นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้วย ICT ที่ได้จากการดำเนินงานโครงการ ฯ คือ
1. การจัดการเรียนรู้แบบพึ่งพา Corroborative ซึ่งพบว่า การเรียนรู้และฝึกทักษะด้านการใช้ ICT นั้นสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ คือ ครูกับผู้เรียน พี่กับน้อง เพื่อนกับเพื่อน ซึ่งเป็นการเรียนรู้และทำงานแบบเป็นทีม เป็นคณะ ผลัดกันทำหน้าที่ตามความถนัด และความสนใจของแต่ละคน
2. การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามศักยภาพ และความถนัดของผู้เรียนแต่ละคนตามแนวทางปฏิรูปการศึกษา ด้วยการฝึกฝนให้นักเรียนรู้จักใช้ ICT เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น สืบค้นข้อมูลต่าง ๆ การสร้างสรรค์ผลงานด้วย ICT และนำเสนอผลงานของตนเอง ภาพที่พบคือ ผู้เรียนสนุกและเพลิดเพลินกับการใช้ ICT ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข ตั้งใจเรียนมากขึ้น อยากรู้ อยากเห็น และอยากค้นหาต่อไป และพบว่าเด็กเรียนรู้ด้าน ICT ได้ดีและรวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ (ครู) นอกจากนี้ ยังทำให้มีความคงทนในการจำมากกว่าเรียนรู้ในวิธีการสอนแบบอื่น ๆ
3. การสร้างความตระหนักและให้เห็นคุณค่า ประโยชน์และความสำคัญของ ICT ที่สามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ จาก การจัดค่าย ICT และการจัดค่ายพัฒนาเยาวชนไทย ก้าวไกลด้วย ICT ซึ่งพบว่า ผู้เข้าค่ายได้รับการฝึกฝนและเรียนรู้ การกินอยู่และทำกิจกรรมในสังคมร่วมกัน การทำงานแข่งกับเวลาภายใต้ข้อจำกัดที่ตกลงร่วมกัน การสร้างผลงานเป็นกลุ่ม/ทีม/คณะที่จะต้องมีการปรึกษา วางแผนและพัฒนาร่วมกัน สิ่งที่ผู้เข้าค่ายได้รับคือ ความสามัคคี ความรักใคร่ ปรองดอง และการยอมรับซึ่งกันและกัน การฝึกฝนให้เป็นคนใฝ่เรียน ใฝ่รู้ เพื่อศึกษาและทำให้สำเร็จตามเงื่อนไขเวลา และคำสั่งที่กำหนด
4. การค้นพบความสามารถและความถนัดของตัวเองด้าน ICT เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้ครูมีใจรักที่จะทำ จากการประชุมปฏิบัติการ การพัฒนา Web site การวาดภาพการ์ตูนและพัฒนาสื่อ Animation แบบง่าย ๆ ด้วยโปรแกรม Power Point และ Flash การวางแผน การจัดการเรียนรู้ตามโครงการ Intel Teach to the Future ทำให้ครูและผู้เรียนค้นพบตนเองว่ามีความสามารถด้าน ICT มากน้อยแค่ไหน และการใช้ ICT ไม่ยากอย่างที่คิด ครูสามารถทำได้ ทำให้ครูรักที่จะพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าและมีทักษะ ความชำนาญในการใช้ ICT มากขึ้น ไม่กลัวคอมพิวเตอร์เหมือนเมื่อก่อน มีมานะ และความพยายาม มากขึ้นที่จะทำให้สำเร็จเป็นรูปร่าง เป็นสื่อการสอน ซึ่งคนที่ทำได้จะมีความภาคภูมิใจมาก จะเห็นได้ว่า อายุไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคในการเรียนรู้ เพราะครูที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และ ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์ ก็สามารถทำได้
5. การหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพของโรงเรียนในโครงการ ในกิจกรรมการศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน และประชุมปรึกษาหารืองานในโครงการเป็นประจำ ทุกเดือน เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สร้างความตระหนักให้กับครูในโรงเรียน ทำให้ครูกระตือรือร้นที่จะทำให้ดีที่สุด รู้สึกมีส่วนร่วมและภาคภูมิใจกับผลงานของโรงเรียนที่ได้ทำ และเป็นเจ้าของโครงการนี้ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และแข่งขันกันทำและพบเห็นภาพความสำเร็จ ความก้าวหน้าของตนเอง
6. รูปแบบการบริหารจัดการด้วย ICT ที่มีคุณค่า และประโยชน์มหาศาล เช่น ช่วยประหยัดงบประมาณกระดาษ ช่วยลดคนทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของเนื้องาน เช่น โรงเรียนไผทอุดมศึกษา ใช้ระบบสารสนเทศ ในการติดต่อและรายงานผลการเรียนของผู้เรียนให้กับผู้ปกครองผ่าน Web site ของโรงเรียน โรงเรียนดวงวิภา ใช้ระบบการทดสอบผ่านจอทีวี โดยพัฒนาคลังข้อสอบในรูปของไฟล์ Power Point ทุกสาระการเรียนรู้ ทุกชั้นเรียน และให้ผู้เรียนทดสอบผ่านจอทีวี ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องข้อสอบ กระดาษ หมึกพิมพ์ได้อย่างดี โดยในระดับอนุบาลและ ป.1 ใช้วิธีให้ช่วยกันอ่านและหรือครูอ่านข้อสอบให้ฟัง 2 ครั้ง แล้วให้ผู้เรียนตอบ นอกจากนี้ยังจัดการเรียนการสอนในวิชาเดียวกันหลายห้องพร้อมกันผ่านจอทีวี ซึงช่วยลดปัญหาครูขาดแคลนเฉพาะวิชา โดยใช้ครูผู้สอนสาระละ 1 คนต่อชั้นเรียนซึ่งอาจจะมีหลายห้อง วิธีการคือครูผู้สอน ๆ ผ่านคอมพิวเตอร์และต่อพ่วงกับจอทีวีขนาดใหญ่ในห้องเรียนที่มีเครื่องแม่ตั้งอยู่ ส่วนห้องห้องอื่น ๆ ก็เพียงต่อจอทีวีพ่วงจากห้องแม่ แต่มีไมโครโฟนทุกห้อง ให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์กันได้ ดังนั้นคนทีสอนห้องอื่น เป็นเพียงผู้ควบคุมนักเรียน ซึ่งอาจไม่ใช่ครูที่จบสาขานั้นมาโดยตรง จึงช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนครูเฉพาะบางสาขาวิชาได้