ๑ ครั้ง   แล้วนักเรียนบันทึกลงสมุด เช่น               วัดเบญจมบพิตรเป็นวัดที่...............เรื่องความสนุกในวัดฯ เป็นงานเขียนประเภท...........ที่ใช้โวหาร.........ผู้เขียนได้เล่าเรื่อง............ให้กับ............งานวัดนี้คือ...........ในรัชสมัย..................มีจุดประสงค์เพื่อ..............ลักษณะของงาน...............บรรยากาศของงาน.............. ความประทับใจของผู้เขียน................ผู้ทีได้รับผลประโยชน์ได้แก่.....................................  

 

ผลด้านความรู้

          ๑.     นักเรียน ๙๖ % กระตือรือร้นในการอ่านและค้นหาคำตอบ  มีนักเรียนที่ซุกซนเพียงห้องละ ๑ คนที่นั่งเล่นละเลย

         ๒.   นักเรียนคนอื่น สามารถค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเองหลังจากเห็นเพื่อนหาคำตอบได้

         ๓.   นักเรียนสามารถบันทึกการอ่านจับใจความสำคัญลงสมุดได้  ในระดับดีมาก  ๓๑ %   ระดับดี  ๕๘ %  และระดับพอใช้  ๑๑ %

  ผลด้านจิตใจ            

             นักเรียนยิ้มแย้มดีใจกับแต้มที่ได้รับ

ทฤษฎีการเรียนรู้            

              ทฤษฎีการวางเงื่อนไขของสกินเนอร์ (Skinner)ให้สิ่งเร้าที่เป็นแรงเสริมต่าง ๆ

การต่อยอดความรู้            

             นักเรียนเลือกเขียนเรื่องเล่าประสบการณ์ การเข้าค่ายภาษาอังกฤษ ( English Camp)หรือค่ายวิทยาศาสตร์

 

 แหล่งเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ภาทิพ : ภาษาไทย

คำสำคัญ (Tags)#การอ่านจับใจความสำคัญ

หมายเลขบันทึก: 116292, เขียน: 02 Aug 2007 @ 11:26, แก้ไข, 22 Jun 2012 @ 07:58, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 16, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (16)

ครูภา
เขียนเมื่อ 14 Sep 2008 @ 07:03

เรียนครูภาทิพ

ความรู้ของอาจารย์ที่นำเสนอมีประโยชน์ทุกเรื่องเลยค่ะดิฉันจะนำไปทดลองค่ะ

ภาทิพ
เขียนเมื่อ 15 Sep 2008 @ 11:03

สวัสดีค่ะ ครูภา ขอบค่ะ  ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ

ครูวัลล์
IP: xxx.121.64.7
เขียนเมื่อ 01 Nov 2008 @ 23:11

สวัสดี คะ ครูภา

ดิฉันรู้สึกดีใจที่มีครูภาษาไทยเช่นคุณครู ทำให้การเรียนการสอนภาษาไทยไม่น่าเบื่อหน่าย เด็กโรงเรียนนี้โชคดีจริงๆ ขอให้นำเสนอสิ่งดี ๆ ต่อไปค่ะ ดิฉันจะคอยติดตาม

ภาทิพ
เขียนเมื่อ 03 Nov 2008 @ 07:18

สวัสดีค่ะครูวัลล์   ติดตามผลงานต่อไปนะคะ  ขอบคุณค่ะ

ครูหลง
IP: xxx.173.191.204
เขียนเมื่อ 08 Dec 2008 @ 15:21

ขอแนวทางการสอนภาษาไทยกับเด็กไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม ชั้น ป.1 ซึ่งเรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สาม เพราะสอนยากเหลือเกิน เนื่องจาก ผปค.ไม่ส่งเสริมเท่าที่ควร น่าจะมีอะไรดีๆ จากแนวคิดของอาจารย์ ประกอบกับ น.ร.ไม่จำชื่อของอักษรแต่ละตัว ทั้ง พยัญชนะ สระ และ วรรณยุกต์

ภาทิพ
เขียนเมื่อ 20 Dec 2008 @ 11:56

สวัสดีค่ะ  เห็นใจอาจารย์อย่างยิ่งเลยค่ะ

ปกติการสอนภาษาไทยกับเด็กไทยรุ่นใหม่ที่มีสื่อรบกวนก็เป็นภาระหนักอึ้ง   แต่สำหรับอาจารย์นั้นหนักยิ่งกว่าใคร ๆ

