การจะได้ผ้ามาแต่ละผืนนั้นมันยากขนาดไหน......

หลายวันแล้วนะที่ไม่ได้เข้ามา  เพราะว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไร ช่วงนี้เป็นช่วงทำนา พวกเราชาวเกษตรกรก็ทำแต่นา ตอนนี้ที่บ้านก็ทำนาหว่านกัน  เพราะทุกคนบอกกันว่า "มันง่ายดี" สมัยก่อนผู้เฒ่าผู้แก่ พ่อแม่ของพวกเราท่านทำนาแบบดำกันหมด เป็นนาดำกันหมด แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป ความสะดวกสบายเข้ามา เครื่องทุ่นแรงต่างๆก็เข้ามา คนก็เริ่มที่จะเกียจคร้านกันขึ้น  เริ่มที่จะใช้เครื่องมือของต่างชาติกันมากขึ้น คิดแล้วทำให้รู้ว่าเหตุที่คนเราเริ่มที่จะเป็นโรคกันมากขึ้นก็เพราะว่า เรามีเครื่องทุ่นแรงกันนั่นเอง สมัยก่อนคนเฒ่าคนแก่ท่านมีอายุยืนนานก็เพราะว่าท่านทำงาน เหมือนกับการออกกำลังกายไปในตัว แต่ปัจจุบันคนเราเริ่มที่จะเอาความสบายเป็นว่าเล่น นึกแล้วน่าใจหายที่ว่า  ถ้าคนสมัยใหม่คิดที่จะอยู่แบบสะดวกสบายกันแล้ว อนาคตข้างหน้าการทำนา การเป็นอยู่แบบไทยๆนั้นจะมีอยู่ให้เห็นกันบ้างหรือเปล่าน้า........... ไม่อยากให้ภูมิปัญญาที่คนเฒ่าคนแก่ในอดีตท่านสร้างไว้หายไปกับความเจริญก้าวหน้า หายไปกับอิทธิผลของชาวตะวันตก พูดถึงภูมิปัญญาแล้วก็นึกถึงเรื่องที่เคยไปศึกษาในปีที่แล้ว  ก็คือเรื่องการทำผ้าซิ้นแบบเหนือๆ อย่างภาษาเหนือเขาบอกว่า "ก๋ารตอผ้าซิ้น" วันนี้ก็เลยเอาเรื่องนี้มาให้ได้ลองดูกัน......

ผ้าทอมือ นางนราพร แสงเรือน ผ้าทอมือของชาวปาเกอญอ มีหลายชนิดจะมีตั้งแต่เสื้อของพ่อบ้าน จะเป็นสีแดงยาวมาถึงสะโพกใส่กับกางเกงหม้อฮ่อมสีดำหรือสีน้ำเงิน ส่วนเสื้อของแม่บ้านจะมีสีดำและปักด้วยลูกเดือยสีขาว เรียกว่าลูกเดือยหนอน และผ้าถุงจะเป็นสีแดงเข้มหรือสีแดงจางๆ แล้วแต่จะใส่ลวดลายลงไปในเนื้อผ้า สมัยก่อนจะใช้สีธรรมชาติย้อมฝ้ายที่นำมาทอเสื้อ ผ้าถุง ย่าม จะย้อมจากเปลือกไม้ตามป่าที่หามาได้ แต่ปัจจุบันต้องการความรวดเร็วจึงใช้ฝ้ายที่ที่มีสีสันขายตามท้องตลาดนำมาทอได้เลย ส่วนชุดสาวและเด็กผู้หญิงจะเป็นชุดสีขาว ตลอดจนกว่าจะแต่งงานถึงจะใส่ผ้าถุงสีแดงและเสื้อสีดำปักลูกเดือยเป็นชุดของแม่บ้านบุคคลที่ข้าพเจ้านำภูมิปัญญาของท่านมาเสนอ คือ นางแสงคำ สุนาอ้าย อาศัยอยู่บ้านป่างิ้ว บ้านเลขที่ 17/3 หมู่ที่ 4 ตำบลทาเหนือ กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ อายุ 41 ปี มีครอบครัวแล้วอาศัยอยู่ด้วยกัน 8 คน มีบุตรสาว 2 คน บุตรเขย 2 คน และหลานอีก 2 คน อาชีพขายของชำและทอผ้าขาย สถานที่ผลิตจะทอผ้าที่ร้านขายของชำที่อยู่หมู่ที่ 3 บ้านป่าม่วงเพราะเป็นแหล่งชุมชนและเป็นทางผ่านเข้าหมู่บ้านป่างิ้วติดกับถนนภายในหมู่บ้าน สะดวกสบายในการติดต่อซื้อขาย วัสดุที่ใช้ในการผลิตจะมีฝ้ายจำนวนมากและหลายสี เพื่อเลือกใช้ตามความต้องการ อุปกรณ์ในการทอจะมี            1. ราวไม้สำหรับมัดฝ้าย,ด้ายที่ทอติดกับเอว 

