ญาติสนิทระดับลูกพี่ลูกน้องที่อายุแก่กว่าผมหนึ่งปีถึงแก่กรรม     ผมไปงานศพเมื่อวันที่ ๔ ก.ค. ๕๐     ได้พบญาติพี่น้องหลายคน    ทำให้รำลึกถึงชีวิตวัยเด็กร่วมกัน     ญาติคนนี้สมัยหนุ่มๆ เป็นคนรูปหล่อและเสน่ห์แรง      เขาเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษารุ่นก่อนผม ๑ ปี      และได้รับมอบหมายให้เป็นคนเป่านกหวีดให้เพื่อนๆ เคารพธงชาติตอนเข้าแถวก่อนเข้าห้องเรียน     จึงเป็นคนเด่นเป็นที่รู้จักของเพื่อนๆ

         พอผมเข้าโรงเรียนเตรียมฯ ตามหลังไป      อาจารย์หัวหน้าตึกหนึ่ง คืออาจารย์ศรีศิลป์ สุขานุศาสน์ ก็เรียกผมไปพบ     ว่าปีที่แล้วเลือกหลานหมออนันต์ (นพ. อนันต์ เอกแสงศรี อาเขยของผม และเป็นน้าเขยของญาติที่ถึงแก่กรรม) เป็นคนเป่านกหวีดเพราะเห็นว่าบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน    และไม่ผิดหวัง เขารับผิดชอบดี ไม่มาสาย ไม่ทำหน้าที่บกพร่อง     ปีนี้ฉันเลือกเธอ ซึ่งเป็นหลานอีกคนหนึ่งของหมออนันต์      หวังว่าเธอจะรับผิดชอบ ทำหน้าที่ได้ดีเหมือนพี่     ผมจึงได้เป็นดาวเด่นของรุ่น เพราะเป็นคนเป่านกหวีดนี่เอง     เป็นมรดกตกทอดจากญาติผู้นี้ 

         ผมนั่งคุยกับพื่สะใภ้ ชื่อคุณอรสา ที่เป็นภรรยาของคุณวิชา พี่ชายของผู้ที่ถึงแก่กรรม     คุณวิชาเสียชีวิตไปเมื่อ ๑๑ ปีก่อน     ผมเล่าให้คุณอรสาฟังว่า เมื่อปี ๒๕๐๐ ผมมาเรียน ม. ๖ ที่กรุงเทพ     มาได้สัก ๒ – ๓ วัน     พี่วิชาและผู้ถึงแก่กรรมก็พาไปซื้อรองเท้าหนัง     ยี่ห้อฮิตในสมัยนั้น คือ แบแร็ท คู่ละ ๑๗๐ บาท     แล้ววันรุ่งขึ้นพี่วิชาก็พาผมไปเที่ยวจุฬาฯ      พี่วิชาเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี ๑ ขึ้นปี ๒     ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอม    พี่วิชาพาผมเดินเที่ยวทั่วจุฬาฯ และโรงเรียนเตรียมฯ     จนผมโดนรองเท้าหนังใหม่คู่แรกในชีวิตกัดทั้งที่ส้นเท้า หัวแม่เท้า และนิ้วก้อย เป็นแผลพอง ทั้งสองข้าง
  
         พี่วิชาผู้ถึงแก่กรรมถามผมแบบแหย่เสมอว่า คนเรียนหนังสือเก่งมักเป็นทองแดง      (ซึ่งหมายถึงมีอัณฑะข้างเดียว) ผมเป็นทองแดงหรือเปล่า     ผมก็ตอบตามจริงว่าเปล่า      ปรากฏว่าหลังจากเป็นนายตำรวจแล้ว เขามีก้อนขนาดใหญ่กว่ากำปั้นในช่องท้อง     ซึ่งก็คือก้อนมะเร็งที่เกิดจากอัณฑะอยู่ในช่องท้อง      เอาเข้าจริงตัวเขาเองเป็นทองแดง     และเขาไม่เปิดเผยให้ใครทราบ     ถ้าเขาบอกเรา พวกญาติๆ ซึ่งเป็นหมอหลายคน     เขาก็จะได้รับการผ่าตัดเอาอัณฑะในช่องท้องออก     และไม่ต้องเป็นมะเร็ง      ซึ่งรบกวนสุขภาพในระยะต่อมาอีกหลายอย่าง     ทำให้เขาอายุสั้น

         ผมเพิ่งทราบว่าก่อนเกษียณอายุราชการเขาเป็นผู้บังคับการสื่อสารของกรมตำรวจ     และได้ฝากฝีมือการจัดระบบสื่อสารของกรมตำรวจไว้เป็นที่เลื่องลือ     คนในกรมตำรวจแปลกใจกันมาก     คงไม่ค่อยมีคนรู้ว่าเขาเคยเป็นนิสิตวิศวะจุฬาฯ     และจริงๆ แล้วแม้กระทั่งตอนเรียนโรงเรียนเตรียมฯ เขาก็ซื้อหลอดและลำโพงมาต่อวิทยุใช้เอง ดังกระหึ่มไปทั่วห้อง      และได้ประดิษฐ์นาฬิกาปลุกด้วยไฟฟ้า     ให้นาฬิกาเป็นสวิตช์เปิดไฟส่องหน้าบังคับให้เราต้องตื่น     ผมได้ใช้สิ่งประดิษฐ์นี้แหละ ในการปลุกตัวเองให้ลุกขึ้นมาอ่านหนังสือตอนตี ๑     เพราะมันเงียบดี     อย่าลืมว่าที่เล่านี้ประมาณ ๕๐ ปีมาแล้วนะครับ   

         แม้ว่าต่อมา ผมเลือกเป็นหนอนหนังสือ    ส่วนเขาเลือกเป็นหนุ่มสังคม     แต่เขาก็ได้ให้ความรู้หลากหลายเรื่องแก่ผม     โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เขาเรียนก่อนผม ๑ รุ่น เป็นประโยชน์แก่ผมมาก     ทำให้ผมมีโอกาสเรียนวิชาต่างๆ ล่วงหน้า ๑ ปี     ตอนผมเรียนปี ๒ ที่เตรียมอุดม เขาเรียนวิศวะจุฬาฯ ปี ๑     ผมได้ใช้ตำราของเขารวมทั้ง สไลด์รูล    เรียนไปล่วงหน้า ๑ ปีตามเคย

วิจารณ์ พานิช
๔ ก.ค. ๕๐