Guidance- Angel--เทพธิดาผู้เป็นแสงประทีปของครอบครัว

Sasinand
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
เธอเข้าใจและทำใจ ใช้หลักธรรม เมตตาบารมีเข้ามาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว และไม่แพ้โลก กล่าวคือ ไม่ยอมเป็นทุกข์อย่างขาดสติ สามารถดึงใจให้กลับจากความเป็นทุกข์ ให้ดำเนินไปในทางปกติที่สุดได้สำเร็จ ไม่ยอมพ่ายแพ้แก่ชีวิตและแก่โลก

Guidance Angel -- -เทพธิดา ผู้เป็นแสงประทีปของครอบครัว   กำลังเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ของชีวิต   โดยไม่ต้องไปวัด         

          สืบเนื่องมาจากบันทึกของ  คุณ วงศกฤต เกรียงวรกุล

ที่ดิฉันได้อ่านด้วยความเข้าใจ  เห็นใจ  และชื่นชมคุณวงศกฤต อย่างมากที่นำเรื่องนี้ มาเป็นกรณีศึกษา โดยให้เหตุผลว่า  "อยากให้คนไทยเข้าใจและช่วยเหลือผู้ป่วยอัลไซเมอร์"

                  แต่กรณีที่ดิฉันพบเห็นและใกล้ชิดด้วย  3 รายนี้ ไม่เหมือนกับเรื่องของคุณ วงศกฤต

              ·        รายแรก เป็นคุณพ่อของเพื่อนที่ป่วยด้วยโรคนี้ มานานมาก สุดท้าย ต้องอยู่โรงพยาบาล และเสียชีวิต ซึ่งที่น่าแปลกคือ คุณแม่ของเพื่อน ก็เป็นด้วย แต่เริ่มเป็นในช่วงหลังๆ ก่อนคุณพ่อจะเสีย 3 ปี  ลูกๆพยายามใกล้ชิด ดูแลเป็นอย่างดี แต่อาการ ของท่านก็จะเหี่ยวเฉาลงอย่างช้าๆ จนบัดนี้ จำอะไรไม่ได้แล้ว แต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ภายใต้การดูแลของลูกหลานอย่างดียิ่ง              

              สิ่งที่น่าแปลกคือ ทั้งคู่ ไม่มีใครในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้เลย และโรคนี้ ไม่ใช่โรคติดต่อ  แต่ทำไม สามีภรรยา        เป็นกันทั้งคู่เลย โดยเริ่มเป็นเมื่ออายุ 75 ปี  ดิฉันได้เคยไปเยี่ยมท่านบ่อยๆ ในช่วงที่ท่าน ยังพอจำ เพื่อนๆของลูกๆได้       

  •            อีกรายหนึ่ง เป็นสามีของผู้บังคับบัญชาเก่า ที่ดิฉันรักมาก เหมือนพี่สาว  ในช่วงที่ทำงานอยู่ที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ขอสมมุติชื่อเธอว่า พี่ปริมค่ะ 

              ในบรรดาคนที่ดิฉันรู้จักทั่วไป พี่ปริม เป็นคนที่ ใจดีมาก  มีน้ำใจเมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น   มองโลกในแง่ดีเหลือเกิน     คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมก่อนคิดถึงตัวเองเสมอ    เป็นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดจนบัดนี้โดยเฉพาะการเสียสละเพื่อลูกสาว 2 คน และสามี  จนเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วทั้งรัฐวิสาหกิจนี้ ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ไปที่ไหน ก็มีแต่คนรัก คนชอบ ได้สิทธิพิเศษต่างๆนานา โดยผู้คนเหล่านั้น  จะเต็มใจช่วยเหลือเธอเอง ซึ่งเรื่องนี้ เป็นบุญเฉพาะตัวจริงๆ                 

                แต่สิ่งที่ทุกคนต้องประหลาดใจ และอยากทราบจริงๆว่า

                กรรมอะไรที่กำลังส่งผลให้เธอตอนนี้ คือ เธอ ต้องดูแลและเฝ้าดูสามีที่กำลังป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ด้วยความร้าวรานใจอย่างบรรยายไม่ถูก 7 ปีมาแล้ว โดยที่ประวัติ ก็ไม่มีใครในครอบครัวเป็นโรคนี้   การศึกษาดี  เป็นวิศวกรระดับผู้อำนวยการ เคยได้รับการผ่าตัดสมองแล้ว 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เริ่มเป็นครั้งแรก อายุ71 ปี ดิฉันไปเยี่ยมให้กำลังใจเธอเสมอ ไม่ว่างก็โทรศัพท์ไป แต่เธอไม่เคยแสดงความเบื่อหน่ายที่จะดูแล จะมีอยู่ครั้งเดียว ที่เธอบอกว่า พี่เครียดนะ   ดิฉันฟังแล้วใจหายจริงๆ                  

                 แพทย์แจ้งแก่เธอว่า ในสมองของสามี มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า พลัค-- plaque และเส้นใยประสาทพันกัน โดยเกิดขึ้นในช่องว่างระหว่างเซลล์ประสาท                   การบำบัดที่น่าสนใจและดูว่าได้ผลคือ แพทย์ให้ใช้เสียงดนตรีและการเล่นสับไพ่ที่เป็นสีๆ มาช่วย ปรากฏว่า สามีเธอต่อเนื้อร้องเพลง บัวขาวได้จนจบ ตอนนี้กำลังต่อเพลงอื่นๆอยู่  ส่วนเรื่องไพ่ ก็วางเรียงได้ แต่ยังสลับไม่ได้ 

               บางครั้งจำเหตุการณ์เก่าแก่ได้ แต่จำคนในครอบครัวไม่ได้ ส่วนเรื่องยา แพทย์ให้ยากันชัก เพราะมีอาการชักบ่อย และยาที่ใช้รักษาโรคพาร์กินสันด้วย ซึ่งเลยกลายเป็นง่วงนอนทั้งวัน จนต้องปลุก  มีคนแนะนำให้กินแปะก๊วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ คนเราใช้ประโยชน์จากพืชที่มีความเก่าแก่ ว่ากันว่า เก่าแก่ก่อนยุคไดโนเสาร์ด้วยซ้ำ                     

                 สิ่งที่ดิฉันคิดว่า พี่ปริมซาบซึ้งมากที่สุดตอนนี้ คือ ซาบซึ้งการเข้าถึงสัจธรรมด้วยตนเอง   ว่า ผู้ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์  ต้องรับศึกหนักมาก  เพราะจะต้องพยาบาลอย่างเต็มตัว เต็มเวลา โดยแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวเลยแม้แต่น้อยนั่นเอง   

                   แต่อย่างไรก็ตาม   เธอเข้าใจและทำใจ  ใช้หลักธรรม เมตตาบารมีเข้ามาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว และไม่แพ้โลก  ไม่แพ้ชีวิต  และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ข้อพิสูจน์ ของคำว่า "รักแท้ " และ " คู่ชีวิต"

                  กล่าวคือ ไม่ยอมเป็นทุกข์อย่างขาดสติ  สามารถดึงใจให้กลับจากความเป็นทุกข์  ให้ดำเนินไปในทางปกติที่สุดได้สำเร็จ  ไม่ยอมพ่ายแพ้แก่ชีวิตและแก่โลก  ปัจจุบันเธอสดชื่น   ยิ้มแย้มแจ่มใสได้ เป็นปกติดี  ยังมีอารมณ์ขันด้วยซ้ำ

                        สัจธรรมที่เธอได้ค้นพบด้วยตนเอง ทำให้เกิดปัญญา ไม่ยินดีในเพราะสุข   ไม่ยินร้ายในเพราะทุกข์นั้นๆ    สามารถอยู่ได้อย่างใจสงบ  มีความสุขได้ตามควร  นับถือเธอจริงๆค่ะ

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Good Living



ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
เขียนเมื่อ 

             มีข่าวว่า
 ตุ๊กตาอาจช่วยให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางรายยอมโต้ตอบและสื่อสารกับคนอื่นอีกครั้ง รวมถึงช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าหรือกระวนกระวาย

นักวิจัยของโรงพยาบาลนิวคาสเซิลเริ่มต้นศึกษาประโยชน์จากตุ๊กตา หลังจากเห็นคนไข้คนหนึ่งผูกพันกับตุ๊กตาหมีที่ลูกชายเอามาให้ นอกจากนั้น นักวิจัยยังพบว่า ของเล่นทำให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีเรื่องที่จะไปคุยกับคนอื่น

ทั้งนี้ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อาจสูญเสียความสามารถในการแสดงอารมณ์ การเข้าสังคม และสติปัญญา อย่างไรก็ดี มีหลักฐานเล็กๆ น้อยๆ บ่งชี้ว่า ผู้ป่วยอาจมีปฏิกิริยาโต้ตอบหรือเอาใจใส่บางสิ่งที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของหรือมีความรับผิดชอบในการดูแล

ขณะเดียวกัน ดูเหมือนตุ๊กตาจะช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าหรือกระวนกระวาย รวมถึงทำลายอุปสรรคขัดขวางการสื่อสาร บางครั้งมีการใช้ตุ๊กตาเพื่อกระตุ้นความทรงจำในอดีต เช่น การได้รับตุ๊กตาเป็นของขวัญจากพ่อแม่สมัยเด็กๆ

ในการศึกษากลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก คนไข้ 14 คนในสถานพักฟื้นได้รับแจกตุ๊กตาหรือตุ๊กตาหมี และถูกประเมินผลภายใน 12 สัปดาห์

เมื่อครบกำหนด นักวิจัยพบว่าคนไข้เหล่านี้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเจ้าหน้าที่และคนไข้อื่นๆ ดีขึ้น ทั้งที่บางคนในจำนวนนี้ไม่เคยพูดกับคนอื่นมาก่อนเลย

ดร.เอียน เจมส์ ผู้ทำการวิจัยระบุว่า แม้ตุ๊กตาไม่อาจช่วยรักษาอาการสมองเสื่อม แต่ก็ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น นอกจากนั้น เขายังหวังว่า นักวิจัยอื่นๆ จะนำเทคนิคนี้ไปขยายผลต่อไป โดยในส่วนของโรงพยาบาลนิวคาสเซิลนั้น ได้แจกตุ๊กตาหรือตุ๊กตาหมีให้ผู้ป่วยสมองเสื่อม 50 คนเพื่อเก็บข้อมูลสำหรับการวิจัยเพิ่มเติม

คลิฟ เอเวอร์ส ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลของอัลไซเมอร์ส โซไซตี้ ขานรับว่างานวิจัยนี้สะท้อนความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยที่มีอาการสมองเสื่อมทุกระดับด้วยกิจกรรมที่มีความหมาย เช่น การบำบัดด้วยการกระตุ้นความทรงจำและความผูกพัน ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ดีในการสร้างการเชื่อมโยงกับผู้ที่มีอาการสมองเสื่อมขั้นรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ดร.เอเวอร์สชี้ว่า การใช้ตุ๊กตาอาจไม่ได้ผลกับคนไข้อัลไซเมอร์ทั้งหมด ดังนั้น สถานพยาบาลควรพยายามคิดหากิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับคนไข้แต่ละราย



วิภา
IP: xxx.121.141.139
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

บันทึกนี้ มีการนำเสนอได้ดี รูปประกอบก็สวยและเข้ากับเนื้อเรื่อง ทำให้เรื่องไม่หนักจนเกินไปค่ะ ทั้งๆที่ เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก

แต่อ่านแล้วได้ความรู้ดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

แวะมาขอบคุณครับ

กลอนธรรมดา ๆ ที่ผมแต่งขึ้น.. ได้ภาพที่มีความหมายมาประกอบ  ช่วยให้ความและคำดูดีขึ้นก่ายกองเลยทีเดียวครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่

P
อ่านเรื่องราวของผู้ป่วยอัลไซ้เมอร์แล้ว น่ากลัวค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ขี้ลืมมากค่ะ ... แต่ก็ทำให้เห็นสัจจธรรม คือ เรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งตอนนี้เห็นและเข้าใจมากเลยค่ะ เพราะแก่แล้วค่ะ
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
Ajarn Dr. POP
สวัสดีค่ะ

อาจารย์ 

 ดีใจที่อาจารย์กรุณาให้ข้อคิดเห็น ในเรื่องโรคนี้ค่ะ  ปัญหาเรื่องความจำและการรับรู้  ทีมทางการแพทย์ก็ต้องให้การฟื้นฟูสมรรถภาพการรับรู้และความรู้ความเข้าใจ หรือ Perceptual-cognitive rehabilitationอย่างไรก็ตาม "ความรักและความห่วงใย" ที่พอเหมาะ ไม่ดูแลมากจนเกินไปจนทำให้ผู้ป่วยขาดอิสระในการพัฒนาทักษะชีวิตด้วยตนเอง   

