หวังว่าการแลกเปลี่ยนในวันนี้ อาจทำให้เราเกิดการปิ๊งแว้บ ในสิ่งใหม่ ๆ และสิ่งที่เราจะทำในอนาคต หลายอย่างเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานเราได้เลย ประโยชน์เกิดขึ้นจากการแบ่งปันความรู้ระหว่างหน่วยงาน ได้รับการรับรู้สิ่งที่พัฒนา และเราจะนำประโยชน์นั้นไปปรับปรุงงานของเราให้ดีขึ้นได้อย่างไร

นับเป็นปีที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดให้มีเวทีนำเสนอโครงการพัฒนางาน :  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

1.  เปิดโอกาสให้คณะ/หน่วยงาน นำเสนอโครงการพัฒนางานที่ทำอยู่ในคณะ/หน่วยงานของตน

2.  เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ประสบการณ์การทำโครงการพัฒนางานระหว่างกัน

3.  เกิดการเรียนรู้ ประยุกต์ต่อยอดความรู้ เทคนิควิธีการพัฒนางาน


โครงการที่คณะ/หน่วยงาน นำเสนอในวันนี้ มีทั้งสิ้น   18   โครงการ  เป็นโครงการของคณะวิทยาศาสตร์ 2 โครงการ  คือ

1. โปรแกรม Pumpkin Screen Writer (PSW) โดยอาจารย์สมศักดิ์  คงแสง  จากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

2. การประยุกต์ใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการวิชามหกายวิภาคศาสตร์  โดย นายโกศล  ภูริวัฒนกุล  และทีมงานจากภาควิชากายวิภาคศาสตร์

ซึ่งรายละเอียดของโครงการที่นำเสนอในส่วนของคณะวิทยาศาสตร์ จะนำเสนอในตอนต่อไปนะคะ

 

โดยในช่วงเช้า  ท่านอาจารย์ พิชิต  เรืองแสงวัฒนา  รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้มาฉายภาพให้พวกเราได้เห็นถึงความสำคัญของเชื่อมโยงโครงการพัฒนางาน ส่งผลต่อการพัฒนาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ของเราได้อย่างไร

ท่านรองอธิการบดี  ได้กล่าวว่า การเชื่อมโยงโครงการพัฒนางาน เข้ากับ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะสามารถส่งผลต่อการเชื่อมโยงกับเป้าหมาย วิสัยทัศน์ ของมหาวิทยาลัยได้  จะเห็นได้ว่าวัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงการพัฒนางาน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ในส่วนของการพัฒนางาน  เป้าหมายโครงการพัฒนางาน  เพื่อสร้างคุณภาพของคนในองค์กรให้ดีขึ้น ผ่านกระบวนการพัฒนางานจากหน้างาน ซึ่งโดยองค์รวมจะส่งผลต่อการพัฒนาองค์กรได้

นั่นคือ การสร้างคุณภาพคน  ส่งผลต่อการพัฒนางาน  ส่งผลต่อการพัฒนาองค์กร

ในการทำการพัฒนางานที่ทุกคนนำมาเสนอในวันนี้ ต่างผ่านกระบวนการ PDCA มาแล้วทั้งสิ้นทั้งนี้ต้องมีการปรับปรุงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง  โดยในแต่ละครั้งของการพัฒนางาน เราต้องตั้งเป้าว่า เราจะต้องปรับปรุงของที่ดีกว่า และเมื่อดีขึ้นไปแล้ว เราต้องสามารถรักษามาตรฐานและคุณค่านั้นเอาไว้ได้

 

นั่นคือ เมื่อเราทำการพัฒนางานแล้ว เราต้องมีมาตรการในเรื่องของการรักษามาตรฐานคุณภาพนั้นเอาไว้ อาจจะต้องมีการสร้าง standard ของงาน และให้องค์กรสามารถรักษามาตรฐานนั้นไว้ให้ได้

 

ในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ถ้าทำจนถึงเกิดวงจรคุณภาพในเรื่องของการปรับปรุงงาน จะยกระดับคุณภาพขึ้นไป

 

เราจะต้องรักษามาตรฐานนั้นให้ได้ ขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่มีลง จะส่งผลทำให้ระดับคุณภาพขององค์กรดีขึ้นเรื่อย ๆ อาจมีบางช่วงที่อยู่กับที่ได้ แต่อย่าให้อยู่กับที่นานเกินไป ที่สำคัญ ไม่ควรมีการถอยกลับ  และจะมีการพัฒนางานได้ขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเราได้มีการใส่ concept mind ว่า จะมีการพัฒนาให้ดีขึ้นได้หรือไม่อย่างไร

ไม่อยากให้เห็นว่า โครงการพัฒนางานเป็นลักษณะไฟไหม้ฟาง คือ ทำในช่วงที่มีการนำเสนอ เมื่อได้รับรางวัล ได้รับคำชมเชยแล้ว ก็จะละเลยไป 

 

นอกจากนี้  ท่านรองอธิการบดี ยังได้พูดปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำโครงการพัฒนางาน ซึ่งประกอบด้วย

1. บรรยากาศการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้

2. ให้คุณค่าของความแตกต่างหลากหลาย

3. เปิดโอกาสให้ทดลองทำงานในวิธีใหม่ ๆ  ซึ่งหัวหน้าจะต้องเปิดโอกาสให้ทำด้วย เพราะในการทดลองทำงานใหม่ ๆ จะเกิดความเสี่ยงอยู่เสมอ บางครั้งต้องยอมเสี่ยง แต่เราต้องมั่นใจระดับหนึ่งว่า เมื่อทำแล้วต้องดีขึ้น


4. รับรู้การเปลี่ยนแปลงภายนอก  เห็นคนอื่นที่ต่างจากตัวเองจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

5. ดำเนินการจัดการความรู้โดยแทรกในงานปกติ อย่าทำให้รู้สึกว่าเป็นงานที่เพิ่มขึ้น  จะทำให้เกิดกำลังใจในการพยายามทำให้งานดีขึ้น

6. จัดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าไปแลกเปลี่ยนแบ่งปันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งภายในคณะ/หน่วยงาน ก็สามารถจัดเวทีนี้ได้

7. ทำอยู่แล้ว รู้ได้อย่างไรว่าดีแล้ว  วิธีนี้ดีที่สุดหรือเปล่า และมีวิธีที่จะดีกว่านี้หรือไม่ ซึ่งถ้าแต่ละคนมีแนวคิดแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ จะเป็นนิมิตรหมายที่ดี นำไปสู่การพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

 

การมาในวันนี้ ทำให้เรามองเห็นว่า เพื่อน ๆ เรา มีแนวคิด ความมุ่งมั่น ในโครงการพัฒนางานอย่างไร  หวังว่าการแลกเปลี่ยนในวันนี้ อาจทำให้เราเกิดการปิ๊งแว้บ ในสิ่งใหม่ ๆ และสิ่งที่เราจะทำในอนาคต หลายอย่างเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานเราได้เลย  ประโยชน์เกิดขึ้นจากการแบ่งปันความรู้ระหว่างหน่วยงาน  ได้รับการรับรู้สิ่งที่พัฒนา และเราจะนำประโยชน์นั้นไปปรับปรุงงานของเราให้ดีขึ้นได้อย่างไร

นอกจากนี้ท่านรองอธิการบดี ยังได้เชื่อมโยงให้เราเห็นว่าการพัฒนางานที่ต่อเนื่อง  สามารถเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมาย เป้าประสงค์ วิสัยทัศน์ ของมหาวิทยาลัย  และสุดท้ายไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ยั่งยืน ได้อย่างไร

 

ท้ายสุด ท่านรองอธิการบดี  ได้ฝากไว้ว่า  การนำเสนอโครงการในวันนี้ ระยะเวลาที่ให้ไว้ย่อมไม่เพียงพอแน่นอน หวังว่า เมื่อเราปิ๊งแว๊บโครงการใด  เราอาจจะขอไปศึกษา ขอไปดูงาน เพิ่มเติม  เป็นการเข้าไปล้วงลึกถึงแก่นของความรู้ที่ฝังอยู่เบื้องหลังของการทำงาน ซึ่งการได้ถึงแก่นนี้ถือว่า สำคัญ เพราะในการนำไปพัฒนาต่อยอดจะทำให้ได้ง่ายขึ้น  เมื่อร่วมมือร่วมใจกัน แบ่งปันความรู้  จะส่งผลให้ความรู้นั้นมีการต่อยอดความรู้ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุด