หลังจากที่เรานอนพักผ่อนเอาแรงกันแล้ว เช้าวันนี้พวกเราตื่นกันแต่เช้า ล้างหน้า-แปรงฟันกันที่ลำธารค่ะ น้ำใสสะอาดมาก (เพราะน้ำในห้องน้ำไม่ไหล ที่มีอยู่ในอ่างก็ขุ่นเป็นโคลน อันนี้อยากให้ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางช่วยแก้ไขด้วยค่ะ)
วันนี้ได้แม่ครัวเป็น นทพ. จากคณะเราเอง อาหารเป็นไข่เจียว ยำกุนเชียง ปลากรอบ แพนงหมู และก็หมูแดดเดียว หรูทีเดียวใช่ไหมคะสำหรับการเข้าป่า
หลังกินข้าวเช้าเสร็จสรรพ ก็ได้เวลาเดินเข้าชมความงามของน้ำตกแล้ว ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร กับทางเดินขั้นบันไดที่ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทำไว้ให้ บวกกับความงามของธรรมชาติที่มีให้ชมสองข้างทาง ทั้งดอกกระเจียวหลายสีสัน เห็ดป่า และก็น้ำตกเล็กๆ ที่ไหลผ่านแก่งหิน ทำให้พวกเราใช้เวลาแค่ประมาณ 20 นาที ก็สามารถเดินถึงบริเวณน้ำตกแล้ว เสียงน้ำตกดังกึกก้องอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนตอนที่เดินเข้าไปใกล้จะถึง ทำให้เราวาดภาพความยิ่งใหญ่อลังการของมันไม่ถูกเลยทีเดียว
และนี่ก็เป็นภาพที่พวกเราชาวทริปรอคอยมานาน ให้ดูกันเต็มๆ 2 ภาพเลยค่ะ
แม้ว่าช่วงที่ผู้เขียนเดินทางเข้าไปจะมีคนเยอะมาก เพราะเป็นวันหยุดยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ภาพความสวยงามตามธรรมชาติด้อยลงไปซักนิด แต่ก็น่าเสียดายที่พวกเรามีเวลาไม่มากนัก เพราะวันนี้มีภาระกิจที่ต้องไปเลี้ยงอาหารน้องๆ นักเรียนชาวเขาที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม จึงต้องรีบเดินออกมา (อดเล่นน้ำตกเลย)
ขากลับเที่ยวนี้อากาศไม่เป็นใจ เพราะแดดค่อนข้างร้อนมาก ผู้เขียนเองดื่มน้ำไปเกือบ 2 ลิตร ทั้งที่ปกติเป็นคนดื่มน้ำน้อย แถมตอนที่กำลังจะลุยป่าไปลงเรือก็มีฝนตกกระหน่ำลงมาอีกระลอกใหญ่ ทำให้ขากลับของเราค่อนข้างจะทุลักทุเลมาก เพราะนอกจากสัมภาระที่เราต้องแบกกันเองไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเป้ ถุงนอน และน้ำดื่มที่ต้องยัดให้เข้าไปอยู่ในเสื้อกันฝนแล้ว น้องๆ นิสิตหลายคนที่ใส่รองเท้าแตะไปก็ลื่นกันก้นจ้ำเบ้าไปหลายรอบ
พวกเราต้องนั่งเรือยางตากฝนกันต่อไปอีกราว 2 ชม. จึงถึงบริเวณที่ต้องต่อรถกลับไปยังที่พัก แต่ขากลับบนเรือยางรอบนี้ เราต้องผ่านแก่งน้ำระดับ 2-3 กันอีก 2 แห่ง แต่น้องฝีพายของเราก็เก่งไม่เบา เพราะสามารถพาพวกเรากลับออกมาได้อย่างปลอดภัย ถามน้องๆ ว่าได้ค่าแรงกันเท่าไรสำหรับการพายเรือยางพานักท่องเที่ยว 6-8 คนต่อลำเข้า-ออกป่า น้องบอกว่าได้คนละ 600 บาทต่อทริป แต่ท่าทางน้องๆ ก็คงเหนื่อยไม่เบา สังเกตได้จากตอนที่เห็นน้องเขาเกร็งกล้ามเนื้อแขนเพื่อที่จะพาพวกเราหลบต้นไม้และแง่หินที่กีดขวาง เพราะช่วงที่เข้าไปน้ำค่อนข้างแรง
หลังการเดินทางอันยาวไกล พวกเราก็กลับเข้าพักที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม (ซึ่งหัวหน้าทริปคือพี่เกรียงไกร เป็นคนติดต่อประสานงาน) วันนี้จริงๆ พวกเราจะต้องไปทำขนมแกงบวชฟักทองให้น้องๆ รับประทาน แต่กว่าเราจะกลับไปถึงก็เย็นมากแล้ว ทางโรงเรียนก็เลยทำให้เสร็จสรรพ กลับไปอาบน้ำเสร็จก็เลยได้กินข้าวมื้ออร่อยกับน้องๆ เด็กชาวเขาเลยทันที
