3วันนี้ทุกท่านได้สนทนาเรื่องที่ค้างคาในจิตใจ ใครฝ่าด่านอะไรมาบ้าง ผมคิดว่าการคุยแบบจับเข่าเขย่าความหลังเช่นนี้ จากคนที่กอบกู้ความดีได้ช่วยให้เราประเทืองปัญญามหาศาล มันไม่ง่ายนักหรอกที่จะมีปรมาจารย์มาสอนงานให้เราถึงถิ่น

 

พบแล้วต้องจากลา.. แทนที่จะไปเฉยๆก็ยังฝังความระลึกถึงให้รำพึงหา คราวก่อนก็ครั้งหนึ่งแล้วยังรำพันถึงกันสม่ำเสมอ เจอกันแล้วแทนที่จะแคล้วคลาย ยังกลับมากระชับใจประชิดคิดกิจกรรมร่วมกันแตกยอดออกไปอีก ไม่แน่นะครับ ต่อไปชาวบล็อกเกอร์อาจจะกลายเป็นผู้สันทัดกรณี หรือเป็นนักก่อการดีในสาขาต่างๆก็ได้ เพราะประสบการณ์ตรงของคนที่คิดค้นหาแนวทางใหม่ ย่อมจะพบอะไรมาไม่มากก็น้อย

<p align="center">   </p><p align="center">” มีกิจกรรมออกกำลังกาย แล้วมาออกกำลังสมอง “</p><p align="justify">การร่วมงานคราวนี้ทุกท่านไม่เร่งรีบเวลา ออตบอกว่าเป็นวันหยุดยาวเลยได้พักแบบสบายๆ ชวนไปเที่ยวไหนก็ไม่ไป เลือกที่จะจับกลุ่มคุยกันแน่นเหนียว ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน เป็นสไตล์ที่เรียบง่ายไม่มากเรื่องแต่งตัวยังไงก็ได้ จะเดินนั่งนอน อยากทำอะไร จะนั่งหน้าจอส่งใจไปหาพันธมิตรเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้ มีอะไรก็แนะนำกันอย่างชื่นมื่น </p><p align="center">   </p><p align="center">" จับคู่ยิ้ม รวมกลุ่มแย้ม "</p><p align="justify">ยิ่งคุยก็เหมือนคุ้ยให้เห็นเรื่องเด็ดๆที่แต่ละท่านสะสมมา ประสบการณ์ท่านนั้นเปรียบเสมือนกรุมหาสมบัติ เป็นสารบัญชีวิตที่ไม่ธรรมดา การได้พบกันเป็นเพียงแค่น้ำย่อยหรือออเดิฟเท่านั้น จะต้องติดห้อยตามไปในG2K.อย่างสม่ำเสมอ แล้วจะเจอสังคมใหม่ที่เราเป็นคนกำหนดวิธีเชื่อมความรู้กันเอง ต่อไปการพบปะกันนอกรอบกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยก็อาจจะเกิดขึ้นตามเหตุและปัจจัยมากขึ้น ผมหมายถึงการยกระดับกิจกรรมพูดคุย ไปเป็นการร่วมทำในบางเรื่องบางประเด็นที่เป็นไปได้ตามความเหมาะสม  </p><p align="center">   </p><p align="center">(ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เจอเด็กพิเศษ และ คนพิเศษจับคู่กับคนพิเศษ)</p><p align="justify">3วันนี้ทุกท่านได้สนทนาเรื่องที่ค้างคาในจิตใจ ใครฝ่าด่านอะไรมาบ้าง ผมคิดว่าการคุยแบบจับเข่าเขย่าความหลังเช่นนี้ จากคนที่กอบกู้ความดีได้ช่วยให้เราประเทืองปัญญามหาศาล มันไม่ง่ายนักหรอกที่จะมีปรมาจารย์มาสอนงานให้เราถึงถิ่น ท่านบางทราย ท่านHandy ท่านเล่าฮูแสวง ท่านสิงห์ป่าสัก ท่านอาจารย์แป๋ว ดร.รสสุคนธ์ ดร.กมลวัลย์ คุณดอกแก้ว พี่องุ่น-ครูเสือ คนหนุ่มรุ่นใหม่ ทั้งสายลมและออตเล้าข้าว โดยเฉพาะครูอ้อยถ้าคุณครูทั้งหลายได้คุยด้วย จะเห็นทิศทางที่จะยกบทบาทตนเองให้มีความก้าวหน้าเป็นนักวิชาการมืออาชีพได้อย่างไร ผมจึงเรียกท่านเหล่านี้ว่ามือชั้นครู เมื่อท่านเหล่านี้มาพบกันในบรรยากาศที่ละวางทุกอย่าง เราเข้าถึงเข้าใจมีอะไรก็ซักถามบัดเดี๋ยวนั้น ท่านก็เมตตาอธิบายผ่องถ่ายความรู้แบบไม่อั้น ผมไม่รู้ว่าจะประเมินคุณค่าด้วยวิธีใด ได้แต่นึกในใจว่าถ้ามีอาจารย์มหาวิทยาลัยออกมาถ่ายเทความรู้ลักษณะนี้ แผ่นดินไทยก็คงจะฟื้นจากความโง่เง่าเต่าตุ่นไปนานแล้ว </p><p align="justify">นับนิ้วดู.. อีกไม่นานเราจะพบกันบนดอยที่โรงเตี๊ยมเมืองเหนือ ก๊วนเราก็คงจะไปเฮกันต่อ ในประเด็นบทบาทและอนาคตของชาวบล็อก ว่าเราจะทำอะไรกันได้บ้าง ผมยังสาละวนอยู่กับการหาวิธีเสียบสายความรู้ที่มีเต็มพุงจอมยุทธบล็อกให้ไหลลื่นออกมา บางเรื่องจำเป็นจะต้องได้รับการแนะนำ  บางเรื่องต้องมีการสอนแบบใกล้ชิด ตรงจุดนี้ยังคิดไม่ออกทำยังไงดี ความรู้ในตัวท่านอาจารย์จึงจะออกมาเป็นเครื่องมือให้เราฝึกฝนเป็นคนทำอะไรๆได้ครบเครื่องเสียที </p><p align="justify">บ่ายวันนี้พี่น้องจะแยกย้ายกันแล้ว หลังจากเติมความสนิทสนมกันให้แน่นหนึบ เสียดายว่าบันทึกนี้ส่งเสียงหัวเราะมาไม่ทัน ไม่อย่างนั้นท่านจะได้ยินเสียงเฮฮาผสมเสียงสะอื้นฮักๆ ฮือๆ.. ของชายหนุ่มที่ตกพุ่มหม้ายทั้งๆยังไม่เคยแต่งงาน คิดแล้วก็น่าเวทนา เรียนก็เก่ง นิสัยก็ดี แต่วาสนาอักเสบ จะแนะนำให้เปลี่ยนหัวข้อวิทยานิพนธ์ก็สายไปเสียแล้ว อิอิ..</p><p align="justify">ข่าวล่ามาเร็ว ทยอยแจ้งเข้ามาแล้ว หลายท่านเดินทางกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ยินดีด้วยกับทุกท่านครับ..เรื่องสืบเนื่องจากกระปุ๋ม</p>