สามโลกของมนุษย์กับระบบเศรษฐกิจ : 2

ข้อความในบล็อกก่อน --- เพื่อให้ชนะคู่แข่ง วิชาการทางเทคโนโลยี และการวิจัยเพื่อพัฒนา หรือการวิจัยและพัฒนา(R&D) จึงได้รับความสนใจสูงสุด  การค้นคว้าทางเทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนานั้น  ต้องใช้ "โลกทางปัญญา"  เข้ามาใช้เพื่อการนี้  เช่นการวิจัยและพัฒนายาชนิดต่างๆ  วิจัยและพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์  วิจัยและพัฒนาครื่องใช้ในครัวเรือน  เครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน  เช่น เครื่องซักฟอก  เครื่องซักผ้า  เครื่องปรับอากาศ  เครื่องสุขภัณฑ์  วัสดุก่อสร้าง  เครื่องทางคมนาคม  เครื่องจักรต่างๆ  รถจักยานยนต์  รถยนต์ เรือบิน  เฮลิคอปเตอร์  ยานอวกาศอื่นๆ  เครื่องการทำสงคราม  อาวุธต่างๆ  รถรบแบบต่างๆ ฯลฯ  แข่งขันกันคิดค้น  พัฒนา  ให้ได้คุณภาพประสิทธิภาพสูงสุด  ใช้วัสดุน้อยที่สุด  ทุนต่ำที่สุด  ราคาเท่าเดิม หรือสูงกว่า  ทั้งนี้เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด จากต้ทุนต่ำสุด  ตามแนวคิดของทุนนิยม

ขั้นต่อไปก็เป็นกระบวนการเคลื่อนสินค้าออกจากโงงาน  ไปสู่ ผู้บริโภค ไปบุกรุก โลกทางกายและทางอารมณ์ของมนุษย์ผู้บริโภค

เป้าหมายปลายทางของการได้กำไรสูงสุดก็คือ  โลกทางกาย (คา  หู  จมูก  ลิ้น  ผิวหนัง)   และโลกทางอารมณ์ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน  วิธีการก็คือ  การเลือกสื่อ  เช่น  ทีวี  วิทยุ  หนังสือพิมพ์แบบต่างๆ  แผ้นพับ  ใบปลิว ฯลฯ  ถ้าจะขายรยนต์คันใหม่  ก็จะใช้สาวๆ  มานุ่งน้อยห่มน้อย  ท่าทางให้เย้ายวน จูงใจ ยืน หรือเคลื่อนไหวควบคู่กับรถยนต์นั้น ทำแสงสีให้สวยงาม แล้วส่งสารนั้นเข้าสื่อทีวี  หนังสือพิมพ์  ผ่าจอทีวีวันละหลายๆครั้ง  ทีวีนั้นก็จะเร้าทาง "ตา"  "ทางหู"  ทำให้เกิดอารมณ์ชวนดู (โลกทางกายและทางอารมณ์)  ถ้าจะขายอาหาร  เครื่องสำอาง  มือถือ  ฯลฯ  ก็จะใช้วิธีการเดียวกัน  คือเข้ายั่วยุหรือบุกรุกทาง "ตา, ทางหู, ถึงอารม์)  ยังผลให้เกิด "ความสุขระยะสั้นๆ"

หนังสือพิมพ์บางฉบับที่พิมพ์ภาพ "นุงน้อยห่มน้อย"ไว้ที่หน้าปก  ปฏิทินที่มีภาพหญิงสาวเปลือย หรือเกือบเปลือยไว้ควบคู่กับเครื่องดื่มบางชนิด เช่นเครื่องดื่มประเภทของมึนเมา  ก็อาศัยเทคนิคนี้  คือปลุกเร้าผ่านทาง "โลกทางกาย คือ ตา และโลกทางอารมณ์"

การทำกำไรสูงสุดบางอย่างก็แปลกออกไป  เช่น  สร้างที่ท่องเที่ยว โดยจัดส่งต่างๆให้เร้าทาง"ตา"  ดูสัตว์  ดูปลา  ดูถ้ำ ดูป่า  ดูเขา อันนี้นับว่า ไปถึง"โลกของปัญญา" บ้าง   แต่บางแห่งมีมากกว่านั้น  ได้จัดที่ไว้เร้าทาง "ตา คือมีหญิงสาวไว้ให้ดู, หู คือร้องเพลงให้ฟัง, ผิวหนังคือการลูบคลำบีบนวด, ทางปาก คืออาหารบวกเครื่องดื่มมึนเมา, ฯลฯ" คือ ล้วนแต่รุกเร้า "โลกทางกายและทางอารมณ์"ทั้งสิ้น

สองฟากถนนก็จะมีแหล่งคาราโอเกะ  โรงแรมม่านรูด  รีสอร์ทแบบต่างๆ  สถานอาบ อบ นวด  ฯลฯ ล้วนแต่เป็นแหล่งทำกำไรสูงสุดจาก "โลกทางกาย  และโลกทางอารมณ์" ทั้งสิ้น

ล้วนแต่เป็นแดนของความสุขระยะสั้นทั้งสิ้น

บางอย่างร้ายแรงยิ่งกว่านั้น  คือทำกำไรสูงสุดจากการ "ค้ายาบ้า  กัญชา  ยาอี  เฮโรอีน ฯลฯ"  ทำกำไรสูงสุด บนความทุกข์ของผู้เสพ !!