อาจารย์ที่โรงเรียนเล่าให้เราฟังว่า น้องๆ กลุ่มนี้ซึ่งมีราว 200 กว่าคน เป็นเด็กชาวเขา กระเหรี่ยงบ้าง ม้งบ้าง ซึ่งทางบ้านมีฐานะไม่ค่อยดี เท่าที่ถามบางคนพ่อแม่มีลูกเกือบ 10 คน บ้านอยู่ไกลจากโรงเรียนราว 60-180 กิโลเมตร ถ้าหากทางโรงเรียนไม่รับให้กินอยู่ประจำที่โรงเรียน พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ สำหรับอาหารการกินทางโรงเรียนจะได้มาจากการรับบริจาคบ้าง ให้นักเรียนไปทำการแสดง (ประจำเผ่า) เพื่อหาเงินตามรีสอร์ทในวันหยุดบ้าง ก็พอมีประทังชีวิตกันไป อาจารย์บอกว่าค่าอาหารของน้องๆ ตกราวมื้อละ 3 บาทต่อคน กับข้าวต้องเป็นน้ำแกงที่จะช่วยทุ่นค่าใช้จ่าย เพราะทำให้เด็กรับประทานได้มากโดยไม่สิ้นเปลือง (ท่านใดต้องการช่วยเหลือ หรือบริจาคเงิน หรือเข้าโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์สามารถดูรายละเอียดได้จาก http://www.umphangs.com)
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ พวกเราจึงได้นำสิ่งของที่ได้รวบรวมมา และเงินบริจาคมอบให้ทางโรงเรียน ผู้เขียนขอขอบคุณเพื่อนๆ ชาวคณะทันตแพทย์หลายๆ ท่านที่ได้ร่วมแบ่งปันสิ่งของให้น้องๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราได้ไปชมทะเลหมอกที่ดอยหัวหมดกับน้องๆ นักเรียนด้วย แม้ว่าจะออกเดินทางสายไปหน่อย แต่ก็ยังพอได้ชมความงาม (ของหมอกนะคะ)
สำหรับทริปนี้ก็สิ้นสุดลงไปตั้งแต่เมื่อวาน แต่ภาพความประทับใจยังคงตราตรึงอยู่ในใจผู้เขียนไม่วาย ... เพื่อนๆ ละค่ะ ไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง ...
สวัสดีค่า กลับมาเป็นสาวชาวกรุงแล้วใช่ไหมคะ....555
เหนื่อยไหมเอย นิ้วเท้ากลายเป็นสีม่วงไหมน่า (ท่าจะไม่นะคะ....) แสดงว่ายังสาวอยู่นะคะเนี้ย ที่ไม่เป็นลมเป็นแล้งไปเสียก่อน....555.... ล้อเล่นนะคะ
น้ำตกสวยมากเลย อากาศดีไหมคะ สูดมาเต็มสองปอดเลยละสิคะ เด็กๆ ของพี่ซูบไปบ้างไหมคะ (เป็นห่วงอยู่คนเดียว คนนั้นถ้าซูบไปเดี๋ยวเค้าจะไม่งามคะ...555)
อ้อ!! เกือบลืม ลูกของหนูไปไงบ้างพี่ มีแววไหม (แววไรก็ได้... แววเก่ง แววเด็กดี แวว.... อยากเห็นหน้าจังคะ)
สุดท้าย...คิดถึ๊งคิดถึงพี่มากคะ...555
ขอบคุณ
สวยงามครับ
(ทีแรก นึกว่าไป อัฟริกา ไม่รู้จัก ลอซู มาก่อน)
ขอบคุณ อ.แนน บีเวอร์ และ อ.สมชายที่เข้ามาชม
ถึงบีเวอร์ สำหรับทีลอซูแดดแรงมาก ไม่สามารถเพิ่มสปีดชัดเตอร์ แม้จะลดหน้ากล้องแล้ว เพราะรูปจะออกมาสว่างมาก จริงๆ อาจารย์ก็ชอบถ่ายรูปแหละนะ แต่ไม่เคยถ่ายสวยเลย (555) เอาไว้ถ้า Photo ของมอเปิดอบรม ก็เข้ามาชักชวนกันบ้างนะคะ
ผู้ใดสนใจอยากไปทริปเดินป่าอย่างนี้ เข้าชมได้ที่ http://www.trekkingthai.com/board/show.php?Category=trekking&forum=4&No=97751
เพราะพี่เกรียงไกร นักจัดทริปเดินป่าเชิงการกุศล (แบบว่าได้เที่ยวด้วย ได้ร่วมทำบุญด้วย) มีทริปอีก 3 แห่ง คือ
- น้ำตกทีลอซู ช่วงเดือน พ.ย. (เดินน้อยกว่าตอนที่ผู้เขียนไปเยอะเลย)
- ดอยหลวงเชียงดาว ช่วง พ.ย. เช่นกัน
- และดอยหลวงพะเยา ช่วงเดือน ธ.ค.
ใครสนใจก็อย่าลืมชวนผู้เขียนไปด้วยนะคะ