คนดีวันละคน : (92) รศ. ศรีศักร วัลลิโภดม
ผมรู้จัก รศ. ศรีศักร วัลลิโภดม เมื่อมาทำงานเป็นผู้อำนวยการ สกว. ต่อมา สกว. ได้เชิญให้ท่านทำงานสร้างนักวิจัยให้แก่ประเทศ ในฐานะ เมธีวิจัยอาวุโส สกว. และท่านได้ช่วยงานวิจัยของ สกว. มากมายยิ่งได้ใกล้ชิดกันเพียงใด ผมก็ยิ่งนับถือความเป็นปราชญ์ผู้รอบรู้เรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และภูมิศาสตร์ ของประเทศ
ครั้งหนึ่งท่านพา อ. หมอประเวศ และอีกหลายคน ไปที่ปราสาทเมืองสิงห์ กาญจนบุรี ระหว่างทางท่านอธิบายประวัติศาสตร์ทัพพม่าที่ยกมาสมัยรัชกาลที่ ๑ มีรายละเอียดประกอบการสันนิษฐานอย่างน่าประทับใจ
ท่านมีมุมมองต่อวิชาการต่างๆ แบบวิพากษ์และลุ่มลึก พูดตรงๆ แบบไม่เกรงใจใครหรือหน่วยงานใด จึงน่าจะมีคนไม่ชอบท่านอยู่ไม่น้อย แต่ยิ่งนับวันท่านก็เป็นที่นับถือมากขึ้น ว่าที่ถกเถียงโต้แย้งกันนั้น ท่านถูก
ครั้งหนึ่งท่านทำวิจัยเรื่อง “วัฒนธรรมปลาแดก” ท่านจัดการประชุมที่ลุ่มน้ำสงคราม และพาผู้เข้าร่วมประชุม (รวมทั้งผม ซึ่งตอนนั้นยังเป็น ผอ. สกว.) ลงเรือไปดูน้ำหลาก ทำให้ผมเข้าใจว่าวัฒนธรรมน้ำหลากเป็นอย่างไร ลำน้ำเล็กๆ กว้างเพียง 2 – 3 วากลับกว้างมองไม่เห็นฝั่ง เห็นแต่น้ำหลากสุดสายตา ปลาชุกชุมสุดประมาณ เมื่อชาวบ้านจับปลาได้มากเกินกิน จึงต้องถนอมอาหารไว้กินยามอาหารขัดสน เป็นที่มาของวัฒนธรรมปลาแดก และอุตสาหกรรมปั้นไหปลาแดก
รศ. ศรีศักร เป็นผู้ที่ผมยกเป็นตัวอย่างของความไม่แม่นยำของระบบเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการของอุดมศึกษา เพราะท่านเป็นคนหนึ่งที่ไม่ผ่านการพิจารณาเข้าสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ เป็นจุดด่างของระบบ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ก็พิสูจน์ว่าท่านเก่งกว่าคนที่ได้ตำแหน่งศาสตราจารย์เกือบทั้งหมด
เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 50 มูลนิธิญี่ปุ่นจัดงานแถลงข่าวการได้รับรางวัลวัฒนธรรมแห่งเอเชียเมืองฟูคุโอกะ โดยได้ประกาศเกียรติคุณดังนี้
ศรีศักร วัลลิโภดม
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2481 (อายุ 69 ปี) สัญชาติไทย
ประวัติโดยย่อ
2481 เกิดที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย
2503 จบการศึกษาอักษรศาสตร์บัณฑิต (ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส)คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2504-2514 อาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ไทย คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
2514 จบการศึกษาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (มานุษยวิทยา) จากมหาวิทยาลัยเวสท์เทิน ออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย
2514-2515 อาจารย์รับเชิญ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2515-2520 อาจารย์บรรยายวิชาไทยศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร
2517 ~ บรรณาธิการวารสาร“เมืองโบราณ” วารสารทางวิชาการรายสามเดือน
2520 หัวหน้าภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร; หัวหน้ากลุ่มสังคมศาสตร์ โครงการพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ โดยความร่วมมือกับองค์การยูเนสโก
2523 ศาสตราจารย์รับเชิญ โปรแกรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา
2529 นักวิชาการรับเชิญ ศูนย์การศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น
2529-2541 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางมานุษยวิทยา, หัวหน้าภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร
2532-2539 ประธานคณะอนุกรรมการวิจัยวัฒนธรรมภาคกลางของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กระทรวงวัฒนธรรมในปัจจุบัน)
2538 ~ ที่ปรึกษามูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
2539 เมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
2544 ~ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
2545 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (มานุษยวิทยา) มหาวิทยาลัยศิลปากร
2548 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (มานุษยวิทยา) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ผลงานสำคัญ
2510 กรุงอโยธยาในประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ ฉบับพิเศษ สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, กรุงเทพฯ, มิถุนายน 2509
2527 กรุงศรีอยุธยาของเรา, กรุงเทพฯ, สำนักพิมพ์มติชน, 2529 (พิมพ์ครั้งที่ 7, 2548)
2529 ความต่อเนื่องทางการเมืองและวัฒนธรรมจากแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี (ภาษาอังกฤษ) ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในศตวรรษที่ 9 ถึงศตวรรษที่ 14 สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา, สิงคโปร์, สถาบันวิจัยของแปซิฟิคศึกษา, มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย, แคนเบอร่า, 2529 [‘Political and Cultural Continuities at Dvaravati Sites’ [in English] in Southeast Asia in the 9th to the 14th Centuries, Institute of Southeast Asian Studies, Singapore, Research School of Pacific Studies, Australian National University, Canberra, 1986.]
