ถ้ามีความรู้อยู่แล้ว ก็ต้องทำความรู้ให้สด และมีคุณภาพอยู่เสมอ

          สวัสดีครับ ลูกศิษย์ชาวอาชีวะ และผู้ืติดตาม Blog ทุกท่าน วันนี้ผมได้เปิด Blog ที่น่าสนในอีกหนึ่งเรื่อง คือ Bolg "ไปสร้างความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และเศรษฐกิจพอเพียงกับอาชีวะ" ซึ่งอันที่จริงก็เป็นงานที่ต่อเนื่องของผมที่เคยทำให้กับอาชีวะ ซึ่งถ้าท่านผู้อ่านได้ติดตามงานของผม ผมได้เคยเปิด Blog ของอาชีวะไปครั้งหนึ่งแล้ว โดยครั้งนั้นผมได้ไปบรรยายในหัวข้อ  "ผู้บริหารพันธุ์ R กับเทคนิคการทำงานเชิงรุก กับระบบ  GFMIS" ให้กับรองผู้อำนวยการในเขตภาคเหนือที่จังหวัดพิษณุโลกประมาณ 90ท่าน  

 

            ในครั้งนี้ผมก็ยังได้รับเกียรติให้บรรยายในหัวข้อ "ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม เศรษฐกิจพอเพียงกับอาชีวะ" ซึ่งหัวข้อดังกล่าวนั้นเน้น  3 เรื่อง   

             แต่การไปในครั้งนี้ผมถือว่าเป็นการทำงานที่เน้นทฤษฎี 3 ต. คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง ในช่วงเช้าผมจึงได้เล่าและสรุปให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฟังว่าผมได้เน้นอะไรไปบ้าง เมื่อครั้งบรรยายที่พิษณุโลก เพื่อให้ทุกท่านได้รับทราบและได้นำบทความที่ผมเขียนไว้เมื่อครั้งที่แล้ว ให้ทุกท่านอ่านกันด้วย

 

         และหลังจากนั้นผมก็ได้พูดถึงวิธีการเรียนที่น่าสนใจของผม ซึ่งถ้าทุกท่านติดตามก็คงจะทราบดีว่าได้แก่ ทฤษฎีื 4L's, 2R, 8K's, 5K's และให้ทุกท่านชมเทปรายการของผมเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ของคุณพารณ อิศรเสนา

 

           จากนั้นก็ให้ทุกท่านทำ Workshop ว่าท่านจะสร้างคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดขึ้นในองค์กรอาชีวะจะต้องเริ่มอย่างไร ที่เป็นรูปธรรม

            Workshop ครั้งนี้ ได้มีหลายกลุ่มออกมาบอกว่า ควรที่จะเข้าใจบาปบุญ เน้นเรื่องซื่อสัตย์สุจริต ความตรงต่อเวลา ปลูกฝังจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ ซึ่งพอสรุปได้ว่าทุกท่านต้องการให้เรื่องต่อไปนี้เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะพัฒนาในด้านใด หรือโดยเฉพาะเรื่องคุณธรรม จริยธรรม นั้น ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำ เป็นผู้ที่ทำตัวอย่างที่ดี และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เำพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีและทำให้เกิดรูปธรรมมากขึ้น 

           ซึ่งหลังจาก Workshop ในช่วงเช้าแล้ว พอช่วงบ่ายก่อนที่ผมจะเริ่มบรรยาย ผมได้ถามทุกกลุ่มว่า เมื่อเช้าตั้งแต่เริ่มพบกัน เริ่มคุยกัน ท่านได้อะไรบ้าง ตรงนี้น่าสนใจมากครับ ทุกกลุ่มตอบได้ดีมาก ผมขอสรุปไว้ดังนี้


1. ไ้ด้วิธีคิด 

2. ความรู้คู่คุณธรรม

3. การเรียนรู้ตลอดชีวิต 

4. ความสุขและเห็นคุณค่าของตนเอง 

5.เห็นความหวังดีที่ผมมีต่ออาชีวะ

6.ทุกอย่างต้องเริ่มจากการพัฒนาตนเองก่อน

7. ความรู้ที่มีจะต้องเป็นความรู้ที่สด

8. เป็นความรู้ที่มีคุณภาพและนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 

9. การทำงานให้สำเร็จไม่ควรยึดติดกับอำนาจ 

10. ทำให้พวกเราภูมิใจในอาชีวะ ทำให้มีศักดิ์ศรีของอาชีวะ 

11. ได้ความเสียสละ

 

และหลังจากนั้นผมก็ได้สอนถึงทฤษฎีความรู้ ซึ่งจะสามารถนำมาใช้กับอาชีวะ ก็คือทฤษฎี ASV ได้แก่

A = Acquired  S= Share  V = Value Added

ซึ่งก็หมายความว่าแต่ละท่าน แต่ละวันได้มีความหาความรู้ได้อย่างไรบ้าง 

 - อ่าน

- คุยกับคนเก่ง

- นำประสบการณ์จากการทำงานมาวิเคราะห์

- ฟังคนอื่น ฟังคนเก่ง ฟังลูกน้อง ฟังชาวบ้านระดับรากหญ้า

- เข้าฟังการสัมมนา

- การ Share กัน มีบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนกันที่อาชีวะอย่างไร

- ทำสิ่งที่ได้หารือกันไป แก้ปัญหาหรือสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร

 

         จากประเด็นดังกล่าวผมก็ได้ให้แต่ละกลุ่มทำ Workshop ในเรื่อง ASV ว่าแต่ละท่านจะนำมาปฏิบัติอย่างไร และให้ยกตัวอย่างที่เคยปฏิบัติมาแล้ว  

         ซึ่งกลุ่มต่าง ๆ ก็ได้ออกความเห็นกันหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องการเรียนการสอน และการคิดและประดิษฐ์สิ่งใหม่ของวิทยาลัย ซึ่งการหาข้อมูล หาความรู้ส่วนใหญ่จะได้มาจากผู้ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ หรือหาความรู้จากชาวบ้าน และนำมาพูดคุย หารือ ปรึกษากัน เพื่อคิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

        ช่วงสุดท้ายของการบรรยายของผมในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ผมไม่ได้สอนมากมาย เพียงแค่ยกตัวอย่างให้ทุกคนเข้าใจ และเปิดเทปเกี่ยวกับความพอเพียงในสถานศึกษา ซึ่งก็สามารถเข้าใจได้ไม่ยาก และทุกท่านก็สนใจและเข้าใจกันเป็นอย่างดี และผมได้ฝากให้ทุกท่าน ได้นำความรู้ที่ได้รับในวันนี้ไปสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไป

 

         สุดท้าย ผมขอฝากรูปที่หลังจากบรรยายเสร็จในวันนั้น คณะของวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร ได้ดูแลผมเป็นอย่างดีและพาผมไปกราบพระธาตุพนม และรับประทานอาหารที่ริมโขง ซึ่งถือว่าการมานครพนมในครั้งนี้ นอกจากได้พบกับลูกศิษย์กว่า 150 ท่าน และยังได้มาเที่ยวศึกษาประวัติศาสตร์ด้วย ขอขอบคุณทุกท่านครับ