ผู้เขียนนอกจากแปลกใจแล้วยังรู้สึกว่าเป็นเกียรติมากที่เขาเห็นว่าหนังสือ"ปริศนาแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่นนี้" สามารถไปนับญาติอยู่ในวงสาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยากับเขาได้ด้วย
เมื่อวานระหว่างหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ไปเห็นชื่อตัวเองปรากฏในเว็บไซต์ของ "นายอินทร์" ซึ่งเป็นของบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งฯ รู้สึกแปลกใจมาก เพราะไม่เคยทราบมาก่อน ขอยกข้อความบางตอนมาให้อ่านกัน
หนังสือที่เข้ารอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปี ๒๕๕๐
สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
มีจำนวน ๕ เล่ม ดังนี้
๑. โลกของคนไร้บ้าน / บุญเลิศ วิเศษปรีชา
๒. อ่าน 'วัฒนธรรมชุมชน' : วาทศิลป์และการเมืองของชาติพันธุ์นิพนธ์แนววัฒนธรรมชุมชน /
ยุกติ มุกดาวิจิตร
๓. เมื่อผู้หญิงคิดจะมีหนวด การต่อสู้ "ความจริง" ของเรื่องเพศในสภาผู้แทนราษฎร /
ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์
๔. ผู้หญิงกับสังคมในวรรณกรรมไทยยุคฟองสบู่ / เสนาะ เจริญพร
๕. ปริศนาแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น / ยุวนุช ทินนะลักษณ์
<h4 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
บุญเลิศ วิเศษปรีชา
ผู้ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์
สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๐
</h4>
</span></span></span></span><h4 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ พิจารณาหนังสือ ๖ สาขา อันได้แก่ ๑) สาขาศาสนาและปรัชญา ๒) สาขาความรู้ทั่วไป ๓) สาขาเศรษฐศาสตร์และการเมือง ๔) สาขาประวัติศาสตร์และโบราณคดี ๕) สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ๖) สาขา
ศิลปะและวรรณกรรม ทั้งนี้จะพิจารณาตัดสินหนังสือดีปีละ ๒ สาขา หมุนเวียนกันไปจนครบ ๖ สาขา จากนั้นจึงกลับมาเริ่มต้นที่ ๒ สาขาแรกใหม่
</h4>
http://www.naiin.com/chukiat_honor/2550/winner.htm
"ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล คือคุณบุญเลิศ วิเศษปรีชา ด้วยค่ะ"
ผู้เขียนนอกจากแปลกใจแล้วยังรู้สึกว่าเป็นเกียรติมากที่เขาเห็นว่าหนังสือ"ปริศนาแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่นนี้" สามารถไปนับญาติอยู่ในวงสาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยากับเขาได้ด้วย เพราะเขียนขึ้นจากมุมมองของนักสื่อสารวิทยาศาสตร์และผสานเรื่องของการจัดการความรู้เข้าไปอีก โดยเน้นว่าหากประเทศไทยต้องการเป็น Knowledge-based Society ต้องสามารถบูรณาการความรู้หลากหลายที่มีอยู่ในสังคมได้ ไม่ใช่ผลักดันแต่ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เราร่ำรวยด้วยความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนั้นต้องใช้ความรู้นี้ด้วย ด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่เข้าไปสูบทั้งปัญญาและทรัพยากรของชุมชนท้องถิ่นมาบำรุง บำเรอคนในเมืองเป็นหลัก
