![]()
พวกเราคงจะมีประสบการณ์ท้องผูกกันบ้างไม่มากก็น้อย ปัญหาท้องผูกเป็นปัญหาที่พบบ่อยเป็นอันดับหนึ่งในคนสูงอายุในอเมริกา วันนี้มีคำแนะนำดีๆ สำหรับการป้องกันท้องผูกมาฝากครับ...
อาหารที่คนเรากินเข้าไปส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปสารแขวนลอย (suspension) คล้ายๆ กับแกงข้นๆ น้ำอบไทยที่เขย่าแล้ว หรือยาน้ำลดกรดสีขาวขุ่น (antacid)
![]()
เมื่ออาหารเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่ จะมีการดูดน้ำออกจำนวนมาก ทำให้เกิดเป็นอุจจาระที่ค่อนข้างแข็งขึ้น
ถ้าเราไม่ถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่จะสร้างแก๊สเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แรงดันจากแก๊สและอุจจาระจะดันผนังลำไส้ใหญ่ ทำให้ปวดท้องได้
![]()
การดื่มน้ำให้พอมีส่วนช่วยป้องกันท้องผูก ทว่า... การดื่มน้ำอย่างเดียวช่วยได้ไม่มาก เนื่องจากลำไส้ใหญ่จะดูดน้ำออกไปเรื่อยๆ
ถ้าเรากินเส้นใย (ไฟเบอร์) ให้เพียงพอทุกวัน โดยเน้นเส้นใยจากพืชได้แก่ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท (แป้งสาลีไม่ขัดสี) ผัก ผลไม้ ถั่ว งา และเห็ด
![]()
เส้นใยเหล่านี้จะไปซับน้ำไว้ เปรียบคล้ายฟองน้ำ (sponge) ที่อุ่มน้ำไว้ ทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดน้ำออกไปไม่ได้ จะทำให้อุจจาระนุ่มลง มีปริมาตรเพิ่มขึ้น และถ่ายได้ง่ายขึ้น
กาแฟไม่ได้ทำให้ท้องผูกโดยตรง แต่มีส่วนทำให้เสียน้ำทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น และอาจทำให้ลำไส้ใหญ่หดตัวได้ จึงอาจทำให้มีอาการปวดท้องจากท้องผูกเพิ่มขึ้น
![]()
ส่วนชามีสารแทนนิน อาจทำให้ท้องผูกเพิ่มขึ้นได้ ถ้าชอบดื่มชาจริงๆ มีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยลดสารแทนนินคือ ใช้น้ำร้อนจัด และใช้เวลาสั้นลง
ตัวอย่างเช่น ถ้าเดิมชงชาแช่ไว้ 3-5 นาที ให้ลองชงด้วยน้ำร้อนจัด และใช้เวลาไม่เกิน 2-3 นาที ลดเวลาลงอีกถ้ายังมีอาการท้องผูก ฯลฯ
![]()
วิธีที่ดีกว่าในการป้องกันท้องผูกมีดังต่อไปนี้...
- ลดอาหารที่มีกากต่ำ โดยเฉพาะอาหารประเภทน้ำตาล และแป้งขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว ขนม เบเกอรี ฯลฯ
- เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง เปลี่ยนขนมปังขาวเป็นขนมปังข้าวสาลีไม่ขัดสี(โฮลวีทสีรำ) เพื่อให้ได้เส้นใย (ไฟเบอร์) เพียงพอทุกวัน
- กินผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ส่วน (1 ส่วนบริโภค =
หลอดไฟฟ้าชนิดมีไส้ แผ่น CD หรือกล้วยขนาดกลาง 1 ผล)
- ดื่มน้ำให้พอ หรือประมาณ 8 แก้วทุกวัน และดื่มน้ำทันทีที่เริ่มหิวน้ำ
- สังเกตสีน้ำปัสสาวะ... ถ้าปัสสาวะบ่อยเกิน เช่น ปัสสาวะทุกชั่วโมง ฯลฯ แสดงว่า อาจดื่มน้ำมากเกิน ถ้าปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม แสดงว่า อาจดื่มน้ำน้อยเกิน
-
ออกกำลังเป็นประจำทุกวัน
อย่างน้อยเทียบเท่าการเดินเร็ววันละ 30 นาที(ถ้าไม่อ้วน) หรือวันละ 60
นาที(ถ้าอายุน้อยกว่า 25 ปี หรือน้ำหนักเกิน)
- ออกกำลังหนักหน่อย เช่น วิ่งเหยาะ (จอกกิ้ง) รวมกันให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง เพื่อเพี่มระดับความแข็งแรง
- คนที่อายุน้อย โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 25 ปี จำเป็นต้องออกกำลังให้หนัก และมากกว่าคนที่อายุมาก เนื่องจากมีความแข็งแรงสูงกว่าคนวัยอื่นๆ ถ้าออกกำลังเบาหรือน้อยเกินอาจไม่พอที่จะกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานได้ดี
- ลองกินลูกพรุนวันละ 2-5 ผล ลูกพรุนมีฤทธิ์ช่วยระบายได้ดี
และใช้ได้นานโดยไม่ดื้อยา (หรือไม่กลับไปถ่ายยากอีก)
- ถ้าเครียดง่าย... ควรออกกำลังแบบตะวันออก เช่น รำกระบองคุณป้าบุญมี(โปรดดูในวารสารหมอชาวบ้าน) รำกระบองชีวจิต มวยจีน ไทเกก-ชี่กง โยคะ ฯลฯ หรือฝึกสมาธิที่กำหนดลมหายใจ หัดหายใจช้าๆ ไม่เกิน 10 ครั้งต่อนาที วันละ 15 นาที เพื่อคลายเครียด และป้องกันโรคความดันเลือดสูง
- ถ้าทำทุกอย่าง (ข้อ 1-10) ครบ 2-3 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น แนะนำให้เรียนปรึกษาหมอที่ดูแลท่าน โดยเฉพาะถ้าอายุ 35 ปีขึ้นไป หรืออ้วน เพราะอาจมีโรคอื่นแฝงอยู่ เช่น เบาหวานที่อาจทำให้เส้นประสาทเสื่อม ฯลฯ
![]()
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี และไม่มีปัญหาท้องผูกไปนานๆ ครับ
ข่าวประกาศ...
- เนื่องจากผู้เขียนมีภาระงานมากเกิน อินเตอร์เน็ตที่อาศัยโรงพยาบาลใช้อยู่ช้ามาก จำเป็นต้องปิดส่วนความคิดเห็นในบล็อก "บ้านสุขภาพ" และงดตอบปัญหาไปพลางก่อน...
ขอแนะนำ...
- รวมเรื่องสุขภาพ > "สขภาพลำไส้"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "สุขภาพลำไส้ใหญ่"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "คลายเครียด"
- [ Click - Click ]
- ขอแนะนำบล็อก > "บ้านสาระ"
- http://gotoknow.org/blog/talk2u
แหล่งที่มา:
- Many thanks to Dr. Mirkin > Gabe Mirkin, M.D. > Treatment of constipation > [ Click ] > http://www.drmirkin.com/morehealth/G211.htm > 3/1/07.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
- ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 24 กรกฎาคม 2550.