ได้โทรไปบอกพี่ปริม ตามที่อาจารย์บอกแล้วค่ะตอนนี้ แพทย์ลดยากันชัก จาก 3 เม็ด/วัน เป็น 2 เม็ด/วันถ้าให้ 3 เม็ด จะหลับทั้งวัน แต่ถ้าเม็ดเดียว จะชัก

ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะร้องเพลงได้ เดินไปไหนได้ โดยมีผู้ช่วยพยาบาลประกบตลอด แต่เดินดีขึ้น  พยายามให้ผู้ป่วย ได้มีโอกาสพัฒนาทักษะต่างๆ  ได้ด้วยตัวเอง

สรุป ตอนนี้ ดีขึ้นมากค่ะ
เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะอาจารย์
กลับจากไปบ้านท่านครูบาฯ ได้พักผ่อนหน่อยนะคะ อ่านเรื่อง และเห็นภาพแล้ว  น่าสนุกและน่าประทับใจมากค่ะ
 เรื่องที่เล่านี้ จะหนักหน่อยค่ะ แต่เป็นความจริงที่น่าระวังค่ะแต่อีกมุมหนึ่ง พี่ประทับใจพี่ปริมมากจริงๆ หายากค่ะ ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคเลย มีความหวังตลอด    เป็นคู่บุญ คู่กรรมจริงๆค่ะ  ผิดกับบางคู่ที่ทนเรื่องแบบนี้ไม่ได้   ก็ทิ้งกันไปค่ะเรื่องที่เล่าทั้งสองเรื่อง ไม่ใช่พันธุกรรมนะคะ 
ทำไมเซลล์ประสาท อยู่ๆก็เสื่อมไป และก็ฝ่อไปเรื่อยๆก็ไม่ทราบได้ค่ะ ปัญหา มีอยู่ว่า มนุษย์เรา ไม่สามารถสร้างเซลล์ประสาทมาชดเชยได้ค่ะ

สิ่งที่ทำให้เซลล์ประสาทเสื่อมสภาพ  ตามที่ศึกษามาคือ  

 สารเคมีที่เชื่อมเซลล์ประสาทเข้าด้วยกัน ในคนที่เป็นโรคสมองฝ่อ สารเคมีนี้ จะลดลงค่ะ

แต่เราก็อย่าไปกังวลเกินกว่าเหตุเลยค่ะ  

 มีเหตุอันเชื่อได้ว่า ถ้าเรา ฝึกสมองเป็นประจำ  จะช่วยสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทได้ดีขึ้น   ทำให้ลืมช้าลงค่ะ
เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะ
ดีใจและขอบคุณที่แวะเข้ามาค่ะและให้กำลังใจพี่ปริมด้วยค่ะ ว่า ถ้าทุกคนทำได้อย่างเธอผู้นี้  คือ  ไม่ยอมพ่ายแพ้แก่ชีวิตและแก่โลก" ได้ก็ดีนะค่ะ...อะไรๆ ที่แย่ๆ ก็คงจะดีขึ้น
 มีการวิจัยใหม่ๆหลายอย่างที่อ้างว่า สามารถชะลอโรคนี้ได้ค่ะเช่น พบฮอร์โมนเอสโตรเจนในน้ำมะพร้าวอ่อนชะลอโรคอัลไซเมอร์
 หากการศึกษาวิจัยประสบความสำเร็จจริง จะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่มะพร้าว  และจะทำให้ชาวสวนมะพร้าวมีรายได้ดีขึ้น  อีกทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่เกษตรกรรมไทยโดยเฉพาะผู้ปลูกมะพร้าวซึ่งเป็นพืชทางการเกษตรของภาคใต้ ค่ะ   
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
Dan 
 

  สวัสดีค่ะ

คุณ Dan ถามว่า  ทำไงถึงจะทราบว่า ใครเป็นโรคนี้ล่ะครับ  แต่เนิ่นๆ
เรื่องนี้ ดิฉันขอคัดลอกบทความจาก    เรื่องโรคอัลไซเมอร์  -ของ web site    http://www.thaihealth.or.th/

ผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองช้าๆ จนเมื่อสมองเสียหายอย่างมาก จะเริ่มลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น สูญเสียความสามารถที่ตนเองเคยมีเคยทำได้ อารมณ์เกรี้ยวกราด พูดจาหยาบคาย อาละวาด ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

โรคสมองเสื่อมพบได้ในคนทุกวัย แต่พบบ่อยในคนสูงอายุเกิน 60 ปี ประเทศทางตะวันตกพบสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่พบว่าผู้ป่วยอัลไซเมอร์เกิดจากการสะสมของโปรตีนในสมองผิดปกติ ไม่รู้ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความผิดปกติจนร่างกายต้องพยายามกำจัดโปรตีนนี้ ทำให้เนื้อสมองถูกทำลาย ส่งผลต่อความจำ สูญเสียความสามารถกระทบต่อการใช้ชีวิต ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นด้วย
สาเหตุหนึ่งของภาวะสมองเสื่อมเกิดจากหลอดเลือดสมองทำงานผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตสูง มีระดับไขมันในเลือดสูง และสมองขาดการทำงานอย่างสม่ำเสมอที่มา  เรียบเรียง : Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลจาก :  มติชน

  
โรค อัลไซเมอร์ โรคที่จำให้คุณมีความจำสั้นลง จริงหรือ ???....
                    คนเราพออายุมากขึ้น อวัยวะ  ต่าง ๆ ที่เคยใช้งานอยู่ดี ๆ ก็เริ่มเสื่อมสภาพลง สมองก็เช่นเดียวกันเสื่อมลงเมื่อใด หน่วยความจำเสียไป ก็อาจทำให้เกิดอาการหลง ๆ ลืม ตามมา                                                                
                                 
   พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน หน่วยเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ภาควิชาอายุรศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
ในฐานะนายกสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมประเทศไทย บอกว่า ภาวะสมองเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ การขาดสารอาหาร การติดเชื้อในสมอง โรคหลอดเลือดสมอง การแปรปรวนของระบบเมตาบอลิก การได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง แต่สาเหตุที่พบมากเป็นอันดับหนึ่ง คือ โรคอัลไซเมอร์ พบได้ถึง 50-60% โรคนี้เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด อาการของโรค จะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเซลล์ประสาทส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ ความคิดจะเสื่อมลงหรือตายไปก่อน    
            
 โรคอัลไซ เมอร์ เกิดจากการตายของเซลล์ประสาทที่ไม่มีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้การทำงานของสมองค่อย ๆ เสื่อมลง จากตัวเลขงานวิจัยในต่างประเทศ พบผู้ป่วยสมองเสื่อม 1% ในผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี โดยจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทุก ๆ 5 ปี  คือเพิ่มขึ้นเป็น 2% 4% 8% ในกลุ่มผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 70 และ 75  ปี     
            
  อาการโดยทั่วไปของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ จะมีความบกพร่องในด้านต่าง ๆ 3 ด้าน ได้แก่ ความบกพร่องด้านความจำ ความคิด และการใช้เหตุผล เช่น หลงลืมสิ่งของที่ใช้ประจำ นึกคำหรือประโยคที่จะพูด ไม่ออก สับสนเรื่องวัน เวลาและสถานที่ 
 จำบุคคลที่เคยรู้จักหรือคุ้นเคยไม่ได้ ความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว หวาดระแวง ซึมเศร้า บางรายอาจมีการหลงผิดหรือเห็นภาพหลอน ส่วนความบกพร่องในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านได้อย่างเหมาะสม ไม่สามารถเดินทางไปยังสถานที่ที่คุ้นเคย หรือไม่สามารถทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกได้เหมือนเดิม      
          
  การวินิจฉัยจะดูจากประวัติการลืมและความผิดปกติอื่น ๆ ในผู้ป่วยระยะปานกลางถึงรุนแรง มีอาการเป็นมากชัดเจนก็อาจจะให้การวินิจฉัยได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นระยะแรกเริ่มอาจต้องติดตามดูอาการผู้ป่วยไปสักระยะหนึ่งก่อน ร่วมกับการตรวจเอกซเรย์พิเศษที่ดูการใช้ออกซิเจนและการใช้พลังงานของสมอง 
 หากตรวจพบว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ แม้จะไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่สามารถให้ยาช่วยเพื่อช่วยชะลอการสูญเสียความจำของผู้ป่วยให้ช้าลง ให้สามารถดูแลตนเองและทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้. 
ที่มา  เรียบเรียง : Team Content www.thaihealth.or.thข้อมูลจาก :  น.ส.พ.เดลินิวส์
เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
วิภา
สวัสดีค่ะ
คุณวิภาบอกว่า  บันทึกนี้ มีการนำเสนอได้ดี
  ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยี่ยม และชม หวังว่า คงได้ประโยชน์จากกรณีศึกษานี้บ้างนะคะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ
คุณพี่
sasinanda


กระผม
เดินทาง (ไปคนเดียวครับ)ไปหลายจังหวัดบ่อย..
และขอขอบพระคุณที่ เป็นห่วงครับ..

นี่คือ เรื่องจริงที่.. ในวันที่ 26 ก.ค.50 นั้น
กระผม ประสบอุบัติเหตุ รถตกภูเขา ที่ จ.ชัยภูมิ (ในป่า) แถว.ที่เป็นภูเขาชันๆโค้งๆ

.. ปาฏิหารย์ ครับ .. อาจเป็นเพราะบุญ และคุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง.. และการคิดดี ทำดี ที่ผ่านมา การแผ่เมตตาต่อ สรรพสิ่ง

ทำให้ กระผม ไม่มี บาดแผลแม้แต่เล็กน้อย..

- สภาพรถ ..ประตูเปิดไม่ได้ทุกบาน (ตัวถัง GOA เอาไม่อยู่) เหลือแต่ประตูคนขับที่เปิดได้ แล้วลงมาได้อย่างปลอดภัย
- กระจกแตกละเอียดทุกบาน ยกเว้น กระจกหน้าที่เป็นแบบสองชั้น ร้าวไม่แตกลงมา
- ยางแตก 1เส้นล้อหน้า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ค่อยอยากนึกถึงและเล่าเท่าใดนัก..
/ คือ ถนนเส้นดังกล่าว เป็น 2 เลนส์ รถสวนกันได้ เวลา แซงต้องระวัง
- แล้ว มี กระบะ วีโก้ คัน หนึ่ง แซงมา เข้ามาในเลนส์กระผมแล้วไม่ยอม คืนสู่เลนส์ของเขาดังปกติ (ทั้งที่เปิดไฟเตือน และบีบแตร และเขาแซงพ้นแล้ว) ไม่ว่าจะด้วยเหตุอันใดก็ตามแต่.. แต่ กระผมก็เบรก ตัวโก่ง และด้วย การที่รถคันดังกล่าว ยกสูงเสียน่ากลัวที่ เวลาประสานงา..แล้ว กระผมจะต้องกระเด็นไปไกล และเจ็บหนักแน่..
- แม้จะบีบแตร แล้ว เปิดไปสูงเตือนแล้ว (กลางวันนะนี่) และถึงขนาด เขยิบ หลบ ไปทางซ้ายมือเพื่อให้เขา เบี่ยงแซงกลับเลนส์เขาได้ เขาก็ไม่มีทีท่าว่างจะ หลบกลับเข้าเลนส์เขาเลย..
- เหตุการณ์ ไม่คาดฝัน ก็ เกิดขึ้น.. คือ จากการที่ เบี่ยงเลนส์ หลบ และหลบมากขึ้นอีกทำให้ "รถ ตกลงไป ข้างทาง" ที่เป็นภูเขา ชัน 45 องศา .. ด้วยความเร็วรถ ที่สูงพอสมควร
- รถฟาดกับต้นไม้ ระเนระนาด ตีปัดไป ปัดมา เป็นดังพินบอล ซึ่งตอนลงไปนั้น พยายามหักพวงมาลัยขึ้นมา แต่ ก็ ไม่ไหว เพราะเป็นเก๋งธรรมดาไม่ใช่ออฟโรด.. คิดในใจ แล้วภาวนา ถึงคุณพระคุณเจ้า และเจ้ารถของกระผมว่า.."ขอผมไปสบายเถอะ ไม่อยากเจ็บและทรมานในป่านะ"
- แต่ แล้ว ด้วยความที่ รถของผมมันรักผมมาก "จากคำวิจารณ์ของอู่ซ่อมรถ และพนักงานเคลมประกัน" ที่เขาบอกกันว่า เจ้ารถคันนี้มันรักนายมันมากนะ ยอมขนาดนี้ แต่ไม่ให้เจ้าของเป็นอะไรเลย.. และชาวบ้านแถบนั้น ก็บอกอีกว่า.. รถยุโรป หรือ รถใหญ่แค่ไหนก็ตามที่ได้ตกแบบนี้ ไม่มีใครหรอกที่ เดินขึ้นมาได้หน้าตาเฉย ส่วนใหญ่ ต้อง เสียชีวิตคาที่ หรือไม่ก็ รอช่างใช้เหล็กตัดถ่างช่วยออกมา

มาถึงตอนนี้... กระผม ก็ เข้าถึงสัจจธรรมอีก นิดครับ..
ว่า.. ควรคิดดี ทำดี และไม่เบียดเบียนผู้อื่น เห็นผู้อื่นเดือนร้อน ก็ ควรหยิบยื่นมือช่วยเหลือ อย่างเหมาะสม

เพราะเรามีชีวิต และมีความสุขอย่างไร ก็ ขึ้นอยู่กับเรากำหนดตัวเราเอง.. เรื่องบุญเรื่องกรรม ถึงแม้ จะไม่เท่ากัน..แต่เรา ทำบุญ แผ่เมตตา ได้ โดยไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทน..

