โรคท้องร่วง
   มารู้จักโรคที่มักจะเกิดขึ้นในหน้าฝน  และเกิดขึ้นบ่อย จะได้รู้เท่าทันโรค และป้องกันได้ทันกันนะค่ะ  นั้นก็คือ โรคอุจจาระร่วง นั้นเอง พร้อมแล้ว ไปเลย 

โรคอุจจาระร่วง

       เกิดจากเชื้อต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัวและหนอนพยาธิ  สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป   อาการสำคัญของโรค       ถ่ายอุจจาระเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำ  หรือถ่ายมีมูกปนเลือด  อาจมีอาเจียนร่วมด้วย  อาจมีอาการเพียงเล็กน้อยจนกระทั่งอาการรุนแรง  จนถ่ายเหลวคล้ายน้ำซาวข้าว ที่เรียกว่าอุจจาระร่วงออย่างแรงผู้ป่วยที่มีอาการอุจจาระร่วงอย่างแรง·       ขาดน้ำ และเกลือแร่อย่างรวดเร็ว·       กระหายน้ำ กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย ·       ตาลึกโหล·       ผิวหนังเหี่ยวย่น·       ปัสสาวะน้อย หรือไม่มีปัสสาวะ·       หายใจลึกผิดปกติ ชีพจรเต้นเบา เร็วผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะช็อกเนื่องจากเสียน้ำ  อาการเหล่านี้เกิดขึ้นรวดเร็ว  สำหรับในรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจถึงแก่ความตายถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที <h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="center">

 

การรักษาระยะแรก </h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="left">     1.     ในระยะเริ่มแรกที่มีอาการท้องเดิน หรืออาเจียนเล็กน้อย  ควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำหรืออาหารเหลวที่มีอยู่ในบ้านมากๆ โดยอาจเป็นน้ำชา น้ข้าว น้ำแกงจืด น้ำผลไม้ หรือข้าวต้ม  และให้ดื่มสารละลายน้ำตาล เกลือแร่ (ORS) ในสัดส่วนที่ถูกต้อง โดยใช้ผงน้ำตาลเกลือแร่ 1 ซอง ผสมกับน้ำต้มสุกเย็น 1 ขวด น้ำปลากลม หรือเตรียมสารละลายเกลือเอง โดยการผสม น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นครึ่งช้อนชา ละลายกับน้ำต้มสุกเย็น 1 ขวดน้ำปลา และให้ผู้ป่วยดื่มบ่อยๆ เพื่อเป็นการทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปเนื่องจากการถ่ายอุจจาระบ่อยครั้ง สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ที่ผสมแล้ว  ควรดื่มให้หมดภายใน 1 วัน  ถ้าเหลือให้เททิ้ง และผสมใหม่วันต่อวัน </h2>      การรักษาดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น  แต่ถ้าผู้ป่วยยังถ่ายบ่อย และมีอาการมากขึ้น เช่น อาเจียนมากขึ้น มีไข้สูง หรือชัก หรือเกิดอาการขาดน้ำ  ควรนำไปตรวจรักษาที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านโดยเร็วต่อไป <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">    2.     เด็กที่ดื่มนมแม่  ให้ดื่มนมแม่ต่อไป  ร่วมกับการป้อนสารละลายน้ำตาลเกลือแร่บ่อยๆ สำรับเด็กที่ดื่มนมผง  ให้ผสมนมตามปกติ  แต่ให้ดื่มเพียงครึ่งเดียวของปริมาณที่เคยดื่ม  และให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่สลับกันไป (ไม่ควรผสมสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ลงในนมผสม) </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">    3.     เริ่มให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย   เช่น  โจ๊ก ข้าวต้ม ภายใน 4 ชั่วโมง หลังจากดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือ  เพื่อช่วยให้ลำไส้ได้อาหารและฟื้นตัวได้โดยเร็ว</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">    4.     หยุดให้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่  เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น เช่น ถ่ายน้อยลงแล้วเป็นต้น  หลังจากนั้น ให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย  โดยกินครั้งละน้อยๆ และเพิ่มจำนวนมื้อ </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">     5.       ไม่ควรกินยาเพื่อให้หยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย  ซึ่งจะเป็นอันตรายมากขึ้น</p>     6.       การใช้ยาปฏิชีวนะ  ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์  <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt">การป้องกัน</h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" align="left">      1.     ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร  รับประทานอาหาร หรือก่อนเตรียมนมให้เด็ก และภายหลังจากการเข้าห้องน้ำ หรือห้องส้วมทุกครั้ง </h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" align="left">

     2.     ดื่มน้ำที่สะอาด หรือน้ำต้มสุก และรับประทานอาหารที่สะอาด และสุกใหม่ๆ ไม่ควรรับประทานอาหารสุกๆ ดิบ ๆ โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่มีแมลงวันตอม หากต้องการจะเก็บรักษาอาหารที่ปรุงสุกแล้วไว้รับประทานในวันต่อไป  ควรใส่ไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด และเก็บไว้ในตู้เย็น  และนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานทุกครั้ง </h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" align="left">

     3.     สำหรับผู้ประกอบอาหาร และพนักงานเสริฟอาหาร  ควรหมั่นล้างมือก่อนจับต้องอาหารทุกครั้ง  และดูแลรักษาความสะอาดภายในครัว  และอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในครัว ตลอดจนกำจัดขยะมูลฝอย  เศษอาหารทุกวัน และหากมีอาการอุจจาระร่วง  ควรหยุดปฏิบัติงานจนกว่าจะหาย หรือตรวจไม่พบเชื้อในอุจจาระ </h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" align="left">

     4.     กำจัดขยะมูลฝอย  สิ่งปฏิกูลรอบๆ บริเวณบ้าน และถ่ายอุจจาระที่ถูกสุขลักษณะ (ส้วมซึม) เพื่อมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค </h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" align="left">

     

5.     ผู้ประกอบกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์   โรงงานฆ่าสัตว์  จำหน่ายเนื้อสัตว์  รวมไปถึงร้านอาหารทุกประเภท  ควรดูแลสุขภาพอนามัยของสัตว์เลี้ยงไม่ให้เป็นโรคติดต่อ และหมั่นทำความสะอาดสถานที่ประกอบการ  และกำจัดขยะมูลฝอยบริเวณโดยรอบ  เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน        </h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" align="left">        6.     สำหรับผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง ควรจัดให้มีน้ำดื่มที่สะอาด มีส้วมที่ถูกสุขลักษณะ  มีการกำจัดขยะมูลฝอย และน้ำเสียที่เหมาะสมในบริเวณชุมชนก่อสร้าง ตลอดจนมีการให้สุขศึกษาแก่คนงานในการป้องกันโรค </h1>   เมื่อรู้แล้วก็ขอให้ทุกคนถือปฏิบัติกันด้วยนะค่ะ จะได้ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน (สาธุ)  บาย บ๊าย  (รักพ่อ)