คนทุกคนต่างต้องการพบกับความสำเร็จในชีวิต แม้จะมีเป้าหมายแตกต่างกัน ต่างกันเพราะอาวัย อาชีพ ตำแหน่ง แต่ทั้งหมดนั้นต้องการความรู้ ความสามารถและจิตใจที่ดีงาม
บางคนสงสัยว่าจิตใจที่ดีงามเป็นปัจจัยของความสำเร็จด้วยหรือ คำตอบคือใช่ ถ้าขาดไป คุณจะต้องว่ายวนอยู่ในทะเลทุกข์ เช่น บ้านแตก หน่วยงานอลเวง สถานีตำรวจ เรีอนจำ ฯลฯ
ความรู้ความสามารถ ได้มาจากการศึกษาเล่าเรียน การฝึกฝน อบรมตน การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงนอกห้องเรียน ฯลฯ
ผลของการเรียนรู้ก่อให้เกิดความรู้สึกนึกคิด (เจตสิก) ความรู้สึกนึกคิดเหล่านี้เองที่จะเป็นเครื่องนำทางให้คนเราประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเป็นความรู้สึกนึกคิดด้านลบ ก็จะนำคุณสู่ทะเลทุกข์
ความรู้สึกนึกคิดที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมของคนเรามีหลายสิบอาการ แบ่งตามระดับขั้นของพัฒนาการง่ายๆ ดังนี้
1. ขันธ์ เป็นโครงสร้างของจิตใจของแต่ละคน ประกอบด้วย เวทนา(ความรู้สึก) สัญญา(ประสบการณ์เดิม) เจตนา(ความตั้งใจที่จะโต้ตอบ) จิต(การรับรู้ว่ามี "ตัวเอง" เป็นผู้รู้สึกนึกคิดอยู่ในขณะนั้น
หากขันธ์ ที่ประกอบกันนี้เป็นด้านบวก ก็มักจะขับเคลื่อนไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน ว่าอะไรว่าตามกัน
2. ฌาน เป็นหน่วยความคิด ทำหน้าที่ผลิตความคิด หน่วยความคิดที่ดีที่สุดประกอบด้วย วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคตา (ฌาน5)
การคิดที่ประกอบด้วยฌาน 5 ดังนี้ เป็นหน่วยความคิดที่ดีที่สุด รอบคอบที่สุด ฌาน 5 ช่วยให้คุณคิดได้ดีสุด ความคิดสร้างสรรค์เกิดจาก ฌาน 5 นี้เอง ฌาน 5 จึงจำเป็นอย่างสำหรับนักคอด นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ ครีเอทีฟ ฯลฯ
3. อินทรีย์ คือ ความรู้สึกที่คุกรุ่นรุนแรง จนผู้อื่นสังเกตเห็นได้ รู้ได้ว่ากำลังรู้สึก หรือคิดอะไรอยู่ ถ้าเจริญมากก็จะสามารถโน้มน้าวให้ผู้อื่นรู้สึกนึกคิดคล้อยคามได้
เจตสิกระดับนี้มีความจำเป็นสำหรับศิลปิน นักแสดง เพื่อใช้ในการแสดงโน้มน้าวผู้ชม ผู้ฟังให้เกิดอารมณ์ร่วม สำหรับครูโน้มน้าวให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น
แต่บางที บางโอกาส เราก็ไม่ต้องการให้ผู้อื่นล่วงรู้ความรู้สึกนึกคิดของเรา เจตสิกระดับนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมี
4. มรรค คือแนวทางในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ แนวทางในการดำเนินชีวิต เป็นตัวขับเคลื่อนพฤติกรรมทั้งหมดของคนเรา ถ้าเรามีแนวทางที่ถูกต้อง เราก็จะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ถ้าแนวทางผิด เราก็จะว่ายวนอยู่ในวังวนทุกข์
5. พละ คือเจตสิกอาการเดียวกับ มรรค แต่มีกำลังมากกว่ามรร เกิดจากการอบรมสมาธิ หรือดำเนินชีวิตตามมรรค
6. เหตุ เป็นต้นตอของของพฤคิกรรมทั้งหมดของคนเรา ชีวิตของคนเราจะเป็นทุกจ์หรือเป็นสุขก็เพราะเหตุ เหตุแห่งทุกข์ คือ โลภะ ความอยากไคร่มีที่เกินจำเป็น โทสะ ความโกรธ โมหะ ความเขลา ถ้าดับเหตุได้ก็ถึงนิพพาน
ยังมีเจตสิกอีกลุ่มที่เป็นภาวะที่ร่างกายและจิตใจมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสำหรับนักกีฬา นักแสดงผาดโผน หรือผู้ต้องการความสำเร็จระดับสูง ได้แก่ กายปัสสสัทธิ จิตตปัสสัทธิ กายลหุตา จิตตลหุตา กายมุทุตา จิตตมุทุตา กายกัมมัญญตา จิตคกัมมัญญตา กายปาคุญญตา จิตตปาคุญญตา กายุชุกตา จิตตุชุกตา
ท่านเจ้าคุณ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) มักจะกล่าวถึงเจตสิกกลุ่มนี้บ่อยๆ ว่า จิตนุ่มนวล (จิตตมุทุตา) ควรแก่งาน (จิตตกัมมัญญตา) เป็นภาวะที่คนเราทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ
คุณผู้อ่านรู้สึกสนใจบ้างไหมครับ คุณมีเป้านหมายที่จะพัฒนาเองให้ประสบความสำเร็จบ้างไหม
ถ้าสนใจตรงไหนก็ถามมานะครับ แล้วผมจะเปิดพระไตรปิฎกอ่าน แล้วแปลภาษาพระให้ฟัง
สวัสดครับ
ชอบแนวการเขียนครับ เกษียณแล้วไปบวชถวายชีวิตแก่พระพุทธศาสนากับผมไหม (อยู่คนละวัดครับ) อยากเห็นพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในอนาคต คิคิ