เกร็ดความรู้ภาษาไทย

*************************************
เรื่องของ สระ ใ

ศาตราจารย์ ดร. คุณบรรจบ พันธุเมธา นักนิรุกติศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญภาษาไทย ได้เดินทางไปศึกษาภาษาไทยอาหมถึงแดนภารตะ เพื่อศึกษารากฐานที่มาของคำภาษาไทยในประเทศสยาม ท่านพบสิ่งที่น่าสนใจ คือ

ใ- ไม้ม้วน ใช้เขียนหน้าพยัญชนะแทนเสียง ไอ แต่มีแปลกกว่า ไอ อื่นๆ ก็คือ กำหนดไว้สำหรับเขียนคำเพียง 20 คำ เท่านั้น คือคำ ใจ ใช่ ใช้ สะใภ้ ใบ้ ใน ใหม่ ใฝ่ ใส ใส่ ให้ ใหล ใบ ใย ใคร ใคร่ ใต้ ใหญ่ ใด ใกล้ ถ้าเทียบกับภาษาไทยถิ่นต่างๆ มีไทยใหญ่ ภาษาในเครือไทยใหญ่ ภาษาไทยขาว ไทยดำ จะเห็นว่าคำดังกล่าวไม่ได้ออกเสียงไอ แต่ออกเสียง อา+อื ซึ่งไม่มีในระบบเสียงปัจจุบันของไทย จึงน่าเชื่อว่าโบราณาจารย์ท่านกำหนดรูปเขียนไว้เช่นนี้เพื่อเป็นเครื่องกำหนดให้รู้ว่าออกเสียงต่างกับคำที่มีไม้มลาย นับได้ว่ารักษารูปนี้ไว้เพื่อประวัติทางการออกเสียงเท่านั้น หาใช่เพราะเสียงสั้นยาวต่างกันไม่ 1

เรื่องเสียง เออ-อ2 ตามธรรมดาภาษาไทยคำตี่ไม่มีสระผสม สระเอีย กลายเป็น เอ เช่น เลี้ยง เป็น เหล่ง สระอัว เป็น โอ หรือ อู เช่น มัว เป็น โม่ (บางที่ฟังเป็นมู่) สระเอือ เป็น อือ เช่น เมือง เป็น มื่ง

มีแปลกก็คือเสียง เออ-อ นี้ เสียงคล้ายจะเป็นสระผสม อา กับ อี ซึ่งถ้าจะใช้เออ อย่างของเราก็ยังมีส่วนแตกต่างกันอยู่มาก จึงขอใช้ เออ-อ แทน เพราะเป็นเสียงที่ใกล้เคียงที่สุด และน่าสังเกตก็คือคำที่ออกเสียงเออ-อ นี้ มักตรงกับคำที่สะกดด้วยใอไม้ม้วนในภาษาของเรา เช่น

ใจ = เจ่อ-อ
ให้ = เห่อ-อ
ใคร่ = เข่อ-อ
ใส่ = เซ้อ-อ
ใกล้ = เก่อ-อ
ใหม่ = เม้อ-อ
สะใภ้ = หลุกเป้อ-อ
ฯลฯ

แม้จะไม่ครบทั้ง 20 คำ โดยเฉพาะ ใฝ่ กับ ใหล ยังไม่พบ ก็ยังช่วยให้ความคิดว่า แต่เดิมคำเหล่านี้คงออกเสียงเป็น เออ-อ เช่นเดียวกัน แต่เสียง เออ-อ นี้ ยากเกินไป เสียงจึงเพี้ยนไปเป็น ไอ แต่เพื่อให้รู้ว่าไม่ใช่คำที่เป็นเสียงใอมาแต่เดิม จึงกำหนดเครื่งหมายไม้ม้วนขึ้นเพื่อให้เห็นความแตกต่างกันได้ชัด

(รณฤทธิ์ ศรีพันธุ์ : เรียบเรียง)
___________________________________

          1คุณบรรจบ พันธุเมธา,  ลักษณะภาษาไทย,  พิมพ์ครั้งที่  11  (กรุงเทพฯ :สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง,  2540),  หน้า  187.

          2คุณบรรจบ  พันธุเมธา,  กาเลหม่านไต,  ม.ป.ป.,  หน้า  126.