ระบบสร้างปัญญาไทยอยู่ในภาวะตกต่ำมาช้านาน อยู่ในสภาพ ระบบที่ล้าหลัง ไม่ใช่ระบบของสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ เพราะระบบปัญญาแปลกแยกจากชีวิตประจำวัน และล้าหลังกว่าพัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจ 30 ปี ที่คนทั่วไปคิดกันว่าเป็นระบบการจัดการปัญญาของประเทศนั้น แท้จริงแล้วยังเป็นเพียง “ชิ้นส่วนที่กระจัดกระจาย” ยังไม่เป็นระบบ และบางชิ้นส่วนก็สนิมขึ้นเขรอะหรือผุไปแล้ว
เปรียบเทียบอย่างข้างต้นอาจจะผิดนะครับ เพราะเป็นการเปรียบเทียบแบบ วิธีคิดแนวกลไก (mechanical) ในขณะที่ระบบปัญญาเป็นระบบเชิง “ชีวภาพ” หรือมีชีวิต (organic) เป็นระบบที่จะต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอยู่ตลอดเวลา
ระบบการจัดการระบบปัญญาของไทย ไม่เป็นพลวัตอย่างเพียงพอนะครับ เป็นระบบที่ตกอยู่ใต้อาณัติของราชการ ใช้วิธีจัดการแบบราชการ ซึ่งไม่เหมาะต่อการจัดการระบบปัญญา น่าจะเอาเงินที่มีล้น เอามาสร้างระบบใหม่
ผมฝันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เราทำให้เป็น win – win ได้ไม่ยาก เป้าหมายคือ ทำให้ ระบบปัญญา เป็นระบบที่มีการจัดการที่ดี มีความสามารถในการปรับตัว และมีการเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ ของประเทศ win – win หมายถึง ระบบปัญญาเข้าไปร่วมมือ และร่วมสร้างระบบอื่นๆ ให้ยกระดับขึ้นมาเป็นแผง ไม่ใช่อยู่ในสภาพแข่ง แย่ง ดึง กันไปกันมา จนประเทศอยู่นิ่งทั้งแผง
อย่างนี้จึงจะเรียกว่าเป็น เม็กกะ โปรเจ็กท์ คือเป็นโครงการที่ส่งผลสะเทือนไปทั้งสังคม หรือทุก sector
จะบรรลุผลอย่างนั้นได้ ต้องมีระบบการจัดการที่ไม่ตกร่องเดิม ต้องมีระบบการจัดการแบบใหม่ ที่ใช้ mega mind (จิตใหญ่) ไม่ใช่ จิตเล็ก แบบที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของบางหน่วยงานเท่านั้น ต้องจัดการระบบ ย้ำว่าต้องมี ระบบการจัดการระบบ ระบบตัวหลัง คือระบบปัญาของประเทศ ที่จัดการแบบการเมือง แบบมองเป็น zero sum game ไม่ได้ ต้องมองเป็น positive sum มองที่การสร้าง synergy ระหว่าง parts ของระบบ
การจัดการระบบปัญญาต้องเน้นที่คน และความสัมพันธ์ระหว่างคน คนในที่นี้หมายถึงคนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่คนในภาคที่ได้เปรียบอยู่แล้ว ต้องเน้นที่คนในทุกภาคส่วน จัดให้ระบบปัญญาของต่างภาคส่วนเข้ามายกระดับซึ่งกันและกัน ให้เกิด synergy ระหว่างกัน
เป็น ระบบปัญญา ที่ดึงให้สังคมไทยขยับขึ้นทั้งแผง ที่ทำให้สังคมไทยต่างภาคส่วนเกื้อกูลกัน ไม่ใช่แย่งชิงกัน ต้องฝันใหญ่ ฝันไกล จึงจะเป็น mega project ทางปัญญา แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าฝัน คือลงมือทำ ต้องทำใหญ่ ทำอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน และมีความยืดหยุ่นคล่องตัว ให้โอกาสแก่การเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมๆ กันกับการจัดการ mega project นั้น (เป็นการจัดการ organic system) จึงจะยกระดับสังคมไทยสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ได้
วิจารณ์ พานิช
20 ก.ค. 50
ระหว่างนั่งรถไปนครสวรรค์