และนั่น อาจ เป็นสิ่งที่ ทำให้ กระผมมีชีวิต รอดกลับมาได้ อย่างปาฏิหารย์ @N

ขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะคุณพนัสคะ

กลอนดี มีรูปประกอบที่เข้ากัน  ก็ดูดี กว่า จะมีอะไรแค่อย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ

โรคขี้หลงขี้ลืมนี่ ป้องกันได้ไหมครับ
ผมนี่ขี้ลืมตัวสำคัญ
          วันหนึ่งขี่รถเครื่องส่งภรรยาไปตลาด พอภรรยาโดดลงรถไปแล้ว ผมก็เลยไปซื้อหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ ขี่รถวนกลับมานั่งอ่านที่บ้าน ลืมครับ... ลืมภรรยาไว้ที่ตลาด นึกขึ้นได้ใจหาย... ตายแน่เราคราวนี้ รีบบึงรถกลับไปรับ พอรถถึงหน้าตลาด เธอก็เดินรี่เข้ามาหา
          "พ่อทำไมกะเวลาได้พอดี แม่กำลังเดินออกมานี่แหละ"
          รอดตัวครับ...
          นึกไม่ออกจนบัดนี้ว่า ถ้า...!!!... เราจะตกอยู่ในสภาพใด (หน้าตลาดสดนะครับ)
          ปัจจุบันนี้ (แม้จะนั่งทานข้าวอยู่ก็เถอะ) นึกอะไรขึ้นได้ต้องรีบไปทำไว้ก่อน ไม่งั้น ลืมครับ.

เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะอ่านด้วยความตื่นเต้น และปาฏิหาริย์มากๆที่รอดมาได้อย่างไม่เป็นอะไรเลย  ทำให้ กระผม ไม่มี บาดแผลแม้แต่เล็กน้อย.

. พระคุ้มครองจริงๆค่ะ  ต้องเรียกขวัญกันหน่อยแล้วนะคะ หมดทุกข์ หมดโศกแล้วนะคะ แต่คิดว่า ไปไหนไกลๆคนเดียวแบบนี้ ต้องระวังให้มากๆ บางทีการเดินทางแบบอื่นก็ช่วยได้ อาจไม่สะดวกเท่า แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่าใด คงต้องซ่อมรถไปอีกหลายเงินเลย แต่อยู้กรุงเทพ ค่อนข้างสะดวกค่ะ ทางเลือกมาก

 

ปาฏิหารย์ ครับ .. อาจเป็นเพราะบุญ และคุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง.. และการคิดดี ทำดี ที่ผ่านมา การแผ่เมตตาต่อ สรรพสิ่ง

พี่มีความรู้สึกภูมิใจและดีใจที่ได้รูจักกับคนดีๆเช่นคุณนิรันดร์ค่ะ แม้เราจะยังไม่เคยเห็นหน้ากันก็ตาม

คนเราต้องเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม และ คนดีพระคุ้มครองค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

คุณพี่ P sasinanda

ขอบพระคุณสำหรับ .. คำแนะนำใน หลาย ๆ ด้านครับ.. ซึ่ง คุณพี่ได้แนะนำกระผมตั้งแต่ ก่อนเกิด อุบัติเหตุ .. และรวมถึง การตั้งสมาธิ และคำแนะนำอีกมากมาย ครับ..

กระผมดีใจยิ่งที่ ได้มีโอกาสได้รับคำแนะนำดี ๆ ครับ

ปล. พระท่านคุ้ม จริง ๆครับ (ตอนนั้นเพิ่งออกจากปั้ม) ขับความเร็ว 120 km/h. ตกภูเขาลงไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย (นิสัยไม่ดีลืมได้ไง ><" ตำรวจอย่ามาเปรียบเทียบปรับในนี้ หนา)

เหมือนเกิดใหม่จริง ๆ ครับ

ขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีอีกทีค่ะ
มัวแต่ตื่นเต้น มือเลยกด up loadขึ้นไป ยังพูด ไม่จบค่ะ
กระผม ก็ เข้าถึงสัจจธรรมอีก นิดครับ....
ว่า.. ควรคิดดี ทำดี และไม่เบียดเบียนผู้อื่น เห็นผู้อื่นเดือนร้อน ก็ ควรหยิบยื่นมือช่วยเหลือ อย่างเหมาะสม

เพราะเรามีชีวิต และมีความสุขอย่างไร ก็ ขึ้นอยู่กับเรากำหนดตัวเราเอง.. เรื่องบุญเรื่องกรรม ถึงแม้ จะไม่เท่ากัน..แต่เรา ทำบุญ แผ่เมตตา ได้ โดยไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทน..

และนั่น อาจ เป็นสิ่งที่ ทำให้ กระผมมีชีวิต รอดกลับมาได้ อย่างปาฏิหารย์ @N
คนเราไม่ถึงที่ตาย ไม่วายชีวาวาตย์ค่ะ
"รถ ตกลงไป ข้างทาง" ที่เป็นภูเขา ชัน 45 องศา .. ด้วยความเร็วรถ ที่สูงพอสมควร

เดินขึ้นมาได้หน้าตาเฉย ส่วนใหญ่ ต้อง เสียชีวิตคาที่ หรือไม่ก็ รอช่างใช้เหล็กตัดถ่างช่วยออกมา

 

 ไม่เป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก ต้องทำบุญทำทานต่อนะคะ ไปที่วัดไหนก็ได้ค่ะ
คงขออนุญาต แนะนำให้ฝึกสติด้วย  ทุกเวลา เป็นการเพิ่มการตื่นตัวภายใน ให้มีพลังกล้าแข็งขึ้นด้วย คนเรา เวลาเดินทางไปไหนคนเดียว พอเงียบๆ อาจมีง่วงบ้าง ถ้า ขับไปสัก 2ช.ม. น่าจะหยุดพักที่ปั๊มน้ำมันสักครู่ และถ้ามืดค่ำ ไม่ควรขับรถไกลๆ ทัศนวิสัยไม่ดีค่ะ
เป็นห่วงค่ะ ช่วงนี้พักหน่อยดีกว่า
ถ้าพุดตามดวงโหราศาสตร์ เขาว่า ดวงอาจค่อนข้างอ่อนหน่อย รอตั้งหลักอีกพัก ถ้าจำเป็นไปรถทัวร์ดีกว่าค่ะ
Ajarn POP
IP: xxx.113.37.11
เขียนเมื่อ 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสามีคุณปริมครับ

เท่าที่อ่านจากบันทึกและผลการรักษาคืบหน้า

การให้ยาเพื่อบำรุงเซลล์ประสาท หรือ ชะลออาการเสื่อมของเซลล์ประสาท ยังคงจำเป็นต้องให้ในระยะยาว แต่ปรับขนาดของยาให้ลดลงได้ครับ

การฟื้นฟูสมรรถภาพของการรับรู้และความรู้ความเข้าใจ ยังหาผู้เชี่ยวชาญในเมืองไทยค่อนข้างยาก หากต้องการทราบโปรแกรมเพิ่มเติม อาจจะต้องมีการประเมินกิจกรรมบำบัดด้านการรับรู้และความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมครับ ถ้าว่างอาจติดต่อผมที่คลินิกกิจกรรมบำบัดมหิดลได้ โทร 08-522-40707

จริงๆ แล้ว กิจกรรมการรักษาในระยะที่สามีของคุณปริมสามารถรับรู้และสื่อสารในเหตุการณ์ต่างๆ ได้ ถือว่าน่าจะมีระบบการวางแผนและการตัดสินใจทำกิจกรรมต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง ควรมีการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการคิดและตัดสินใจในการทำกิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน พร้อมๆกับ การหากิจกรรมที่ท้าทายให้จดจำและสื่อสารอย่างสร้างสรรค์และเกิดความสุขใจด้วยครับ

ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมการทานข้าวกับครอบครัว แบบช่วยกันทำและช่วยกันทาน อาจให้สามีของคุณปริมริเริ่มเมนูที่น่าสนใจ แล้วค่อยๆ นึกรายการที่จะให้ใครไปซื้อ หรือ จะต้องทำครัวอย่างไร ให้เค้ามีส่วนร่วมในขั้นตอนง่ายๆ หรือในขั้นตอนที่อยากลองทำ จนถึงขั้นตอนสุดท้ายของการรับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุข เพียงแค่กิจกรรมเดียวก็ทำให้เกิดแรงจูงใจและพัฒนาระบบประสาทการเคลื่อนไหวที่มีความหมายครับ  

 ไม่ทราบว่าปัจจัยส่งเสริมจะเกี่ยวกับการไม่มีใครคุยด้วยรึเปล่านะคะ เพราะที่เคยพบผู้สูงอายุที่หลงลืมบ่อยๆ เป็นด้วยไม่ค่อยมีเพื่อนคุย ไม่มีคนดูแลใกล้ชิดน่ะค่ะ

เขียนเมื่อ 
P

 
สวัสดีค่ะ
โอ้โฮ!!!!ขนาดลืมภรรยาเลยนะคะ  น่าน้อยใจจริง
ช่วงที่เราอายุมากขึ้นสมองจะทำงานลดน้อยถอยลงบ้างค่ะ เพราะเซลล์ประสาทจะมีจำนวนน้อยลงคนอายุ62-100ปี  ความสามารถในการ เคลื่อนย้ายข้อมูลใหม่ๆ   ไปยังหน่วยความจำระยะยาว  จะน้อยลงค่ะ
แต่คนเราจะแก่ไม่เท่ากันนะคะบางคนสังขารแก่
 แต่ปัญญายังเฉียบแหลมค่ะ คงอยู่ที่ว่า สมอง ได้รับการกระตุ้นบ่อย มาก น้อย และต่อเนื่อง แค่ไหนค่ะการจดบันทึกความจำ ก็จะช่วยได้มาก
ได้อ่านพบวิธีป้องกันบ้าง  ค่ะ
ไม่สูบบุหรี่
ไม่ให้ความดันสูง
ลดโคเรสเตอรอล
รักษาโรคหัวใจและเบาหวาน
บำรุงร่างกายให้แข็งแรง
กินอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกายพอเหมาะ
ระวังยาบางอย่างที่ทำให้ความจำสูญเสียไป เช่น ยานอนหลับ และยากล่อมประสาทเป็นต้น

มีความผิดปกติที่สุขภาพ  ต้องรีบไปหาแพทย์ค่ะ

ทีหลังอย่าลืมภรรยานะคะ ขอร้องค่ะ

ที่บ้านต้องดูแลแม่สามีที่มีอาการสมองเสื่อมค่ะ    อ่านแล้วทำให้เข้าใจและอดทนมากขึ้นค่ะ

เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 
อ่านแล้วก็เห็นใจผู้ป่วยทุกท่านค่ะ