ปัญหานี้คงจะขอความร่วมมือจากผู้ปกครองไม่ได้ค่ะ ในความคิดของครูภาทิพคือ

๑. เริ่มจากตัวครูก่อน  คือครูต้องวางเป้าหมายไว้เลยว่าเทอมนี้  ฉันจะทำให้เด็กกลุ่มนี้มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาขึ้นในเรื่องใด  โดยที่เราต้องไม่นำอคติเรื่องที่เป็นลบมาเป็นตัวรั้ง   ซึ่งเป้าหมายนั้นต้องมีความเป็นไปได้และไม่เหนื่อยจนเกินไป  เพราะถ้าเหนื่อยมากครูจะท้อเสียก่อน    เช่นสิ้นเทอมนี้นักเรียนจำตัวอักษรไทยได้

๒. การกระตุ้นให้เด็กจำตัวอักษร  (ครูภาทิพไม่ได้เรียนมาด้านการสอนเด็กประถม)  

    ๒.๑ มีหนังสือ ก.สมัยใหม่ที่เป็นเพลงมีภาพสวย ๆ หามาให้เด็กอ่าน

   ๒.๒ ให้เด็กสังเกตเองว่าอักษรตัวนี้ คล้ายอะไรเหมือนอะไร  ให้เขาจำตามวิธีหรือสิ่งแวดล้อมของเขา

   ๒.๓ นำ ก.- ฮ  มาทำเป็นเพลง  ของท้องถิ่น ให้เด็กเต้นท่าตามตัวอักษร

   ๒.๔  เล่นเกม ค้นหาตัวอักษร  หรือต่อเสริมอักษรให้สมบูรณ์โดยใช้กระดาษที่ใช้แล้วหรือกระดาษกิโล   ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงให้ใช้สีระบายตกแต่งตัวอักษร   แล้วนำอักษรนั้นมาอ่านให้ครูฟัง

 

วัฒณี
IP: xxx.173.19.125
เขียนเมื่อ 20 Feb 2009 @ 10:15

สวัสดีค่ะครู หนูมารายงานตัวค่ะ หนูชื่นชมครูมากค่ะ หนูก็เป็นครูสอนภาษาไทยคนหนึ่งเหมือนกัน หนูเห็นแนวการสอนของครูแล้วยอมรับค่ะว่า ครูภาษาไทยสมัยนี้เปลี่ยนไปแล้ว ที่สำคัญครูเป็นต้นแบบให้หนูมีกำลังใจและไม่ท้อต่อความแคลงใจ ว่าทำไมครูภาษาไทยสมัยนี้สอนไม่เหมือนสมัยก่อน หลายครั้งหนูสอนโดยนำเนื้อหาที่เป็นเรื่องราวในวิถีชีวิตประจำวันมาสอนค่ะ เช่นหนูสอนเรื่องการสื่อสาร หนูยกตัวอย่างป้ายสัญญาณจราจรซึ่งเกี่ยวข้องในวิถีชีวิตประจำวันของนักเรียน หนูก็ถูกมองอย่างคลางแคลงว่ากำลังสอนเล่นอะไร หรือบางครั้งหนูให้นร.ดู vcd เรื่องเงาะป่า ของครูเล็กภัทราวดีซึ่งมันค่อนข้างมีการตีความแปลกใหม่ และมีรูปแบบการแสดงที่มิได้อ่อนช้อยงดงาม และมันก็เข้าถึงอรรถรสในความเป็นศิลปะได้ดี แล้วให้นร.วิเคราะห์ตัวละคร การกระทำ แก่นเรื่อง แง่คิดต่างๆ หนูก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าให้นร.ดูอะไรที่ไม่งดงามไม่เป็นสาระ เฮ้อ! ครูขาขอกำลังใจหน่อยค่ะ

ภาทิพ
เขียนเมื่อ 04 Aug 2009 @ 11:17

สวัสดีค่ะ  ขอชื่นชมค่ะที่หนูได้ใช้นวัตกรรมต่างๆมาพัฒนาการเรียนการสอน

  หนูอย่าไปกังวลใจเรื่องใครจะมองหรือพูดอะไร

คนที่หนูควรจะคำนึงถึงมากที่สุด เด็ก

๑. กิจกรรมส่งผลให้เด็กเกิดการเรียนรู้หรือเปล่า

๒. เด็กพึงพอใจกับวิธีการสอนของหนูหรือเปล่า หรือเขาต้องการให้ครูอธิบายอย่างเดียว

๓. บรรยากาศการเรียนรู้ดีไหม 

มอบช่อดอกไม้มาเป็นกำลังใจค่ะ

บังอร
เขียนเมื่อ 16 Jul 2010 @ 15:04

สวัสดีค่ะ ครูภา

อรกำลังจะไปฝึกสอนค่ะ รู้สึกตื่นเต้นมาก กลัวจะสอน ไม่เป็นด้วยค่ะ เกิดรู้สึกกลัวขึ้นมา จะได้ไปฝึกสอนแล้วอาทิตย์หน้าค่ะ

อร ได้อ่าน แนวการสอนของคุณครูแล้วจะนำไปเป็นแนวทางค่ะ อีกอย่าง สอนภาษาไทยด้วย ถึงจะเป็นภาษาประจำชาติของเรา แต่อรก็ไม่มั่นใจ เพราะ ที่อาจารย์สอนมาบอกว่า ครูต้องมีความรู้ในวิชาที่จะสอนมากเป็นพิเศษ

ขอกำลังใจจากอาจารย์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ภาทิพ
เขียนเมื่อ 21 Jul 2010 @ 18:43

สวัสดีค่ะ ว่าที่คุณครู

    ขอมอบกำลังใจให้ค่ะ  ครูอร สู้ !สู้ !

