นี่คือเรื่องเล่าเช้าวันนี้ ...ที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับการกระทำของตนเอง เพราะว่าตามจริงแล้ว หากผมจะรอเขาอีกห้านาที สิบนาที ก็ย่อมจะทำได้ แต่ ณ ตรงนั้น ผมได้เอาประเด็นเรื่องเหตุผล มาวางไว้หน้าเรื่องความรู้สึก ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้ว ผมเองก็รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้มีโอกาสขับรถไปส่งลูกในตอนเช้า ได้พูดคุยกับเขาสองต่อสอง แต่น่าเสียดายที่ในวันนี้ ผมได้พลาดโอกาสดีๆ เช่นนั้นไป เพียงเพื่อยืนยันการใช้เหตุผลและทำตามกฎเกณฑ์ที่ผมได้สร้างขึ้น ....

     เคยไหมครับ ที่ทำอะไรบางอย่างไป แล้วรู้สึกไม่สบายใจเลย.... เช้าวันนี้ เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมใช้เหตุผลนำหน้าความรู้สึก    เรื่องมีอยู่ว่า.... ลูกชายคนเล็กผมจะมีความสุขมากที่ตอนเช้าได้ออกจากบ้านมาพร้อมกับผม เพราะจะทำให้เขาไปถึงโรงเรียนค่อนข้างเช้า  ถ้ารอแม่เขาไปส่งก็อาจจะถึงช้ากว่าที่ไปกับผมประมาณครึ่งชั่วโมง  ผมเองได้ตั้งเงื่อนไขไว้กับลูกว่า ถ้าจะออกมาพร้อมกับผมต้องเสร็จให้ทันเวลานั้นเวลานี้  ต้องรีบตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว และกินข้าวให้เร็วๆ  บางครั้งผมเห็นความตั้งใจของเขาที่รีบเร่งจะให้ทัน จำเป็นต้องรออีกห้านาที สิบนาที ผมก็ยอมรอ แล้วแต่เหตุการณ์.....

     แต่เช้าวันนี้ ตอนที่ผมกินข้าว ผมยังเห็นเขาทำอะไรอยู่ที่คอมพิวเตอร์  ไม่ยอมมากินข้าว ซึ่งผมเองได้เคยเตือนเขาเสมอว่า อย่าไปเสียเวลาจัดกระเป๋านักเรียน ทำการบ้าน หรือหาของใดๆ ในตอนเช้าเลย เพราะเวลามีไม่มาก ให้เตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม ตั้งแต่ตอนกลางคืนก่อนที่จะเข้านอน ในช่วงที่ผมกินข้าว ผมก็เรียกเขาอยู่ 1-2 ครั้ง  ผมเห็นไม่ชัดว่าเขาทำอะไรอยู่ที่คอมพิวเตอร์  พอผมกินข้าวเสร็จ  ก็ถึงเวลาที่กำหนดไว้ว่าจะต้องออกจากบ้านพอดี  ลูกผมเองก็ตกใจ นึกไม่ถึงว่า ผมกินข้าวเสร็จแล้ว  ได้ยินเสียงเขาพูดกับแม่เขาว่า  "ถ้าอย่างนั้น เขาไม่กินแล้ว เดี๋ยวจะไปกินที่โรงเรียน" ....เพราะต้องการจะไปพร้อมกับผม
 
     สิ่งที่ผมทำลงไปในเช้าวันนี้ก็คือ ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ขึ้นรถได้ ก็ขับออกจากบ้านมา (คนเดียว) ทำเสมือนว่าไม่ care ความรู้สึกใดๆ ของใครทั้งสิ้น  ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ตอนที่ขับรถออกมานั้น ความคิดก็ยังวิ่งตามผมมาตลอดเวลาว่า บางทีลูกผมอาจจะตามผมออกมาติดๆ แล้วเขาจะคิด ...เขาจะรู้สึกอย่างไร....ในเมื่อออกมาแล้วพบว่า ผมได้ขับรถออกไปเสียแล้ว โดยไม่คอยเขา ....อีกใจหนึ่งก็ยืนยันสิ่งที่ได้ทำลงไปว่า ทำถูกแล้วที่ไม่คอย  เพราะเคยบอกไว้แล้วว่า ตอนเช้าจะต้องไม่ทำอะไรทั้งสิ้น (ไม่มัวแต่ทำการบ้าน เตรียมส่งงาน หรือหาของ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว)  จะต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุด  อาบน้ำ แต่งตัว และกินข้าว..... เท่านั้น   แต่เนื่องจากเช้านี้ ผมเห็นว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ที่คอมพิวเตอร์ ก็เลยเป็นจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจว่า ผมจะไม่รอเขา ....

     นี่คือเรื่องเล่าเช้าวันนี้ ..... ที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับการกระทำของตนเอง  เพราะว่าตามจริงแล้ว  หากผมจะรอเขาอีกห้านาที สิบนาที ก็ย่อมจะทำได้ แต่ ณ ตรงนั้น ผมได้เอาประเด็นเรื่องเหตุผล  มาขวางกั้นเรื่องความรู้สึก   ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้ว ผมเองนั้นรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้มีโอกาสขับรถไปส่งลูกในตอนเช้า ได้พูดคุยกับเขาสองต่อสอง แต่น่าเสียดายที่ในวันนี้ ผมได้พลาดโอกาสดีๆ เช่นนั้นไป เพียงเพื่อยืนยันการใช้เหตุผลและทำตามกฎเกณฑ์ที่ผมได้สร้างขึ้นมา ....

     ที่เล่ามานี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของปีใหม่หรอกครับ เพียงแต่ผมคิดเอาเองว่าประเด็นเรื่องเหตุผล กับความรู้สึกนี้ คงเป็นประเด็นที่หลายท่านก็คงจะเจอเช่นกัน เผื่อว่าจะมีใคร share อะไรดีๆ เป็นของขวัญปีใหม่ได้บ้าง ....สวัสดีปี 2549 ครับ