คุณแม่เป็นพาร์คินสัน ดูเหมือนจะเบากว่าอัลไซเมอร์ แต่ไม่มีโรคดีที่สุดค่ะ พาร์คินสัน ยังมีความจำอยู่ จำคนได้ คิดได้ตลอด แต่ประสาทสั่งการ การเคลื่อนไหวจะช้า เช่น มือสั่น เดินช้า อาจจะคมำไปข้างหน้า เพราะสมองสั่งแต่ขาก้าวไม่ไป หน้าก็คมำไปก่อน ทรมานในเรื่องจิตใจที่ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ดังก่อน จึงพ่วงโรคซึมเศร้าเข้าไปด้วย เวลากินข้าว ปากจะอ้าค้างรอมือที่ถือช้อนส่งเข้าปาก เห็นแล้วทรมานใจแทนแม่มาก บางครั้งต้องใจแข็งให้เขาช่าวยเหลือตัวเองให้ได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะขาดการเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง  และถ้าอาการหนักก็จะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สังขารจะเสื่อมไปเรื่อยๆ ในท้ายที่สุด  แม่เพื่อนในรุ่นเดียวกันเป็นโรคนี้เช่นกัน คุยกันแล้วก็ร้องไห้ ทำให้ดีที่สุดค่ะ

โชคดีที่มีพี่เลี้ยงคอยดูแล ทุกวันนี้จะไปหาหลังเลิกงานทุกวัน ไปคุยกับแม่บ้าง พาอาบน้ำ หรือไม่ก็ทำอาหารอร่อยๆ ให้กินในวันหยุด

คาดว่าคนจะเป็นโรคนี้มากขึ้น และรักษาไม่ได้ ต้องกินยาเลี้ยงไปตลอดชีวิตค่ะ
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
Ajarn POP

สวัสดีค่ะ
 ขอบอกว่า ประทับใจ

อาจารย์  Ajarn POP   จริงๆค่ะ ที่เป็นห่วง เข้ามาอ่านและให้ข้อแนะนำดีไว้อีกรอบหนึ่ง

การให้ยาเพื่อบำรุงเซลล์ประสาท หรือ ชะลออาการเสื่อมของเซลล์ประสาท ยังคงจำเป็นต้องให้ในระยะยาว

 ค่ะ ตอนนี้ ขาดยาไม่ได้ จะมีอาการไม่ดีทันทีค่ะ
ควรมีการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการคิดและตัดสินใจในการทำกิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน พร้อมๆกับ การหากิจกรรมที่ท้าทายให้จดจำ
ตอนนี้ ก็มีเรื่องการร้องเพลง วางไพ่ แจกไพ่ นับสตางค์ และใส่ถุง   และต่อจิ๊กซอว์ง่ายๆค่ะต่อไปจะต่อและวาด ภาพเรขาคณิตค่ะการรับรู้ดีขึ้น  บอกลูกสาว ได้ว่า ระวังถอยชนเสาโรงรถ   แต่จำลูกสาวและภรรยาไม่ได้เลยค่ะ
จะบอกให้พี่ปริม ลองชวนทำอาหารดูค่ะ ต้องค่อยๆ กลัวจะหงุดหงิดค่ะช่วงนี้ เดินดีขึ้น  แต่ก็ปล่อยไม่ได้ค่ะขอขอบคุณอาจารย์มากค่ะ จะรายงานให้ทราบเป็นระยะๆนะคะ
เขียนเมื่อ 
 
P
สวัสดีค่ะ

การที่ผู้สูงอายุอยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อน เหงา ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เฉื่อยชา สมองไม่ค่อยได้คิดอะไรมาก เลยทำให้ฝ่อไปมากๆได้ค่ะ

และอีกอย่าง ที่คุณหมอบอก  คือก็มีโรคประจำตัว เช่นความดัน เบาหวาน ไขมันสูง ดื่มสุราจัด   มีการติดเชื้อที่สมอง หรือทานยาอันตรายเป็นประจำ เช่น ยานอนหลับ เป็นต้นค่ะจริงๆก็ยังหาสาเหตุจริงๆไม่ได้แน่นอนนะคะ จะว่าเป็นกรรมพันธุ์ ก็ยังไม่แน่   เพราะทำไม สามีภรรยา เป็นทั้งคู่ได้ล่ะคะ อย่างคุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนที่เล่าให้ฟัง  แต่กรรมพันธุ์ ก็มีส่วนมากนะคะ

 

การที่คนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ก็นับเป็นความเครียดพอดู  ต้องใจเย็น ทำใจ เตรียมรับสถานการณ์อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  และเป็นเวลานาน นับ 10 ปีขึ้นไปค่ะ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นคนในครอบครัว เราก็ต้องรักษา  ดูแลเอาใจใส่ เต็มที่อยู่แล้วค่ะ

เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณ คุณหมอที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ

โรคนี้ คนที่มีญาติเป็นอยู่ จะเข้าใจทุกคนนะคะว่า    การพยาบาลคนไข้ลักษณะนี้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักหนาทีเดียว

ประเด็น การขี้ลืมในผู้สูงอายุ   เป็นเรื่องที่ คนสนใจมาก  ตอนนี้แปะก๊วยสกัดขายดีทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศค่ะ
เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะ
คนสูงอายุขึ้น โรคก็ถามหาค่ะพวกเราเองก็อย่าประมาท คอยดูแลร่างกายไว้ให้แข็งแรงดีๆ
  นี่แหละคือสัจธรรมของชีวิตค่ะ
บางครั้งต้องใจแข็งให้เขาช่วยเหลือตัวเองให้ได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะขาดการเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง ในที่สุด ทำอะไรเองไม่ได้ ก็จะยิ่งหดหู่และท้อถอย ซึมเศร้าไปเลย
 ดีแล้วค่ะ ที่พยายามให้คุณแม่ทำอะไรเอง ทำได้แล้ว จะมีกำลังใจตามที่อาจารย์ Ajarn POP เข้ามาแนะนำให้
โรคพาร์กินสัน  ไม่ร้ายแรงแบบโรคสมองเสื่อมค่ะ ไม่ต้องเครียดค่ะ 
   การเจริญสติกับสมาธิของคุณหุย    จะช่วยคุณหุยไม่ให้กังวลได้มากๆค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • เข้ามาอ่านรอบแรกเมื่ออาทิตย์ก่อนแต่แสดงความคิดเห็นไม่ได้
  • เคยดูรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องราวนี้ค่ะ รู้สึกเศร้าใจมาก- -ผุ้อยู่ด้วยต้องอดทนสูง และยึกมั่นในศรัทธามากทีเดียวค่ะ
  • สำหรับน้องแล้วนางฟ้าผู้ประทานแสงประทีปของครอบครัวคงเป็นคุณแม่ค่ะ

 

เขียนเมื่อ 
P
พิชชา
สวัสดีค่ะ

น้องหน้าละม้ายคุณแม่ค่ะ

นางฟ้าประจำครอบครัว  ไม่มีใครที่เราจะรักและเทิดทูนเท่าท่านค่ะ

น้องมีครอบครัวที่อบอุ่นน่าประทับใจมากค่ะ

รู้สึกมาตลอด เวลาอ่านบันทึกของน้องค่ะ

ทิวากร
IP: xxx.121.184.242
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ผมเป็นขี้ลืม และย้ำคิด ย้ำทำ บางทีก็นึกชื่อคนไม่ค่อยออก แต่พออีกสักพักก็นึกออก  กลัวจังว่า จะเป็นโรคสมองฝ่อ

เขียนเมื่อ 

 

ไม่มีรูป
ทิวากร

สวัสดีค่ะ

 อาการที่บอกน่าจะเป็นการลืมธรรมดานะคะ ใครๆก็เป็นค่ะ

ลองเทียบกับอาการทั่วไปของผู้เป็นโรคอัลไซเมอร์ที่ดิฉันได้ศึกษามาซิคะ

ได้แก่ ความบกพร่องทางความจำ ความคิดและการใช้เหตุผล เช่น หลงลืมสิ่งของที่ใช้เป็นประจำ นึกคำหรือประโยคที่พูดไม่ออก สับสนเรื่องเวลาและสถานที่ จำบุคคลที่เคยรู้จักหรือคุ้นเคยไม่ได้ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว

และสุดท้ายมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านได้อย่างเหมาะสม ทั้งๆ ที่เคยใช้เป็นประจำ ไม่สามารถไปสถานที่ที่คุ้นเคย เป็นต้น

อาการลืมธรรมดาของคุณทิวากร ไม่ใช่หรอกค่ะ แต่ก็ต้องคอยดูแลสุขภาพไว้นะคะ

ขอบคุณมากจริงๆครับ และขอขอบคุณ ดร.จันทวรรณ ด้วยครับ ถ้าท่านไม่ส่ง link บันทึกนี้มาให้ ผมคงไม่มีโอกาสได้อ่าน

มีประโยชน์มากเลยครับ ตั้งแต่แม่ผมเป็นโรคนี้ ทำให้ผมเข้าใจอะไรๆในชีวิตมากขึ้น และผมก็คิดถูกจริงๆที่เขียนบันทึกไว้ที่นี่ ได้ความรู้มากมายเลยครับ

แล้วจะกลับมาอ่านทุกคอมเมนต์อีกครั้งครับ เพราะช่วงนี้ติดสอบครับ เลยไม่มีเวลามากนัก

เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะ
ดีใจที่คุณ  นาย วงศกฤต เกรียงวรกุล  เข้ามาอ่านและshare ความเห็นด้วย
จริงๆแล้วในครอบครัว ยังไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้ แต่คุณพ่อคุณแม่เพื่อนสนิทเป็นโรคนี้ทั้งคู่   สามีของผู้บังคับบัญชาเก่าก็ เป็น รวมทั้ง คุณแม่  กับคุณ ตา ของ พนักงานที่ office      ที่ใกล้ชิดนี่ 5 คนแล้วค่ะ
ทำให้ฉุกใจคิดว่า เอ๊ะ ตอนนี้   โรคนี้ กำลังคุกคามคนไทยอยู่นะ ประกอบกับได้อ่านบันทึกของคุณด้วย

เป็นความคิดที่ถูกต้อง ที่ได้บันทึกอาการของคุณแม่ไว้ค่ะ เพราะจะได้เป็นกรณีศึกษาสำหรับคนอื่นๆด้วย  มีทางป้องกันอะไร จะได้ เริ่มรู้ตัวกันแต่เนิ่นๆ   แม้จะป้องกันยาก แต่ชะลออาการออกไปก็ยังดีนะคะ 

 ทางครอบครัวจะได้มีเวลาตั้งตัวด้วยค่ะ

 

โรคนี้ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศเรา  อย่างที่อาจารย์  Ajarn POP  บอกไว้ดังนี้ค่ะ

การฟื้นฟูสมรรถภาพของการรับรู้และความรู้ความเข้าใจ ยังหาผู้เชี่ยวชาญในเมืองไทยค่อนข้างยาก หากต้องการทราบโปรแกรมเพิ่มเติม อาจจะต้องมีการประเมินกิจกรรมบำบัดด้านการรับรู้และความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมครับ ถ้าว่างอาจติดต่อผมที่คลินิกกิจกรรมบำบัดมหิดลได้ โทร 08-522-40707

    แต่ก็หวังว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้านี้ โลกน่าจะมีแนวทางใหม่ๆมารักษาโรคนี้ได้บ้างค่ะ

    ทางออกตอนนี้ ทราบว่า มีการเสนอให้ ผู้ป่วยโรคนี้ มีการรวมตัว ช่วยเหลือกัน และทำกิจกรรมร่วมกัน หรือจัดให้มีหน่วยกลางอะไร ที่ผู้ป่วยอาจมาอยู่ด้วยกัน มีสังคมร่วมกันบ้าง อาจจะดีขึ้นค่ะ

     อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกครอบครัว เป็นอย่างครอบครัวพี่ปริมค่ะ ไม่เคยสิ้นหวัง ไม่เคยท้อแท้ แต่จะมีการคิดและวางแผนร่วมกันกับแพทย์ ว่า จะสามารถช่วยเหลืออะไรผู้ป่วยได้บ้าง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ณ ขณะนี้ สามีพี่ปริมดีขึ้นจริงๆค่ะ ช่วยตัวเอง และทำอะไรได้มากขึ้นค่ะ

 แม้จะยังจำคนในครอบครัว ไม่ได้ก็ตามค่ะ

 

สวัสดีค่ะ

  • แวะมาอ่านอีกครั้งค่ะ
  • ขอบคุณสำหรับสิ่งที่ดี ๆ ที่นำเสนอค่ะ
ต้น
IP: xxx.121.193.111
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ผมอยู่กับคุณลุงอายุ70ปี ตอนนี้เป็นอะไรไม่ทราบดูท่าน นอนเรื่อย และซึมๆ บางทีก็ร้องไห้นิดหน่อย บอกคิดถึงภรรยาที่เสียไป ผมปลอบก็หาย

แต่อีก 2 วันก็เป็นอีก ชักจะแปลกๆ จะพาไปวัดดีไหมครับ จะได้มีเพื่อน ตอนนี้เกษียณแล้ว

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่ sasinanda

 