พอถึงสิ้นปี  ก็มีการจัดอันดับ "กำไรสูงสุด" ระดับเศรษฐี กันครั้งหนึ่ง !

มีการ"จัดอันดับผู้ทำกำไรได้สูงสุด" ประจำปีกันครั้งหนึ่ง

คนใดรวยก็ได้รับการยกย่อง

เกิด "เจตคติ" การยกย่องความรวย

"ความดี" คือรวย

"ความเก่ง" คือรวย

เกิดค่านิยม "ความรวย"

เมื่อจะอวยพร  ก็จะอวยพรขอให้รวย ๆ

เพลงในจอทีวีก็ร้องว่า ขอให้รวย ๆ

ใครรวยก็ได้รับการยกย่อง  มีผู้คนเดินตามหลัง  พินอบพิเทา

คนไทยทุกคนอยู่ในระบบนี้ครับ

แต่ "โลกของกาย กับโลกของอารมณ์"นั้น  มีร่วมกันทั้งในคนและในสัตว์  คือมีทั้งในคนและในสัตว์ท่ไม่ใช่คน

ส่วนโลกของปัญญา  โดยเฉพาะ ปัญญาด้านคิดเหตุผล  และคิดสร้างสรรค์ นั้น  ในสัตว์ไม่มี  มีก็แต่ในคนเท่านั้น

ฉะนั้น  โลกของปัญญาเท่านั้น ที่ทำให้คนห่างจากสัตว์อื่นทั้งปวง

ถ้าเราใช้แต่โลกของกายและอารมณ์เป็นสำคัญแล้ว  เราก็เสมอสัตว์

อย่างไรก็ตาม  มีคนไทยอยู่จำนวนหนึ่งที่ห่างจากโลกระดับสัตซืมากคือ  กลุ่มที่อยู่ใกล้ศาสนา  อยู่ใกล้ลวัด ครับ

อีกกลุมหนึ่งก็คงจะเป็นพวกนักวิชาการทางสาขาต่างๆในที่ต่างๆ พวกแพทย์  พวกนักปราชญ์  พวกนักปรัชญา  นักคิด  นักเขียน  ข้าราชการส่วนใหญ่  นักจิตกร  ศิลปินบางสาขา  รวมทั้งพวกนักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่

อีกพวกหนึ่ง ยังกำกึ่ง  คือเป็นลูกผี ลูกคน อยู่ ครับ

อีกพวกหนึ่ง อยู่ในโลกทางกาย และโลกทางอารมณ์ โดยสิ้นเชิง

เราควรจะช่วยกันลากดึง นะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน EMPIRICAL THEORIES



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ดร. ไสว เลี่ยมแก้ว  

เข้ามาเยี่ยม....

การสอนให้คนประพฤติไปตามที่เราพึงประสงค์ ยากสสส์

ตามคัมภีร์อธิบายไว้ว่า นิยตมิจฉาทิฎฐิ ที่แล่นไปถึงชวนจิตที่ ๗ แม้พุทธญาณร้อยพระองค์พันพระองค์ก็ไม่สามารถโปรดได้ในชาตินั้น...  ผู้นี้จะกลายเป็น ตอในวัฎฎะ (วัฎฎขาณุ)...

 สรุปว่า คนบางคน แม้พระพุทธเจ้าร้อยหรือพันพระองค์ก็ไม่สามารถสอนได้....ประมาณนี้

.............. 

เพิ่งรู้ว่าอาจารย์ครบรอบที่ ๖ แล้ว... นึกว่าอาจารย์เพิ่งเลยรอบที่ ๕ เท่านั้น...

แต่ อาจารย์ยังไม่แก่ เพราะยังมีจินตนาการ (จำเค้ามาว่า จะดูว่าใครแก่หรือไม่แก่ ให้ดูว่าเค้ายังมีจินตนาการหรือไม่)

เจริญพร

ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว
IP: xxx.25.165.15
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณมากครับ พระคุณเจ้า

หมายเลขบันทึก

115915

เขียน

31 Jul 2007 @ 20:09
()

แก้ไข

13 May 2012 @ 13:38
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก