เริ่มต้นการบันทึกใน Blog
เมื่อวันที่ 16 ก.ค.50 ได้มีโอกาสนำแผนการจัดสรรงบประมาณส่งเสริมป้องกันโรคในชุมชน (PP Com Non-UC) ของปี 2550 ไปคุยกับหัวหน้ากลุ่มงาน/หัวหน้าฝ่ายต่างๆ ของ สสจ. ซึ่งแผนนั้นได้มาจากการประชุมตกลงกันของบุคลากรแกนหลักของ CUP (จากทั้ง รพ. และสถานีอนามัย/PCU/CMU)
ผลปรากฏว่า ทางสสจ.ได้แสดงความคิดเห็นหลายอย่าง ซึ่งถ้าจะมองในแง่ดีแล้วก็เป็นการพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การประเมินผลอย่างเป็นระบบ/ต่อเนื่อง และการคิดทำในสิ่งที่แตกต่าง
แต่ถ้ามองใน แง่ร้ายก็สามารถมองได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้เฉพาะในทฤษฎี ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง (เพราะแค่นี้ก็ไม่มีเวลาจะทำงานแล้ว -_-")
ทำให้นึกย้อนไปถึงตอนที่จบมารับราชการใหม่ๆ รู้สึกว่า พอเราอยู่ไปในระบบนานๆเข้า ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่เคยมีติดมาเล็กน้อยก่อนจะจบ มันก็ค่อยๆหายไป กับข้อจำกัดของคำว่า "ระบบ" .. ติดตรงนั้น ติดตรงนี้ ทำอันนั้นไม่ได้ ทำอันนี้ไม่ได้.. ก็เลยทำให้ความคิดที่จะทำอะไรที่แตกต่างนั้น ค่อยๆหายไปโดยไม่ตั้งใจ
ประโยคสำคัญที่ท่านผู้หนึ่งได้กล่าวในวันนั้นแล้วทำให ้เราสะอึก คือ "เวลาที่เกิดความคิดจะทำโครงการอะไร ให้ List ไว้ก่อน แล้วพอมีเงินมาค่อยเอาโครงการเหล่านั้นมาทำ ไม่ใช่มารอคิดตอนที่มีเงินมา เพราะจะทำให้ทำงานโดยติดอยู่กับความคุ้นเคยเก่าๆ และทำงานแต่รูปแบบเดิมๆ"
อืม.. เค้าก็พูดถูกนะคะ ตอนนี้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ -_-"
โครงการในโรงพยาบาลเขาทำไรกันเหรอครับ?
มาเยื่ยมชมครับผม
สวัสดีครับ......คุณหมอ
แวะมาเยี่ยมครับ จรืงอย่างหมอว่า ความคิดอุดมการณ์ที่มี เริ่มหดหาย เมื่อถูกควบคุมด้วยกฎระเบียบ งบประมาณ และสังคมที่เห็นแก่ตัว จงฝืนเอาไว้อย่าหลงเดินเข้าไป เราต้องทำได้ อุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง...ครับคุณหมอ
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นค่ะ
โครงการส่วนมากที่ต้องทำก็จะเป็นโครงการเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพต่างๆค่ะ แต่ว่าไม่ได้ทำในโรงพยาบาลอย่างเดียว มีที่ออกไปทำในชุมชนด้วย ซึ่งลักษณะของชุมชนในจังหวัดปทุมธานี ยังค่อนข้างเป็นแบบชนบทอยู่ค่ะ ถ้าเป็นคนกรุงเทพฯส่วนใหญ่จะนึกไม่ออกว่าหมอออกมาในชุมชนกันยังไง
เป็นภาพสะท้อนการทำงานที่ชัดเจนใน "ระบบ" การทำงานของบ้านเราครับ และเป็นสิ่งที่ อ.ชนินทร์ รวมถึงนักพัฒนารุ่นใหม่ๆ พยายามอย่างยิ่งในการกระตุ้นให้เกิดการคิดแบบ "นอกกรอบ" โดยหวังให้เกิดแรงขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับผู้บริหาร และร่วมกันคิดร่วมกันทำ ในมิติของสุขภาพเอง กลุ่มสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ น่าจะเป็นตัวอย่างหนึ่งในการใช้กระบวนการแบบนี้ แต่คงไม่มีอะไรสำเร็จได้ง่ายๆ แต่ถ้ามองเป็นความสนุกและท้าทาย ผมก็ยังหวังลึกๆ ครับว่าอนาคตเราจะมี "ระบบ" ที่ดีขึ้น และสามารถดึงไฟในตัวออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
เป็นกำลังใจให้คุณหมอ เติมไฟเติมฝัน ต่อไปครับ
ด้วยรัก
อ่านบทความ "หมอฝน" ผู้บริหาร CUP รุ่น2 แล้ว ขอบอกว่าอย่าเพิ่งหมดกำลังใจนะคะ ถ้าไตร่ตรองให้ดีก็จะเห็นได้ว่าภายในขอบเขตของสนามฟุตบอล มีพื้นที่ให้นักฟุตบอลได้เล่น (ตามบทบาท) ได้อย่างมีอิสระพอควร การทำงานก็เช่นเดียวกัน ถ้ามองเชิงบวก ระบบ ระเบียบ หรือกรอบที่กำหนดอาจเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้เราหลงทางได้ แต่ภายใต้กรอบที่กำหนด ก็ยังเปิดโอกาสให้เราได้คิดและปฏิบัติงานโดยอิสระพอควร ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเลือกอิสรภาพนั้นหรือเปล่า ลองเริ่มต้นด้วยการตอบคำถาม 2 ข้อนี้ดู
1. ในงานนั้น....แก่นที่ต้องการบรรลุคืออะไร
2. ภายใต้ข้อจำกัดที่มี (ทั้งด้านทรัพยากรและระบบ) จะทำอย่างไรให้บรรลุหรือเข้าใกล้แก่นที่ต้องการบรรลุมากที่สุด
"ฝันให้ไกล ไปให้ถึง" อย่าให้ข้อจำกัดด้านต่างๆ มาปิดกั้นจินตนาการของเรานะคะ
อ. หมู (ทัศนีย์)
พอดี...เห็น อ.หมู เขียนถึงหมอไว้อีกบันทึกหนึ่ง กลัวหมออ่านไม่เจอ เลยนำมาวางไว้ให้ครับ
ด้วยรัก
ด้วยรัก
สวัสดีค่ะ หมอฝนที่เคารพ ปูคิดถึงหมอฝนจังเลย ยังรู้สึกว่าความทรงจำร้ายๆที่ผ่านมา มันยังอยู่ติดตัวเสมอ เวลาเจออะไรเก่าๆ ในช่วงที่พ่อเจ็บความทรงจำมันแว็บๆกับมาอยู่ตลอดเวลา
แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณหมอฝนด้วยน่ะค่ะ สำหรับทุกๆอย่างเลย ขอบคุณมากค่ะหมอฝน