บันทึกของพี่ฉบับนี้ มีคนมาอ่านและให้ความเห็นจำนวนมาก ไล่อ่านจนเหนื่อยเลยค่ะ

เห็นคุณทนันเขียนว่า ลืมภรรยา  ตัวส้มเองก็เพิ่งเจอมากับตัว เมื่อวันอังคารนี้เองค่ะ สามีทำราชการ เป็นวันหยุด แต่เขาก็ขยันไปทำงาน ส่วนเราเอกชนก็มาทำงานตามปกติ ไม่มีหยุดชดเชย

ปรากฏว่าเรารอจนเกือบ 2 ทุ่ม ก็แปลกใจว่าทำไมยังไม่มารับ พอโทรไป เขาก็งงๆ ว่าทำไมเราไม่นอน จะมานั่งรอเขาทำไม คุยกันตั้งนานจึงรู้ว่า เขาลืมว่าเรามาทำงาน ลืมว่ามาส่งเราตอนเช้า รู้สึกโกรธแล้วก็สงสารไปพร้อมๆ กัน

อายุยังไม่เยอะ แต่เอาอนาคตมาใช้งานจนสมองเริ่มเสื่อม น่าเป็นห่วงจริงๆ ค่ะ

นี่คงเป็นเหตุหนึ่งที่คนสมัยใหม่เป็นโรคนี้กันมากขึ้นเรื่อย เพราะเราใช้สมองผิดวิธี

การรักษา คิดเองนะคะ สิ่งที่จะช่วยกระตุ้นสมองของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ตามสิ่งที่แต่ละคนเคยฝังใจ หรือเคยชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ ถ้าใช้สิ่งนั้นมากระตุ้นน่าจะได้ผล เช่น สามีของพี่ปริม ไม่แน่ใจว่า อาจจะเคยชื่นชอบในความไพเราะของเพลง บัวขาว มาก่อนหรือเปล่าคะ

เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ
ดีใจที่เข้ามาเยี่ยมค่ะมาบ่อยๆนะคะโรคอัลไซเมอร์ เป็นสาเหตุหนึ่งของสมองเสื่อมที่พบได้บ่อย ค่ะ   พวกเราคงได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ "ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน" จากภาวะแทรกซ้อนของโรคอัลไซเมอร์ 
  แสดงว่า โรคนี้ ไม่เลือกว่าจะเป็นระดับไหนเลย 

ได้อ่านพบว่า   อัลไซเมอร์ เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์สมอง ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้สูงอายุ พบในคนอายุน้อยได้แต่ไม่มากนัก   

 

   จากตัวเลขในต่างประเทศ พบว่า เมื่ออายุ 60 ปี จะมีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม 1% ของคนที่อายุเกิน 60 ปี และอุบัติการณ์จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกๆ 5 ปี หมายความว่าจาก 1% เมื่ออายุ 60 ปี พบได้ 2% ในกลุ่มอายุ 65 ปี พบเป็น 4% ในกลุ่มอายุ 70 ปี เป็นต้น

 

เป็นโรคที่น่ากลัวทีเดียวแพทย์พบว่า สาเหตุมักมาจาก.........
.·         กรรมพันธุ์ โดยพบว่าพ่อ แม่ พี่ หรือน้อง ป่วยเป็นอัลไซเมอร์หรือมีประวัติเป็น Down Syndrome (ปัญญาอ่อน)ในครอบครัว
 ·         การใช้ยาต้านการอักเสบอย่างไม่ถูกต้อง หรือโดยไม่อยู่ในความดูแลของแพทย์
·         ภาวะขาดสารอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น การขาดวิตามินเอ ซี อี ซิลิเนียม
 ·         โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

ดังนั้น การจะกินยาอะไร ต้องระวังมากๆ  ให่ร่างกายแข็งแรงเข้าไว้ จะได้ไม่เจ็บป่วยและคงต้องกินอาหารดีๆ ครบส่วน อย่ากินอาหารขยะ

บางทีคงต้องกินวิตามินเสริม ด้วยค่ะ  เพราะอาหารที่เรากิน อาจไม่มีวิตามินครบพอ
และต้องทำใจให้สบาย อย่ากังวลนัก เจริญสติ นั่งสมาธิ ทำใจอุเบกขา กับสิ่งที่เราไม่มีกำลังพอที่จะไปแก้ไขอะไรได้เพียงลำพังค่ะ     ทำตัวให้เป็นคนมีความสุขเท่าที่จะทำได้ค่ะ  
เขียนเมื่อ 
P

 

สวัสดีค่ะ

ดีใจที่มาเยี่ยมค่ะ  เห็นงานยุ่งตลอดเลยนะคะ ดีค่ะ บริหารสมองมากไว้หน่อย ดีกว่างานน้อย  แต่ยุ่งพอดีๆ ดีที่สุด ยุ่งมากไป   งานก็จะไม่สมบูรณ์อีกตอนนี้

 โรคนี้ น่ากลัวค่ะ พี่ยังกลัวเลย  แต่สามีคุณ  citrus  คงมีอะไรครุ่นคิดอยู่ในใจน่ะค่ะ เลยอาจจะลืมไปบ้าง  ถ้าเป็นไม่บ่อย ก็เป็นการลืมธรรมดานะคะ แหม แต่อย่าลืมบ่อย น้า...น้อยใจนะ.....ฮิๆๆๆ พูดเล่นค่ะ

การรักษา คงต้องดูเป็นคนๆไปน่ะค่ะ  แต่ถ้าเป็นเรื่องฝังใจ จะค่อนข้างได้ผล เช่น สามีพี่ปริม ชอบร้องเพลง มากค่ะ และเป็นช่าง--- วิศวกร----มาก่อน เป็นคนละเอียดรอบคอบมากๆ     ที่เล่าไงคะ ว่า บอกลูกสาว ให้ขับดีๆ ระวังจะชน เสาโรงรถ แต่ จำลูกสาวไม่ได้ตอนนี้  บอกวันเดือนปีได้  วางไพ่ได้ แต่สับไพ่ไม่ได้  โดยรวมดีขึ้น แต่ต้องทานยาตลอดค่ะ

เราทุกคนก็อย่าประมาทนะคะ โรคนี้ ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้ค่ะ แต่ ค่อยเป็น ค่อยไป หลายปีค่ะ 

 พี่เอง ต้องนั่งสมาธิ ทำจิตว่าง   ให้มีพลังจิตมากๆค่ะ   และทำอะไร ในชีวิตประจำวันทุกวัน    พี่ก็พยายามต้องให้มีสติรับรู้ตลอดค่ะ กลัวเหมือนกัน

เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
ต้น

 

สวัสดีค่ะ

คุณลุงอายุ 70 ปี นะคะ

 ขออ้างใน   พ.ญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน : โรคสมองเสื่อมสำหรับประชาชน สมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม 
 เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของสมองจะลดลงไปจากเดิมบ้าง ความคิดอาจจะช้าลง การเรียนรู้สิ่งใหม่จะช้าลง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พบได้ในคนสูงอายุทั่วๆ ไป แต่คนสูงอายุเหล่านี้จะยังคงสามารถตัดสินใจ มีความคิดริเริ่ม มีจินตนาการ มีเหตุผลเป็นของตนเอง จึงถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามการมีอายุเท่านั้น  แต่สำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะมีอาการความจำเสื่อม การตัดสินใจลดลง และการใช้เหตุผลผิดปกติ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางด้านของอารมณ์และพฤติกรรม
โดยอาการเหล่านี้จะมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักมีอาการแสดงต่างๆ เช่น
 ·         ลืมชื่อคนในครอบครัวที่เป็นญาติสนิทหรือเพื่อนไป
 ·         รับประทานอาหารแล้วบอกว่ายังไม่รับประทาน
·         เดินเล่นในสวนใกล้บ้านแต่พอจะกลับบ้านแต่กลับไม่ถูก
 ·         ไม่รู้ว่าตัวเองมาที่นี่ได้อย่างไร และจำเส้นทางกลับบ้านที่เคยกลับประจำไม่ได้
·         มีการตัดสินใจแย่ลง เช่น ผู้ป่วยเป็นไข้ตัวร้อนต้องไปหาแพทย์แต่ผู้ป่วยกลับห่มผ้าและนอนอยู่บนเตียงแทน
·         พูดไม่ค่อยเป็นประโยค
·         มีการเปลี่ยนแปลงอารมณ์รวดเร็ว เช่น จากอารมณ์เงียบเป็นร้องไห้ โดยไม่มีเหตุผล หรือมีอาการสับสนสลับหวาดระแวง ฯลฯ

หากมีอาการแสดงดังกล่าวข้างต้นเราควรนำผู้ป่วยมาพบแพทย์เพื่อได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม

 

 และบุคคลใกล้ชิดหรือผู้ดูแลควรเข้าใจถึงอาการที่ผู้ป่วยไม่ควรโกรธผู้ป่วย และปรับสิ่งแวดล้อมพร้อมทั้งดูแลเรื่องอาหาร และการออกกำลังกายอย่างให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข 
 ในกรณีของคุณลุง น่าจะมีอาการที่มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ นะคะ แต่ไม่แน่ว่า จะผิดปกติหรือไม่ เพราะถ้าเหงาๆ และคิดถึงภรรยามากๆ ก็อาจร้องไห้ได้ค่ะ

อย่าเพิ่งกลัวไปเลย ดูไปก่อน อีกระยะหนึ่ง เพราะอาการต่างๆ จะมีการปฏิบัติ กันอย่างต่อเนื่อง

 ดูๆแล้ว ก็ไม่น่าเป็นอะไร ถ้า มีอะไรไม่ค่อยดี ค่อยพาไปพบแพทย์อย่าให้อยู่คนเดียว หรือเหงาบ่อยซีคะ จะคิดมากค่ะ 
เขียนเมื่อ 

แกงกะหรี่ หรืออาหารที่ใช้ขมิ้น เช่น อาหารปักษ์ใต้ ช่วยกำจัดโปรตีนผิดปกติ หรืออะมีลอยเบทาจึงน่าจะมีส่วนช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้ 

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า คนที่กินอาหารใส่ผงกะหรี่มากเป็นโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์น้อยลง และคนที่กินแกงใส่ผงกะหรี่อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งสมองเสื่อมน้อยลง

อ้างจาก บันทึก ขมิ้น ผงกะหรี่ ดีกับสมอง+ต้านมะเร็ง ของ นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์

นพ
IP: xxx.121.186.148
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

รู้สึกว่าจะมีขมิ้นอัดเป็นแคปซูลขายนะ ผมไม่ชอบทานของเผ็ดๆ น่าจะไปซื้อมาดีกว่า.......

สุปรานี
IP: xxx.121.186.190
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

คุณลุงของเพื่อนคนหนึ่ง เดินหายไปจากบ้านตอนกลางคืน หากันใหญ่ พบไปนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์แห่งหนึ่งค่ะ ตอนหลัง ต้องคอยระวังช่วงกลางคืน มากกว่ากลางวัน

แต่คุณลุงยังจำอะไรได้พอควรค่ะ พอดีว่าจะไปเดินเล่น แต่มันมืดเลยงงๆอยู่ นั่งพัก พอดีที่บ้านคนมาตามเจอ

เขียนเมื่อ 
 
ไม่มีรูป
นพ

สวัสดีค่ะ   

    ขมิ้นเป็นพืชที่ชาวไทยรู้จักกันมาอย่างดีมาก นานมาแล้ว          แรกเริ่ม  เท่าที่ศึกษามา  เดิมทีเดียว   ก็เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศในแถบเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ และแพร่กระจายไปสู่แถบต่างๆ มีบันทึกไว้ว่า มาร์โค โปโล (Marco Polo) ได้นำไปปลูกในจีน เมื่อ พ.ศ.1280 จากนั้นจึงแพร่เข้าสู่ยุโรป และส่วนอื่นๆ ของโลกในปัจจุบันนี้ขมิ้นมีปลูกกันมากในอินเดีย (โดยเฉพาะเมืองมัดราส บอมเบย์ และเบงกอล) ลังกา ภาคใต้ของจีน ไต้หวัน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไฮติ เปรู และจาไมกาค่ะ   

       ในประเทศเรามีชื่อเรียกขมิ้นต่างๆกันในภาคต่างๆคือ        ขมิ้น (ทั่วไป)  ขมิ้นแกงขมิ้นหยอกขมิ้นหัวขมิ้นชัน (ภาคกลางภาคใต้)  ขี้มิ้นหมิ้น (ภาคใต้)  ตายอ (กะเหรี่ยง-กำแพงเพชร)  สะยอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน    

   

   ขมิ้นเป็นเครื่องเทศที่ใช้กันมานานแล้วการใช้ขมิ้นส่วนใหญ่ จะใช้เป็นเครื่องแต่งกลิ่น รสและสีในอาหารหลายชนิด เช่น แกงกะหรี่  แกงปักษ์ใต้ต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำไปใช้เป็นยาอีกด้วย เช่น เป็นยาลดกรด ขับลมแก้ปวดท้อง แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อทำให้การบีบตัวของลำไส้ลดลลง           น้ำที่ได้จากขมิ้นนำมารักษาโรคผิวหนัง หรือนำมาพอกแก้ปวดตามข้อได้  บางทีคนเอาขมิ้นมาบดให้ละเอียด นำไปทาแก้โรคผิวหนัง ทาตามซอกอับในร่างกายเพื่อบำบัดกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนา    

     เหง้าขมิ้นพบว่ามี วิตามิน เอ วิตามิน ซีนอกจากนั้นยังมีเกลือแร่ต่างๆอีกพอสมควร   

    

  ขมิ้นมีประสิทธิภาพต่อจุลินทรีย์ได้ทั้งแบคทีเรียและรากล่าวคือ สามารถยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดโรคโบทูลิซึม (Clostridium botulism) และโรคในระบบทางเดินอาหาร (เช่น Salmonella spp.) นอกจากนี้ยังยับยั้งการเจริญของราที่ทำให้อาหารเน่าเสีย (เช่น Rhizopus, Penicillium, Aspergillua) ได้อีกด้วย

          แต่ตอนนี้  มีข่าวดีที่ เกิดการค้นพบใหม่  

 อาหารที่ใส่ขมิ้นเป็นส่วนผสม   เช่นแกงกะหรี่ หรืออาหารที่ใช้ขมิ้น เช่น อาหารปักษ์ใต้ ช่วยกำจัดโปรตีนผิดปกติ หรืออะมีลอยเบทาจึงน่าจะมีส่วนช่วยป้องกัน หรือชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้   การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า คนที่กินอาหารใส่ผงกะหรี่มากเป็นโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์น้อยลง และคนที่กินแกงใส่ผงกะหรี่อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งสมองเสื่อมน้อยลง 

 

อ้างจาก บันทึก ขมิ้น ผงกะหรี่ ดีกับสมอง+ต้านมะเร็ง ของ นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์   

 

แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบ กินอาหารที่ใส่ผงขมิ้นดังกล่าว ก็มีการบรรจุอยู่ในภาชนะบรรจุต่างๆที่สะอาดถูกสุขอนามัย หลายประเภทให้เลือกค่ะ  

วิทยา
IP: xxx.121.192.51
เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ ขอบคุณในข้อมูล ผมเป็นชาวใต้ ที่บ้านทำอาหารเข้าขมิ้นย่อย คงลดความเสี่ยงไปมาก แต่เป็นเพียงการวิจัยใช่ไหมครับ ยังไง ก็ไม่มีเสียหายอยู่แล้วที่จะทานอาหารที่มีขมิ้นด้วย
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
วิทยา
สวัสดีค่ะ
เรื่องขมิ้นนี้ ดิฉันไปอ่านพบที่ วิชาการ.คอม   วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)เรื่องขมิ้นกับอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
ขมิ้น สมุนไพรโบราณสู่ห้องวิจัยสมัยใหม่กับการรักษาอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s) เขียนโดยคุณ  นิภาภรณ์ สีถาการ
และผู้เขียนได้อนุญาตให้นำมาเผยแพร่แล้วค่ะ
มีข้อมูลที่น่าสนใจในบทความนี้ เชิญอ่านนะคะ
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
สุปรานี

สวัสดีค่ะ
ขอเพิ่มเรื่องข้อมูลขิ้นอีกหน่อยค่ะ
ในบัญชียาหลักสมุนไพรของกระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้กินขมิ้นชันหลังอาหารเพื่อแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขนาดที่ใช้ก็ไม่เกิน 500 มก.จำนวน 3 แคปซูล
กรณีคุณลุงของเพื่อน ออกไปเดินเล่น แล้วงงๆ  หลงทาง หาทางกลับไม่พบ
 ตามความเห็นของดิฉัน ถ้าไม่ได้เป็นบ่อยๆ และชอบเดินเพ่นพ่านเวลากลางคืนเรื่อยๆ  ก็คงเป็นเรื่อง การงงๆ มากกว่า เพราะเวลากลางคืน  ทัศนวิสัยไม่ดี คงไปนั่งตั้งหลักอยู่ก่อน ยังไม่ถึงกับหลงค่ะ
แต่ต้องสังเกตอาการไปสักพักนะคะดิฉันมีคุณป้า อายุ 80 แล้ว ก็เป็นแบบนี้บ้าง แต่ไม่ได้เป็นโรคสมองฝ่อค่ะ ตอนนี้ก็ยังปกติ แต่มีหลงลืมบ้าง ตามธรรมดาค่ะ
สุ
IP: xxx.121.137.37
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

เป็นกรณีศึกษาที่ควรอ่าน เพื่อให้รู้ว่า โรคนี้ เป็นอย่างไรบ้าง ยังใหม่สำหรับคนไทย มีแต่โรคหลงๆแบบคนแก่มากๆ แต่ไม่ถึงกับลืมหมดโดยสิ้นเชิงค่ะ

ดาว
IP: xxx.121.191.58
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

มีผลไม้อะไรที่ทานแล้ว ความจำดีไหมคะ ชอบทานผลไม้มากกว่าข้าวอีก

sasinanda
IP: xxx.8.72.162
เขียนเมื่อ 
สุ
สวัสดีค่ะ
            โรคนี้ เราคงพบว่า จะมีคนสูงอายุเป็นกันมากขึ้น ศึกษาไว้ก็ดีค่ะ อาหารการกินก็สำคัญมาก รวมทั้งเรื่องออกกำลังกาย และการมีชีวิตที่ไม่เครียด แต่สมองได้ใช้งานอยู่ตลอดเวลาค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์

เพิ่งได้มาอ่านค่ะ อ่านดูประสบการณ์ของแต่ละท่านที่มาแลกเปลี่ยนแล้วทำให้เห็นสัจธรรมของหลายๆ อย่าง การมีสติและการเข้าใจสัจธรรมของชีวิตและธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญมากจริงๆสำหรับผู้ที่เป็นผู้ดูแลผู้ป่วย

ขอขอบคุณที่เปิดประเด็นให้หลายๆ ท่านได้เข้ามาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้จากบันทึกนี้ค่ะ

เอาใจช่วยผู้ดูแลผู้ป่วยทุกท่านนะคะ

เขียนเมื่อ 

ไม่ได้เข้า gotoknow มานาน พอเข้ามาอ่านบันทึกแรกก็ถูกใจเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่เขียนเรื่องนี้

ที่มัทมาเรียนต่อทันตกรรมผู้สูงอายุอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะได้พบ และดูแลรักษาคุณป้าท่านหนึ่งที่เป็นโรคนี้นี่แหละค่ะ

มัทเขียนบันทึกเรื่องกลุ่มอาการสภาวะสมองเสื่อม (dementia)  ไว้ด้วยว่ามันไม่ใช่แค่หลงๆลืมๆเท่านั้น (โดยเฉพาะอาการสมองเสื่อมอันเนื่องมาจากโรคอัลไซเมอร์) แต่มัทมีปัญหาเรื่อง log in เข้า gotonow อยู่ ถ้าหายเมื่อไหร่ รับรองจะรีบ post เลยค่ะ

มัทดูแลผู้ป่วยโรคนี้อยู่เป็นประจำ เห็นด้วยกับหมอจิ้นมากๆว่าเป็นโรคที่ผู้ป่วยไม่ทรมานเท่าคนดูแล

ไว้ post ได้ แล้วจะแวะมาบอกนะคะ 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P

 

           กลับมาจากเฮฮาศาสตร์แล้ว พกความประทับใจมาด้วยเต็มกระเป๋าเลยนะคะ  ติดตามอ่านอยู่ค่ะ

 

           เรื่องอัลไซเมอร์นี่ ตอนนี้เริ่มเป็นโรคที่กำลังเข้ามาให้พบเห็นบ่อยมากขึ้นค่ะ

 

ในกรณีพี่ปริม พี่นับถือเธอมาก เพราะทุกข์เสียจนเข้าถึงสัจธรรมของชีวิต  รู้จักทุกข์ และพยายามปล่อยทุกข์ไปเสียบ้าง และหาทางช่วยเหลือสามีทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้  ตอนนี้ ปล่อยวางได้บางส่วน มีความสงบมากขึ้นค่ะ

 

             ใครๆที่ว่าปล่อยวางได้ เอาเข้าจริง ยากค่ะ ไม่เจอกับตัว ไม่รู้หรอกค่ะ
เขียนเมื่อ 
P
มัทนา

สวัสดีค่ะ

 

           ดีใจมากที่คุณหมอเข้ามาอ่านค่ะ

 

           เคยอ่านบันทึกคุณหมอเรื่อง        รวมรายชื่อภาพยนตร์สื่อการสอนเรื่องอัลไซเมอร์      ค่ะ เรื่อง Away from Her จะใกล้เคียงกับเรื่องที่เล่ามากที่สุดค่ะ

 

            หลักธรรมะคือ ถ้าจะละทุกข์ ก็ต้องรู้จักทุกข์ และรู้จักปล่อยทุกข์เสีย ด้วยปัญญาที่เข้าถึงสัจธรรม คือความเป็นจริงของชีวิต   คิดว่า  นี่คือมรรค มีองค์แปด เป็นข้อความเห็นชอบนะคะ

 

            ด้วยความเป็นแพทย์    คุณหมอมีความรู้และประสบการณ์มากค่ะ นับถือคุณหมอมานานแล้วค่ะ

 

             พี่ปริมเล่าว่า เคยปรึกษาคุณหมอที่ดูแลอยู่ว่า จะต้องพาสามี ไปหาจิตแพทย์ไหม น่าจะช่วยให้ดีขึ้นนะคะ อยากขอความเห็นคุณหมอค่ะ

 

             ตอนนี้ มีแต่คุณหมอทางอายุรกรรมประสาท  และหมอผ่าตัดสมองค่ะ

            ยังคอย ความเห็น คุณหมออยู่ค่ะ

sasinanda
IP: xxx.8.72.162
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
ดาว
P

 

สวัสดีค่ะ

 

            ได้อ่านจาก มีarticle ที่แนะนำอาหารช่วยความจำ หรืออาหารดีกับสมอง ที่จะหาได้ในประเทศเราดังนี้ค่ะ

 

 1.อาหารต้านอนุมูลอิสระ เช่น   - Oranges
 - Red grapes
 - Cherries
 - Red apples
Spinach
- Brussels sprouts
- Alfalfa sprouts
- Broccoli
- Beets
- Red bell peppers
- Onions
2. อาหารกลุ่มโอเมก้า 3    Sardines
- Bluefish
- Herring
- Mackerel
- Tuna
3.อาหารกลุ่มวิตามิน B

- Lean meat and poultry
- Seafood
- Eggs
- Whole grains
- Spinach and leafy greens
- Carrots
- Asparagus
- Broccoli

  ลองไปหาทานกันนะคะ

อ้างอิง  :: Food for thought: Can diet protect memory?