อย่างไรก็ตามแม้ไม่ได้รับรางวัล แต่ก็ดีใจที่หนังสือแบบนี้ของผู้เขียนยังเข้าตากรรมการอยู่ ดีใจที่มีการสำรวจหนังสือที่เป็นประโยชน์ เพราะหนังสือเชิงวิชาการ(จากคนเขียนหน้าใหม่)นี้มักไม่ทำเงิน เท่ากับเป็นการประกาศเกียรติคุณของผู้ตั้งใจเขียน แม้นหากให้มีการส่งหนังสือเข้าประกวด ผู้เขียนคงไม่หาญกล้าส่งหนังสือนี้เข้าประกวด ไม่ทราบว่าจะไปเข้าหมวดไหน และรู้ตัวว่าไม่ใช่นักเขียนเป็นเรื่องเป็นราว เรียกว่าเขียนตามใจตัวเองมากกว่า
ตอนเขียนหนังสือเล่มนี้ เขียนเพราะว่าตระหนักว่าจะเป็นประโยชน์ จึงต้องเขียน และเขียนอย่างตั้งใจถ่ายทอดสิ่งที่ตนเองรู้และเห็นอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
รู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ระยะหลังนี่ ทำไมสิ่งที่ตัวเองรู้ ทั้งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ การสร้าง/จัดการความรู้(เท่าที่จะนำไปใช้งานได้) งานหัตถกรรม การปฏิบัติธรรม ทุกอย่างราวกับถูกสังเคราะห์ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าเก่ง แต่ทำให้ไม่เหนื่อยทีต้องสวิทช์ตัวเองกลับไปกลับมาในหลายบทบาท
อย่างวันนี้ไปแบ่งปันประสบการณ์ในเรื่องการสื่อสารวิทยาศาสตร์ให้ทีมประชาสัมพันธ์ และหน่วยที่ต้องนำงานวิจัยสู่ภาคธุรกิจ ของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ BIOTEC ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์หลักของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ก็ต้องพูดเรื่องKM ในการทำให้งานการสื่อสารวิทยาศาสตร์ (ซึ่งไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์ แต่มีแนวคิดที่กว้างและลึกกว่า) เป็นไปได้ ไม่สร้างภาระใหม่ แต่เป็นการทำให้งานมีประสิทธิภาพขึ้น แถมยังมีธรรมะแทรกไปบางช่วงอย่างไม่ได้ตั้งใจ หรือวางแผนไว้ล่วงหน้า พอเสร็จงาน น้องที่สนิทกันซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย บอกว่าโอ้โฮ พี่นุช เดี๋ยวนี้บรรยายแบบแทรกธรรมะด้วยเลยนะ
นี่อาจเป็นเพราะการฝึกเจริญสติบ่อยๆ ทำให้ไม่ว่าจะทำอะไร ทั้งงานวิชาการ การดำเนินชีวิต แม้แต่การแต่งกาย การกินอยู่ ถูกทำให้สอดคล้องกันไปทุกเรื่อง ไม่มีความแปลกแยก รู้สึกเป็นชีวิตที่ได้มีเมตตาต่อตนเอง และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
อ้าวเขียนเล่าเรื่องหนังสือตัวเองเข้ารอบรางวัลฯ อยู่ดีๆ มาจบลงอย่างนี้ก็ได้ด้วย
</span></span></span></span>
สวัสดีครับ
ยินดีด้วยครับ ที่หนังสือได้เข้ารอบ หากมีโอกาสได้เข้าเมือง ผมต้องไปหามาอ่านบ้างแล้วครับ ส่วนหนังสือ “โลกของคนไร้บ้าน” ผมได้อ่านแล้ว เป็นหนังสือที่เป็นการตีพิมพ์วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิตของธรรมศาสตร์ครับ ผู้วิจัยทุ่มเทมาก อ่านเล่มนี้แล้ว ยังกะได้อ่านงานของ Magaret Mead ยังไงยังงั้นเลย แต่คนละอารมณ์ ยอมรับว่า…แถวคลองหลอด สนามหลวง…ผมเดินผ่าน ได้แต่มองผู้คนเหล่านั้น…นักวิจัยที่ไปใช้ชีวิตกับคนเหล่านั้นได้…ขอคาราวะเลยครับ
เรียน ท่านคุณนายด๊อกเตอร์
ขอแสดงความยินดีด้วยคนค่ะคุณพี่ ^ ^
ดิฉันเห็นด้วยกับที่คุณพี่ว่าพอได้ปฏิบัติเจริญสติแล้ว พบว่าเรื่องหลายๆ เรื่องที่ตัวเองเคยมองเป็นคนละเรื่องกัน กลับกลายเป็นเรื่องเดียวกันไป ทำให้เหนื่อยลดลงจริงๆ และก็พบว่ามีธรรมะแทรกอยู่กับทุกเรื่องเช่นเดียวกันค่ะ ^ ^
ขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้งค่ะ...
สวัสดีค่ะอาจารย์คะ
ดีใจมากๆที่ทราบข่าว
วันนี้มัวแต่ปลุกปล้ำกับงานที่บริษัท เลยมาเห็นข่าวช้าไปหน่อยค่ะ
ยังไงก็ขอแสดงความยินดีด้วยมากๆค่ะ คนเก่งตัวจริงค่ะ
เห็นด้วยมากๆกับการเจริญสติค่ะ
มีคำกล่าวว่า......อนาคตจะดีได้อย่างไร ถ้าปัจจุบัน เราไม่ได้มีสติ ทำในสิ่งที่ดีที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุดค่ะ
แสดงความยินดีกับอาจารย์ครับ
อ.ป๊อป
ยินดีกับอาจารย์ยุวนุชด้วยที่หนังสือผ่านเข้ารอบค่ะ
เวลาผมอ่านงานของท่านอาจารย์พุทธทาส ผมรู้สึกทึ่งมากที่ท่านสามารถอธิบายอะไรได้อย่างแตกฉาน สามารถเอาทุกเรื่องมาสัมพันธ์กันได้หมด
เช่น ในหนังสือเรื่อง "อิทัปปัจจยตา" (ยังอ่านค้างอยู่เลยครับ) แค่คำนี้คำเดียวท่านสามารถอธิบายได้ไม่รู้กี่แง่ จนน่าทึ่ง
ผมว่าคนเราเมื่อรู้อะไรจนถึงแก่น ก็จะสามารถนำทุกอย่างมาเรียงร้อยกันได้
ผมว่าคุณนายด๊อกเตอร์ก็คงจะอย่างนั้นครับ
ขอแสดงความยินดีด้วยคนครับ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับน้องคุณนาย
สวัสดีค่ะคุณสวัสดิ์
ขอบคุณที่มาแสดงความยินดีนะคะ เป็นคนแรกเลยด้วย รางวัลนี้เขาประกาศไปตั้งแต่ต้นปี คิดว่าในเดือนมีนาคม ตัวเองเพิ่งทราบโดยบังเอิญแท้ๆค่ะ
เชื่อว่าหนังสือที่ได้รับรางวัลต้องมีคุณภาพดียอดเยี่ยม และเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งยวดสะท้อนปัญหาสังคม ตัวเองยังไม่ได้อ่านเลย จะหาโอกาสอ่านบ้างค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์JJ
....เจริญสติ ปัญญาเกิด บรรเจิดสรรค์สร้าง ....
เป็นเช่นนั้นจริงๆ กราบขอบพระคุณค่ะที่แวะมา
สวัสดีค่ะอาจารย์ panda
กราบขอบพระคุณที่กรุณามาเยี่ยมและแสดงความยินดีนะคะ
ที่จริงหนังสือนี้อยากให้นักวิทยาศาสตร์ คนที่เรียนมาในสายวิทยาศาสตร์ และคนที่ต้องทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ ได้อ่านกันค่ะ นึกว่าอ่านเพลินๆก็ได้ เพราะมีเรื่องเล่าที่มีชีวิตจากคนในชุมชน เก้าเรื่อง เก้าความสำเร็จ อ่านแล้วเบิกบานค่ะ
ร้านหนังสืออาจไม่มีหนังสือนี้แล้วมั๊งคะ เพราะนานแล้ว อีกอย่างหนังสือที่ไม่ได้ทำเงินเขาก็จะเก็บลงหมด แต่ที่สคส. ยังมีอยู่ค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์กมลวัลย์
ขอบคุณนะคะที่มาร่วมแสดงความยินดี ต้องขอบคุณคณะกรรมการรางวัลฯ ที่อุตส่าห์สำรวจและนำหนังสือเข้ารอบไปพิจารณา
การน้อมนำธรรมมาปฏิบัตินั้นชักนำให้พบกัลยาณมิตร และการเจริญสติทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นมากทีเดียวค่ะ
ดีใจที่พบคนร่วมประสบการณ์ ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติค่ะ ไม่งั้นตัวเองก็จะงงๆว่า เกิดอะไรขึ้น ที่คุณยอดดอยเขียนบอกมาทำให้เข้าใจดียิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะน้องยอดดอย
ขอบคุณอย่างยิ่งเลยค่ะ สำหรับคำอธิบาย"วิธีระพี สาคริก" ก็เคยอ่านที่ท่านเขียนนี้นานมาแล้ว แต่ไม่ได้นึกถึง หรือจำไม่ได้น่ะค่ะ
เป็นคำอธิบายที่ทำให้เข้าใจในสิ่งที่สงสัย และทำให้มั่นใจที่จะสร้างความเพียรอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆค่ะ
คิดว่าตัวเองยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นอยู่แค่ชายแดนแต่ก็มาถูกทางนะคะ
ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ มาจดชื่อหนังสือ ไว้เข้าเมืองเมื่อไหร่ จะต้องไปถามดูตามร้านหนังสือ ^_^
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์
ขอบพระคุณที่มีความยินดีกับน้องค่ะ
การทำสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี มีประโยชน์ แล้วมีผู้คนมองเห็นว่าดี เป็นประโยชน์จริง ไม่ใช่เราคิดเอาเอง นับเป็นการให้กำลังใจให้มีความเพียรมากขึ้นๆนะคะ
นี่ขนาดไม่ได้รับรางวัลพี่ๆ เพื่อนๆและน้องๆG2Kยังมาร่วมแสดงความยินดีด้วยขนาดนี้เลย รู้สึกดีใจที่ได้รับไมตรีจิตเช่นนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์วัลลา
ขอบพระคุณที่อาจารย์มีความยินดีกับข่าวล่า เล็กๆนี้ค่ะ
จะดีกว่ามากเลยหากหนังสือ "มหัศจรรย์แห่งKMเบาหวาน" ที่เราช่วยกันทำจะเป็นที่แพร่หลาย มีคนอ่านกันทั่ว ให้เกิดประโยชน์อย่างที่อาจารย์ตั้งใจ ผู้เขียนจะดีใจยิ่งกว่าได้เข้ารอบหรือได้รางวัลอีกค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ป๊อบ
ขอบคุณที่มาร่วมแสดงความยินดี และแวะมาเยี่ยมกันค่ะ
สวัสดีค่ะคุณธรรมาวุธ
ขอบคุณที่ร่วมยินดีด้วยค่ะ คิดว่าคุณธรรมาวุธคงร่วมยินดีถึงสองชั้น
ชั้นแรกคือทางโลก ที่มีผู้มองเห็นสิ่งเราทำว่าเป็นประโยชน์และหยิบยกมาประกาศให้ทราบ
อีกชั้นคือการที่ดิฉันมีความเพียร ใฝ่รู้ เรียนรู้จนเข้าใจและบูรณาการสิ่งที่รู้ทั้งหมดเข้าด้วยกันได้
ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ต้องเจริญสติ ให้เกิดปัญญายิ่งขึ้นต่อไปค่ะ
ดิฉันรู้สึกเหมือนคุณธรรมาวุธเลยค่ะเมื่ออ่านหนังสือของท่านพุทธทาส เวลาเรารู้สึกว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องของความสัมพันธ์กัน เป็นสิ่งที่บูรณาการขึ้นเป็น โลก เป็นสังคมที่ชีวิตดำรงอยู่ ทำให้ชีวิตมีความเบิกบาน มีอิสระที่จะทำอะไร เริ่มที่จุดไหนก็ได้ แล้วรู้ว่าในที่สุดมันมาพบกันหมด เป็นเรื่องเดียวกันหมด