2529 เมรุ: สัญลักษณ์ของความต่อเนื่องและความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย (ภาษาอังกฤษ) ใน ผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และวัฒนธรรมของเขา : ความต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลง, สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล, โซล, 2529 [‘Meru: A Symbol of Continuity and Change in Thai Society’ [in English] in Asian Peoples and their Cultures: Continuity and Change, Seoul National University Press, Seoul, 1986.]
2533 ความหมายพระบรมธาตุในอารยธรรมสยามประเทศ, สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, กรุงเทพฯ, 2533
2533 แอ่งอารยธรรมอีสาน : แฉหลักฐานโบราณคดีพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ไทย, กรุงเทพฯ, สำนักพิมพ์มติชน, 2533 (พิมพ์ครั้งที่ 4, 2544)2534 สยามประเทศ : ภูมิหลังของประเทศไทยตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาราชอาณาจักรสยาม กรุงเทพฯ : มติชน, 2535
2538 ค้นหาอดีตของเมืองโบราณ รวมบทความจากวารสารเมืองโบราณ (พ.ศ.2517-2536)กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, 2538
2544 พัฒนาการทางสังคม-วัฒนธรรมไทย , อมรินทร์พรินท์ติ้งกรุ๊ป , กรุงเทพฯ, 2544
2546 อู่อารยธรรมแหลมทองคาบสมุทรไทย,กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน, 2546
2548 เหล็ก โลหะปฏิวัติ เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว : ยุคเหล็กในประเทศไทย : พัฒนาการทางเทคโนโลยีและสังคม, กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน, 2548
<p>
7. เหตุผลในการมอบรางวัลแห่งเอเชียเมืองฟูคุโอกะ แก่รองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม รองศาสตราจารย์ศรีศักร จัดว่าเป็นหนึ่งในนักมานุษยวิทยาและนักโบราณคดีชั้นแนวหน้าของประเทศไทยและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ท่านได้ใช้ความเชี่ยวชาญในด้านมานุษยวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และขนบธรรมเนียมความเชื่อพื้นบ้าน มาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อนำเสนอประวัติศาสตร์ไทยในลักษณะใหม่โดยสิ้นเชิงในผลงานวิจัยของท่าน รองศาสตราจารย์ศรีศักรได้วิพากษ์วิจารณ์ทัศนคติของเหล่านักวิชาการที่รับเอาหลักความคิดแบบตะวันตกโดยที่ไม่ได้วิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน ตลอดจนแสดงความกังขาต่อการตีความประวัติศาสตร์ไทยตามธรรมเนียมปฏิบัติซึ่งมักอิงจากการบันทึกเหตุการณ์ของประเทศและราชวงศ์ตามลำดับเวลาการเกิด รองศาสตราจารย์ศรีศักรยังได้รวมเอาผลลัพธ์ที่ได้จากงานสำรวจภาคสนามและงานตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ เข้ากับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแทนที่จะเพ่งความสนใจไปที่ประวัติศาสตร์ของประเทศแต่เพียงอย่างเดียว อันนำไปสู่การนำเสนอแง่มุมใหม่ของประวัติศาสตร์ไทย งานวิจัยของรองศาสตราจารย์ศรีศักรครอบคลุมหลายแขนง ที่จะกล่าวในที่นี้คืองานสำรวจทางโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในยุคก่อนประวัติศาสตร์และงานวิจัยเกี่ยวกับอาณาจักรโบราณของไทย ในผลงานชิ้นแรกนั้นรองศาสตราจารย์ศรีศักรได้รวบรวมหลักฐานจากงานสำรวจภาคสนามเป็นเหตุผลสนับสนุนว่า การเกษตรกรรม เกลือ และเหล็ก เป็นสิ่งที่มีความสำคัญและยังแสดงให้เห็นว่าการสักการะบูชาทางศาสนามีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์โดยมีหินสีมาซึ่งพบได้เฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเป็นหลักฐาน