2. ที่คาดเอวสำหรับไว้ทอผ้าและสามารถดึงได้  3. ฟืมสำหรับไว้ทอผ้า และสางฝ้าย  4. กระสวยหลอดฝ้ายสำหรับใส่ฝ้ายทอ    5. ฝ้ายที่จะใช้ทอ เช่น ฝ้ายสีแดงทอเสื้อพ่อบ้าน,ผ้าถุง,ย่าม,ฝ้ายสีดำทอเสื้อแม่บ้าน.ฝ้ายสีขาวทอชุดสาว  6. ลูกเดือยสำหรับตกแต่งเสื้อแม่บ้าน  7. ไหมพรหม สำหรับตกแต่งเสื้อและปากย่ามวิธีการผลิต จะเริ่มจากการมัดฝ้ายว่าวันนี้จะทออะไร ถ้าทอเสื้อพ่อบ้านก็ใช้ฝ้ายสีแดง,ผ้าถุง เตรียมฝ้ายสีแดงเป็นสีพื้นและถ้าทอย่ามก็จะใช้ฝ้ายสีฟ้า,สีเขียว,แดง,ขาวแล้วแต่จะใช้สีอะไรและใส่สีลวดลายลงไป ถ้าชุดสาวก็ใช้ฝ้ายสีขาวเป็นสีพื้นระยะเวลาในการทอ    1  ถ้าทอเสื้อพ่อบ้านใช้เวลา 3-4 วัน  2  เสื้อแม่บ้านใช้เวลาทอ 3-4 วันพร้อมใส่ลูกเดือย  3  ชุดสาวใช้เวลาทอ 2-3 วัน  4  ย่ามใช้เวลาในการทอ 1-2 วันจำนวนการผลิต ถ้ามีเวลาจะทอไว้เรื่อยๆ เพราะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวในหมู่บ้านอาทิตย์หนึ่งจะมา 2 ครั้ง จะมาในวันอังคารและวันพฤหัสบดีและจะขายดีด้วยผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย ผ้าถุง,ย่ามและเสื้อแม่บ้าน             รายได้จากการขายผ้าทอมือของนางแสงคำ สุนาอ้าย ส่วนที่ 1 จะนำไปซื้อฝ้ายเพื่อมาทอใช้และจำหน่าย ส่วนที่ 2 จะเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และส่วนที่เหลือจะนำไว้เก็บออมไว้เมื่อยามแก่เฒ่าจากการที่ได้ไปดูภูมิปัญญาของนางแสงคำ สุนาอ้าย จะเป็นภูมิปัญญาที่มีประ-โยชน์มากคือข้อแรกก็คือสามารถนำมาสวมใส่ได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อหรือผ้าถุง เพราะชาวปาเกอญอปัจจุบันจะไม่นิยมสวมใส่ชุดท้องถิ่นกัน จะนิยมใส่ชุดเสื้อผ้าของคนพื้นเมืองเป็นส่วนมากคงจะมีแต่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่จะนิยมใส่กัน ภูมิปัญญานี้ควรจะอนุรักษ์เอาไว้เพื่อสืบทอดภูมิปัญญาที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ <p> หลังจากที่ได้ศึกษาในปีที่แล้วนั้นทำให้รู้ว่า การจะได้ผ้ามาแต่ละผืนนั้นมันยากขนาดไหน……</p>