Smart eating choices may prevent age-related brain decline

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากนะคะที่เขียนเรื่องนี้ แถมไปค้นข้อมูลมามากมาย

มัทมาเรียนด้านการดูแลรักษาผู้สูงอายุก็เพราะอัลไซเมอร์นี่แหละค่ะ

จะช่วยเขียนบันทึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยคนค่ะ

ร่างเรื่อง "อัลไซเมอร์ไม่ใช่แค่หลงๆลืมๆ" ไว้นานแล้วแต่ มีปัญหาเรื่อง log in อยู่ต่อเนื่อง

ไว้จะพยายาม post ให้ได้ค่ะ จะได้ช่วยคุณศศินันท์อีกแรง : ) 

เขียนเมื่อ 
P
มัทนา
สวัสดีค่ะ

           อ่านบันทึกของคุณหมอแล้วค่ะ เป็นบันทึกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องอัลไซเมอร์เท่าที่อ่านมา มีข้อมูลวิชาการครบถ้วนมากๆ ค่ะ

          

          ซึ่งบันทึกของดิฉันเป็นแค่ประสบการณ์ที่ได้พบ และได้พูดคุย   พบเห็น คนป่วย จริงๆ แต่บางทีไม่ทราบเหตุผล ว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้ แบบนั้นค่ะ   อ่านบันทึกคุณหมอแล้ว เข้าใจมากขึ้นมากค่ะ            สามีพี่ปริม เป็นโรคพาร์กินสันด้วย   หมอให้ยาทานอยู่ด้วยค่ะ  อยากจะให้บันทึกคุณหมอ เผยแพร่ออกไปให้กว้างขวาง  เป็นความรู้ทั้งแก่คนทั่วไป    ผู้สูงอายุทั่วไป  คนที่มีคนป่วยอยู่ในความดูแล เป็นต้นค่ะ            ในประเทศเรา ยังไม่มีสมาคมสำหรับผู้ป่วยโรคนี้โดยเฉพาะ  ที่จะให้ ผู้ป่วยโรคนี้ มีการรวมตัว ช่วยเหลือกัน และทำกิจกรรมร่วมกัน   เป็นที่ๆผู้ป่วยอาจมาอยู่ด้วยกัน   มีสังคมร่วมกันบ้าง  ผู้ป่วยน่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนะคะ  เพราะยิ่งไปแยกตัวอยู่เฉพาะในแต่ละครอบครัว  อาจจะทำให้ยิ่งเหงาไปอีก  ไม่มีความรู้เหมือนกันค่ะ ว่าจะดีไหม  คุณหมอมัทนาจะแนะนำได้แน่นอนค่ะ
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • แวะเข้ามาชื่นชม
  • เจอกับขุมทรัพย์ของความรู้และความดีที่ยิ่งใหญ่ไปไหนไม่ได้เลยค่ะ  ขออยู่นาน ๆ หน่อยนะคะ  ถ้าทุกคนได้อ่านคงจะเป็นประโยชน์และเป็นกุศลมาก

เคยมีคนบอกว่าถ้าว่างจิตฟุ้งซ่านมากไปก็อาจเป็นคนขี้ลืมได้   จริงหรือเปล่าคะ   เพราะช่วงนี้ขี้ลืมบ่อยมากค่ะ   ทั้ง ๆ  ที่  กลางวันทำงาน  กลางคืนนำงานกลับมาทำ  นอนประมาณเที่ยงคืน  เสาร์อาทิตย์ไปเรียนเย็นทำงานที่เรียน  ขำตัวเองค่ะบางเรื่องลืมสนิทนึกยังงัยก็นึกไม่ออกค่ะ    

  • ขอบพระคุณมากนะคะ   ที่นำสิ่งดีดีมาฝากทุกคน
เขียนเมื่อ 

อาหารต้านอนุมูลอิสระ

อาหารกลุ่มโอเมก้า 3    

อาหารกลุ่มวิตามิน B

 มีarticle ที่แนะนำอาหารช่วยความจำ หรืออาหารดีกับสมอง

Smart eating choices may prevent age-related brain decline

sasinanda
IP: xxx.121.191.56
เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ
          ยินดี  ดีใจที่แวะเข้ามาอ่านและชมว่าได้ประโยชน์ค่ะ         ในเรื่องของการลืมที่เล่านั้น  คงเป็นแค่ แต่ละวันมีกิจกรรมมากเหลือเกิน  อาจไม่มีเวลาพอที่จะมาทบทวนจดจำรายละเอียดแต่ละเรื่องได้   ซึ่งไม่เกี่ยวกับโรคอะไรหรอกค่ะ  ใครๆก็ลืมได้ ยิ่งถ้า มีงานต้องทำหลายอย่างในเวลาจำกัด ยิ่งมีโอกาสลืมได้ค่ะ         ในทางพระ ท่านให้ มีการฝึกสติค่ะ    สติ ความระลึกได้  นึกได้  ความไม่เผลอ การคุมใจไว้กับกิจ หรือกุมจิตไว้กับสิ่งที่เกี่ยวข้อง   จำการที่ทำและคำที่พูดแล้ว แม้นานได้          และทุกคนก็ต้องฝึกกันทั้งนั้นค่ะ  ดิฉันก็ฝึกอยู่ค่ะ มีเผลอสติบ่อยๆค่ะ
เขียนเมื่อ 

 

 

สิริ
IP: xxx.121.186.219
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

เห็นภาพที่แสดงว่า คนที่ชอบวิตกกังวลและเครียด จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้มากขึ้นหรือคะ น่ากลัวจัง

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ไม่มีรูป
สิริ

            ยินดีที่คุณสิริมาเยี่ยมค่ะ

ความเครียดมักจะเป็นสาเหตุหนึ่งของหลายๆโรคนะคะ  ไม่ว่าโรคอะไร

ใจสามารถเกิดโรคได้มากกว่ากาย แต่ถ้าจิตใจเรา ได้รับการฝึกฝนมาดี เช่นมีการฝึกสติ และทำสมาธิได้ เนืองๆ จิตใจจะตั้งมั่นและแข็งแกร่งได้ ร่างกายก็จะแข็งแรงตามไปด้วย เกิดความสมดุลของร่างกายและจิตใจค่ะ

อย่าไปกลัวอะไรค่ะ เราฝึกสติ ฝึกจิตของเราให้ดี เราจะไม่เป็นโรคภัยง่ายๆหรอกค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ
  • ผมเข้าใจว่าช่วงนี้งานคงยุ่งใช่ไหมครับ
  • ก็เลยแวะมาทักทายและเป็นกำลังใจ...
  • ....
  • มีความสุขมาก ๆ นะครับ -
sasinanda
IP: xxx.8.74.252
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ

ตอนนี้ ยุ่งๆนิดหน่อยค่ะ แต่ก็มีการเข้ามาอ่านและตอบบันทึกตลอดค่ะ

สิชล
IP: xxx.8.79.86
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

            ผมมีคุณตาเป็นโรคนี้ ครั้งหนึ่งผมไปต่างจังหวัด   ได้นำท่านไปฝากที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแถวๆลาดพร้าว ก็ใช้ได้ครับ ไปอยู่ชั่วคราว 3-5วัน เพราะไม่ไว้ใจแม่บ้าน เขาดูแลคนสูงอายุไม่เป็น ก็ใช้ได้ครับ

อำนวย
IP: xxx.121.138.234
เขียนเมื่อ 

แปลกนะค่ะ คนที่เป็นอัลไซเมอร์จะจำอะไรไม่ค่อยได้ ถามว่ารู้จักคนนี้ไหม ก็บอกว่าจำไม่ได้  เพราะว่าคุณตาดิฉันจำใครไม่ได้เลย แม้กระทั้งลูกๆ แต่จำบทสวดมนต์ได้  ตอนเนหนุ่มก่อนนอนชอบสวดมนต์ และชอบไปทำบุญ เลยจำบทสวดได้ หรืออาจเป็นสิ่งที่ชอบและรักจึงจำได้ฝั่งใจอย่างเดียว ก็แปลกดีนะค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

   แสดงว่าคุณสิชลดูแลคุณตาอยู่นะคะ ดีมากเลยค่ะ เป็นตัวอย่างของหลานกตัญญูค่ะ

     ดิฉันเห็นคนที่ดูแลญาติสูงอายุที่เป็นโรคสมองฝ่อ จะพาญาติไปฝากที่ศูนย์ดูแลผูสูงอายุ ที่ได้มาตรฐานชั่วคราวค่ะ กรณ๊ที่ มีธุระจำเป็น  ดีกว่าปล่อยไว้กับคนที่ไว้ใจไม่ได้เท่าไร

    แต่ปกติคงอยู่กับคุณหลานนะคะ

เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
อำนวย
สวัสดีค่ะ
            ผู้สูงอายุที่เป็นโรคหลงลืมนี้ จะจำสิ่งหรือเหตุการณ์ที่ฝังใจได้ค่ะ
            ตัวอย่าง
                        1.สามีพี่ปริม ร้องเพลงบัวขาวได้จบ เพราะชอบร้องเพลงมาก
                          2.คุณแม่เพื่อน ชอบดูเด็กๆเล็กๆเล่นในทีวี หรือในหนัง หรือเห็นที่ไหนก็ตาม แต่จำอะไรอื่นๆไม่ค่อยได้ เพราะเคยเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก 3 คน มาก่อน ไม่ได้ไปทำงานและรักเด็กมาก
                          3.กรณีคุณอำนวย ที่บอกว่า คุณตาสวดมนต์ได้  แต่จำใครไม่ได้ ก็คงแบบเดียวกัน คือมีความจำฝังใจและไม่ลืม จะทำให้ทบทวนความจำได้ค่ะ แม้จะจำเหตุการณืปัจจุบันไม่ได้ก็ตาม
                           4.บางคน ชอบเล่นตุ๊กตา เพราะฝังใจมาตั้งแต่เด็กๆค่ะ

สวัสดีค่ะ

  • แวะมาเยี่ยมเยียนกันค่ะ
  • ชอบแวะมาเพราะ พี่ปริม มักจะสอดแทรกสาระดีๆ เพิ่มเติมเสมอ และรูปภาพประกอบสวย ๆ
  • ขอบคุณนะค่ะสำหรับสาระดีๆ
พิเชษฏ์
IP: xxx.121.138.117
เขียนเมื่อ 
ผมอ่านดูแล้ว ผมลองเอาวิธีที่แนะนำไปใช้ดู ซึ่งลุงของผมก็เป็นเหมือนกันจำอะไรไม่ได้ จำได้เป็นบางอย่างแล้วก็ลืม  แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่แนะนำเอาไปใช้คือ เสียงดนตรี  พอเปิดเพลงที่ชอบ   คุณลุงก็ร้องตามและจำได้ด้วยว่าเพลงอะไร ไม่น่าเชื่อแต่กับบุคคลจำไม่ได้  คงจิตใต้สำนึกฝั่งใจอะไรบ้างอย่าง อาจเป็นไปได้สมัยคุณลุงหนุ่มๆ ชอบร้องเพลงมาก ก็เลยจำได้อย่างเดียวเหมือนกัน
เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะ
   ขอบคุณที่มาเยี่ยมให้กำลังใจเสมอมาค่ะ ช่วงนี้ ยุ่งๆหน่อยค่ะ อีกพักก็คงจะเบาแล้วค่ะ
    ยังมีผู้สนใจเข้าทาอ่าน และให้ความเห็นเพิ่มเติมเรื่อยๆ ก็เข้ามาตอบค่ะ
    ถ้าอ่านที่ไหนพบ เป็นความรู้ที่ควรเอามาเพิ่มเติม เผื่อจะเป็นประโยชน์ ก็เพิ่มข้อมูลอีกค่ะ และบางคนก็นำประสบการณ์มาเล่าด้วย น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นนะคะ
   ขอบคุณอีกทีค่ะ ที่สนใจบันทึกนี้
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
พิเชษฏ์
สวัสดีค่ะ
          
ขอบคุณที่สนใจเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มค่ะ
คุณลุงจำเพลงที่ชอบและร้องตามได้ ก็คงเหมือนสามีพี่ปริมค่ะ
แต่จำคนอื่น แม้แต่ลูกไม่ได้
ก็ยังดีนะคะ ให้คุณลุงมีอารมณ์แจ่มใสไว้ บางที ความจำอย่างอื่น อาจพอฟื้นขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อย ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์มากนัก อย่าให้มีอารมณ์หงุดหงิดดีที่สุดค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

  • แวะมาเยี่ยมครับ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
  • ผมเองก็เพิ่งจะมีอาการดีขึ้น เพราะเป็นหวัด
เขียนเมื่อ 

%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c

 "อยากให้คนไทยเข้าใจและช่วยเหลือผู้ป่วยอัลไซเมอร์"

เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่แวะมาทักทาย และขอบคุณเรื่องหนังสือธรรมะด้วย อ่านหมดแล้วค่ะ ซาบซึ้งในธรรมะมากยิ่งขึ้นค่ะ

ตอนนี้ยุ่งๆนิดหน่อย แต่ก็เข้ามาตอบและตามอ่านของสมาชิกท่านอื่นๆด้วยค่ะ สุขภาพยังดีค่ะ

เวลาที่เราสามารถหลบความรู้สึกที่สับสนวุ่นวายภายนอกเข้าสู่ภายในได้ เป็นช่วงเวลาที่เราได้พักอย่างแท้จริง แม้มิได้หลับตา ก็ไม่เครียดนะคะ

วิน
IP: xxx.8.74.242
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

เข้ามาเพื่อบอกว่า บันทึกนี้ อ่านแล้วได้ความรู้ดีมากครับ มีกรณีศึกษาจากเรื่องจริงๆด้วย

เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
วิน
สวัสดีค่ะ

ยินดีมากที่ทราบว่า บันทึกนี้มีประโยชน์ค่ะ  ขอบคุณค่ะ

ชาย
IP: xxx.8.74.14
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

 ผ่านมาอ่าน

เคยมีเพื่อนที่มีคุณแม่เป็นโรคนี้ ปกติเขาเป็นคนสบายๆ ใจเย็น แต่พอมาเจอเหตุการณ์ที่ต้องดูแลคนเจ็บป่วยนานๆ ทำเอาเครียด ต้องไปศึกษาธรรมะช่วย ซึ่งก็ดี ทำให้มีความอดทน มีเมตตาและมีความเข้าใจชีวิตดีขึ้น ตอนนี้ รับได้และไม่เครียดแล้วครับ

ขอบคุณสำหรับบันทึกนี้ ผมจะไปบอกเขาให้อ่านด้วย

sasinanda
IP: xxx.8.76.139
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
ชาย
P
sasinanda
สวัสดีค่ะ
            ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและ shareประสบการณ์ด้วยค่ะ การศึกษาและปฏิบัติธรรมะควบคู่กับการรักษาผู้ป่วยมีความจำเป็น และได้ผลดีมากค่ะ
สำเนียง
IP: xxx.121.136.183
เขียนเมื่อ 
สวัสดีค่ะ    อ่านดูเนื้อหาแล้วค่ะ  ถ้าเราทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายทุกวัน เมื่ออายุมากแล้วจะมีสิทธิเป็นซัลไซเมอร์
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูปสำเนียง
 สวัสดีค่ะ       
   สงสัยจะพิมพ์ไม่ครบค่ะ  คุณสำเนียง คงกังวลว่าจะเป็นอัลไซเมอร์ ไหม ตอนอายุมาก           คงไม่มีใครบอกได้มั๊งคะ เพราะเท่าที่รู้จัก บางคนก็ไม่มีพันธุกรรมเลย  บางคนก็ร่างกายแข็งแรงดีด้วยค่ะ        
 อย่าไปกังวลเลยค่ะ รักษาสุขภาพให้ดีๆไว้ก่อนดีกว่าค่ะ
เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 

อ้างถึงบันทึกของนพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์

ท่านอาจารย์คาเรน ริชชี แห่งสถาบันวิจัยการแพทย์แห่งชาติฝรั่งเศสได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ชายและผู้หญิงมากกว่า 7,000 คน ซึ่งอยู่ในเมืองใหญ่ 3 เมือง

ผลการศึกษาพบว่า ผู้หญิงสูงอายุที่ดื่มกาแฟตั้งแต่ 3 ถ้วยขึ้นไปมีความเสี่ยงต่อภาวะความจำเสื่อมจากอายุที่มากขึ้นน้อยลง เมื่อเทียบกับผู้หญิงสูงอายุที่ดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 1 ถ้วยดังต่อไปนี้...

  •  ความจำเกี่ยวกับคำพูด (verbal memory) เสื่อมน้อยลง 33%
  • ความจำเกี่ยวกับภาพ (visual & spatial memory) เสื่อมน้อยลง 18%
  • ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี และดื่มกาแฟกันแบบพอดี (แต่ละคนคงจะมีความพอดีไม่เท่ากัน)

เขียนเมื่อ 
นก
IP: xxx.121.190.25
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

 เข้ามาอ่าน  เรื่องน่าสนใจ   รูปประกอบสวยมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

            ขอบคุณค่ะ ที่มาเยี่ยม ดีใจที่อ่านแล้ว ได้ประโยชน์ค่ะ

สวัสดีค่ะ..

  • แหววเข้ามารอบที่ 2 ค่ะ...ช่วงแรกเข้ามาแล้วบันทึกไม่ได้ ย้อนกลับมาคราวนี้ ..มีสิ่งดีๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย เป็นประโยชน์กับโลกปัจจุบันมากค่ะ.
  • รอบนี้มีดอกไม้มาฝาก สีเหลือง ตัดสีเขียว สดชื่นนาม "พุทธรักษา" (เก็บมาจากที่บ้านค่ะ) สำหรับผู้มีพุทธในใจ ...

img489/8942/flowers021fg5.jpg

คลิกเร็วอีกแล้ว..อยู่นี่ค่ะ..

sasinanda
IP: xxx.121.190.134
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P
P

 ดีใจที่เข้ามาอ่านค่ะ

เราไม่ทราบว่า คนใกล้ชิดเรา จะเป็นโรคนี้หรือไม่ เราศึกษาไว้หน่อยก็ดีค่ะ

 พอได้ข้อมูลใหม่ๆมา ก็จะเข้ามาเติมไว้ค่ะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดี

แวะไปหาตั้งหลายครั้ง ไม่ได้มาหาเลย

คราวนี้ตั้งใจมาอ่านโดยเฉพาะ ได้รับความรุ้ขึ้นมาก

กรรมเป็นสิ่งที่คนเราเลี่ยงไม่ได้เลย หากเคยทำกรรมใดไว้ กรรมย่อมจะติดตามมาเสมอ

กรรมที่ทำไว้มาก เมื่อมาถึง ย่อมไม่สามารถจะปัดเป่าให้เบาบางลงได้

อดีตชาติ เคยดูถูก ดูหมิ่น ผู้มีปัญญาน้อยกว่าตน

หรือ เคยเห็น คนเป็นโรคนี้ แล้วล้อเลียนอยู่บ่อย ๆ

หรือ มีความรังเกียจ คนที่เป็นโรคนี้เอามาก ๆ

หรือ เคยดูถูก พระสงฆ์ ที่ท่านไม่ฉลาด ว่า ท่านไม่รู้จักหาความรู้ หาปัญญาไม่ได้

ด้วยเหตุฉะนี้ เมื่อเกิดมาในชาตินี้ จึงได้รับกรรมเช่นนี้

นี่เป็นเรื่องของกรรม ซึ่งใคร ๆ ก็ไม่สามารถช่วยได้

ขอแสดงความเห็นใจ ต่อผู้ที่เป็นอย่างนี้ และ หมั่นทำบุญ ให้แก่สรรพสัตว์ ทั้งหลาย เพื่อผลในภายหน้า

ให้มีความสุข อย่ามีโรคอื่นอันใดอีกเลย

ให้มีความสบายใจ สุขภาพแข็งแรง

รวมทั้ง เจ้าของบล๊อก ด้วย มีแต่สิ่งที่ดี ๆ เข้ามาในชีวิตเสมอ

สุข สงบ เย็น

เดียวดายกลางสายฝน

เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ 
ดีใจและยินดีที่ได้ต้อนรับค่ะ และดีใจที่บอกว่า ได้ความรู้ด้วย
ก็เป็นประสบการณ์จริงๆ
  

และเข้าใจเห็นใจท่านเหล่านั้นมากๆค่ะ เลยอยากจะ นำมาเป็นความรู้ว่า ถ้าคนที่เรารู้จัก หรือคนในครอบครัวเป็น เราจะเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้ทั้งผู้ป่วยและผู้พยาบาล ยังมีกำลังใจ มีความสุขในการดำรงชีวิต

 และผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามควรด้วยค่ะ 
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

แวะมาเยี่ยมและมาอ่านเก็ยเกี่ยวความรู้เรื่องอัลไซเมอร์ค่ะ ....

งานยุ่งๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ

พรุ้งนี้แป๋ว พี่ติ๋ว และคุณแผ่นดิน จะเดินทางไปร่วมงานสัมมนา KM ที่เชียงใหม่ด้วยกันค่ะ แล้วจะมาเล่าเรื่องงานสัมมนาให้พี่ฟังนะค่ะ ...เสียดายที่พี่ศศินันท์ไปร่วมงานไม่ได้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

sasinanda
IP: xxx.121.187.160
เขียนเมื่อ 
  
P
 
P
สวัสดีค่ะ
         ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ  และบอกว่า 

พรุ้งนี้  12-08-2550  แป๋ว พี่ติ๋ว และคุณแผ่นดิน จะเดินทางไปร่วมงานสัมมนา KM ที่เชียงใหม่ด้วยกันค่ะ

 

เสียดายไม่ได้ไปด้วย ขอติดตามที่บันทึกอาจารย์นะคะ

 

โรคอัลไซเมอร์ ปัจจุบันนี้ แม้รักษายังไม่ได้ แต่ชะลอได้ค่ะ

 การลับสมองให้ดีไว้    การบำรุงสติปัญญาให้มีความพร้อมอยู่เสมอ ก็สามารถช่วยเราได้ทางหนึ่งค่ะ

เรื่องการเขียนบล็อกที่ดี

พี่ก็พยายามทำตามค่ะ แต่บางที ติดที่เวลาค่ะ ขอบคุณอาจารย์และกัลยาณมิตรท่านอื่นๆที่กรุณาแนะนำด้วยค่ะ

http://gotoknow.org/blog/yutkpp/118665

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

วันนี้ วันแม่แห่งชาติ .. ว่าจะ เดินทางเข้าวัดในจังหวัดนครสวรรค์ครับ.. และทำจิตใจ ให้ปลอดโปร่งแจ่มใส ..

นึกถึงผู้มีพระคุณ

กระผมแวะมาเยี่ยมในวันแม่ครับ ^^, ขอบพระคุณ

ดอกมะลิ ดอกไม้สัญลักษณ์วันเเม่

sasinanda
IP: xxx.121.196.38
เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะ
           
ขอบคุณมากๆค่ะที่นึกถึง ใจตรงกัน คิดในวันนี้เองว่า คุณนิรันดร์เงียบไป คงมีธุระยุ่งอีกตามเคย
ขับรถระวังหน่อยนะคะ และอากาศหมู่นี้ ไม่ค่อยดี ชื้นแฉะมาก ระวังเป็นหวัดค่ะ
  • สวัสดีค่ะ
  • แวะตามมาขอบคุณค่ะ
  • ขณะนี้อยู่ กทม.พาแม่มาเที่ยว กทม.ค่ะ
เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะ        คิดถึงคุณSirintip และเป็นห่วง เวลามีข่าวอะไรไม่ค่อยดี ก็ยิ่งห่วงค่ะระวังตัวด้วยนะคะ แต่คนที่คิดดี พูดดี ทำดี เป็นปกติ จะต้องปลอดภัย และอยู่เป็นสุขค่ะ เรามาอธิษฐาน    ขอให้ทุกอย่างเข้าภาะสงบสุขเหมือนเดิมนะคะ

    ดีแล้วค่ะ วันแม่ พาคุณแม่มาเที่ยวบ้าง ท่านจะได้มีความสุข

ได้อยู่ใกล้ลูกสาวและเที่ยวด้วยกัน เป็นความประทับใจของท่านค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกของผู้ประสบปัญหา ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ

ได้เข้าไปอ่านที่บันทึกแล้ว เห็นว่ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จึงจะขอลิงค์ไป เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้อื่นนะคะ ขอบคุณค่ะ

 10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็ว

1. ไม่ทานอาหารเช้า  

2. กินอาหารมากเกินไป 

3. การสูบบุหรี่   เป็นต้นค่ะ

เขียนเมื่อ 

ณ บัดนี้ เป็นที่น่ายินดีมากที่อาการของสามีพี่ปริม ดีขึ้นมาก

  กล่าวคือ: 1. ไม่หลับ ไม่ซึมทั้งวันแล้ว  ทานข้าวได้เอง  มีชีวิต ชีวาขึ้น

2.เดินมั่นคงขึ้น ไม่หกล้มบ่อยๆ  

 3.ก่อนนี้ร้องเพลงบัวขาวได้จบเพลง    ตอนนี้ เปิดปฏิทินอ่านได้ครบ 12 เดือน และเซ็นชื่อตัวเองได้ 

4.เรียกภรรยาได้ด้วย    ชื่อเฉพาะที่ตั้งขึ้นเอง     ไม่ใช่ชื่อ ปริม เป็นสิ่งที่อยู่ใต้จิตสำนึก  แต่ก็ไม่ทราบว่า คนที่กำลังเรียกชื่อ และพูดด้วยนี้ เป็นภรรยา นึกว่าพูดกับใครสักคนหนึ่ง 

5.เข้าห้องน้ำเองได้ 

6.เดินออกมาทักทายหลานๆได้  แต่จำไม่ได้ว่าลูกใคร และถ้าถามว่าทานข้าวหรือยัง ก็บอกว่า ยัง ทั้งๆที่ทานแล้ว 

 ตอนนี้แพทย์ให้ไปพบ 2 เดือน/ครั้ง  กรณีนี้ ดิฉันว่า เป็นเพราะยาที่แพทย์ใช้รักษา   ถูกโรคนะคะ และครอบครัวดูแลดีด้วย

ดิฉันแสดงความยินดีไปกับพี่ปริม ที่ช่วงนี้    พอจะมีเวลาเป็นของตัวเองบ้างแล้ว

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น