การค้นพบดังกล่าวหักล้างภาพเก่าๆ ของ “ภาคอีสานที่ยากจน” และได้วาดเค้าโครงใหม่ให้กับภูมิภาคว่าเป็น “ภาคอีสานที่เคยรุ่งโรจน์” ข้อมูลทางโบราณคดีบางส่วนที่ศาสตราจารย์ศรีศักรเก็บรวบรวมจากภูมิภาคนี้ได้แพร่หลายทางอินเตอร์เนตและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ในผลงานชิ้นที่สองรองศาสตราจารย์ศรีศักรได้ใช้แผนที่ทางอากาศในงานวิจัยเมืองโบราณของไทยทำให้ค้นพบการวางผังเมืองและโครงสร้างของเมืองโบราณหลายเมือง อาทิเช่น ทวารวดีซึ่งเป็นอาณาจักรสมัยแรกของไทย อาณาจักรในราชวงศ์สุโขทัย และอาณาจักรในราชวงศ์อยุธยา โดยรองศาสตราจารย์ศรีศักรได้วิจารณ์ว่าการค้าขายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอิทธิพลต่อการสถาปนาอาณาจักรโบราณของไทยเป็นอย่างมาก รองศาสตราจารย์ศรีศักรสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นศึกษาต่อด้านมานุษยวิทยาที่มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย ภายหลังสำเร็จการศึกษาท่านสอนและทำงานวิจัยที่ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ในขณะเดียวกันดำรงตำแหน่งสำคัญอีกหลายตำแหน่งในสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ รองศาสตราจารย์ศรีศักรยังได้ให้คำแนะนำที่สำคัญต่างๆ ต่อรัฐบาลในสมัยที่ท่านเป็นคณะกรรมการอนุรักษ์ทรัพย์สินที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม หนึ่งในนั้นคือโครงการพัฒนาสวนประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้านักสังคมศาสตร์ นอกจากนั้นท่านยังเป็นนักวิชาการที่มีบทบาทดังจะเห็นได้จากความพยายามในการที่จะให้ผลงานวิจัยทางวิชาการได้ตีพิมพ์เผยแพร่ต่อสาธารณชนในฐานะที่เป็นบรรณาธิการวารสาร”เมืองโบราณ” ซึ่งเป็นวารสารทางวิชาการรายสามเดือนชั้นนำด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของไทย งานวิจัยและกิจกรรมต่างๆ ของรองศาสตราจารย์ศรีศักรนั้นก่อร่างมาจากมุมมองด้านมานุษวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับข้อมูลทางโบราณคดีที่เชื่อถือได้ ก่อให้เกิดประวัติศาสตร์ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แนวใหม่ที่มุ่งเน้นไปยังประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม สำหรับความสำเร็จอันสำคัญนี้ศาสตราจารย์ศรีศักรจึงสมควรที่จะได้รับ “รางวัลผลงานวิชาการ รางวัลวัฒนธรรมแห่งเอเชียเมืองฟูคุโอกะ”</p><p>วิจารณ์ พานิช</p><p>25 ก.ค. 50
</p>
.....ผลงานตำราของท่าน รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม.....
ผมเป็นผู้ที่ชื่นชอบศึกษา ค้นคว้าประวัติศาสตร์ไทยและสากลเป็นการส่วนตัวมาตั้งแต่สมัยเรียนระดับประถม-มัธยม ปัจจุบันเป็นข้าราชการครู สอนวิชาคอมพิวเตอร์
แต่ก็ยังอ่านตำราประวัติศาสตร์มิว่างเว้น โดยเฉพาะตำราประวัติศาสตร์ที่เขียนขึ้นโดยท่าน รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์เมืองโบราณ
ลักษณะพิเศษในการเรียบเรียงสาระเนื้อหา คือ ท่านจะกล่าวถึงบริบทลักษณะภูมิศาสตร์ นำเนื่องไปสู่เนื้อหาของประวัติศาสตร์ โบราณคดี อ่านครั้งแรกยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่พออ่านครั้งที่สองประกอบกับดูแผนที่ประกอบก็เข้าใจได้ถนัด และสัมพันธ์กับเนื้อหาของตำราที่ท่านเขียนไว้ในตำราเล่มอื่น ๆ จึงยิ่งอ่านก็ยิ่งสนุก
ตอนนี้ตำราของท่านที่ผมกำลังอ่านก็คือ เหล็ก โลหะปฏิวัติ เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว:ยุคเหล็กในประเทศไทย:พัฒนาการทางเทคโนโลยีและสังคม โดยอ่านคู่กับ แอ่งอารยธรรมอีสาน
ขอบคุณมากคับ