บ้านมารีอัน  กลางเกาะ ประเทศสวีเดน

ลำแพน
IP: xxx.205.245.13
เขียนเมื่อ 09 Nov 2010 @ 19:59

สวัสดีค่ะ ครูภาทิพ

รู้สึกประทับใจที่มีคุณครูดีอย่างคุณครู อยากขอคำปรึกษาว่า ทำอย่างไรกับนักเรียนที่ไม่ออก เขียนไม่ได้ เพราะได้ทำหลายวิธีก้ไม่สามารถพัฒนาให้นักเรียนอ่านและเขียนได้

ภาทิพ
เขียนเมื่อ 09 Nov 2010 @ 20:24

สวัสดีค่ะ ครูลำแพน   น่าจะสอนระดับประถมฯนะคะ  ขอแนะนำ

การแก้ไขการอ่านไม่ออกของนักเรียน   ลองไปที่นี่

     อาศรมก้ามกุ้ง  วิมานไม้ไผ่

  • ครูลำแพน ลองนำนิทานมาให้เด็กอ่านออกเสียง
  • ให้เด็กเก่งออกเสียง  ใส่อารมณ์ให้เพื่อนๆ ฟัง
  • หรือไม่คุณครูก็อ่านออกเสียงแล้วให้เด็กแสดง
  • ลองดูนะคะ

สำหรับการแก้ปัญหาการเขียน

  •    ให้เขาเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว  เรื่องที่เขารู้
  • เขียนบ่อยๆ ที่สำคัญครูแสดงฝีมือให้เด็กเห็นด้วย 
  • มีผลงานของคุณครูแสดงไว้ในห้อง 

 ขอแนะนำแค่นี้ก่อนนะคะ

 

กิตติพัฒน์
เขียนเมื่อ 09 Nov 2010 @ 21:20


 มาทักทาย ด้วยใจคิดฮอด

  • สวัสดีครับคุณภาทิพ และคุณลำแพน
  • ขอบคุณคุณภาทิพที่ให้เกียรติผมตลอดมา
  • ผมรู้สึกว่าตัวเองต่ำเตี้ยติดดินเมื่อเข้ามาในบันทึกของคุณภาทิพครับ
  • หากว่าคนเล็ก ๆ อย่างก้ามกุ้งพอจะมีประโยชน์อยู่กับเพื่อน ๆ ครูอยู่บ้างก็ยินดีครับ
  • ขอบคุณด้วยความจริงใจ
ภาทิพ
เขียนเมื่อ 09 Nov 2010 @ 21:47

สวัสดีค่ะ คุณกิตติพัฒน์  ขอบคุณที่แวะมาค่ะ  

เช่นเดียวกับครูภาทิพ  เมื่อไปอ่านที่   อาศรมก้ามกุ้ง  วิมานไม้ไผ่

ครูภาทิพมีอาการเหมือน  แมงตับเต่า

ทึ่งในวิธีการนำเสนอ   มองเห็นถึงความใจเย็น  ละเมียดละไม   การจินตนาการ

ใจเย็นมาก   ที่สำคัญ  การพิสูจน์อักษรสุดยอด   ซึ่งตรงข้ามกับครูภาทิพคิดเร็ว  พิมพ์เร็วจึงผิดเร็ว  อิอิ

นางวิภาพร สิริสุนทรานนท์
IP: xxx.180.167.233
เขียนเมื่อ 05 Jun 2012 @ 05:34

เป็นรูปแบบการสอนที่น่าสนใจมากค่ะ

                                           ครูวิภา

จิตพล
IP: xxx.24.200.88
เขียนเมื่อ 27 Apr 2013 @ 06:06

ผมคิดว่าการเรียนการสอนควรเน้นกระบวนการ ใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ และจิตวิทยาการเรียนการสอน เน้นการสอนตามมาตรฐานตัวชี้วัด เช่นภาษาไทยเรื่องการอ่านจับใจความ เรื่องทองแดง แล้วให้เด็กใช้กระบวนการของบลูมโดยครูเป็นผู้ตั้งคำถามจากเรื่องให้นักเรียนตอบตามประเด็นนั้นใน1เล่มเราควรกำหนดเวลาส่ง นักเรียนก็จะได้ฝึกทำและฝึกความรับผิดชอบไปในตัว